รีวิวซีรี่ส์ CSI: Cyber Season 2

csi

ใจหายเหมือนกันครับยามได้รู้ว่านี่จะเป็น CSI ปีสุดท้ายของแฟรนไชส์นี้ ซึ่งเหตุผลที่ใจหายก็คงเพราะติดตามดูทั้งชุดดั้งเดิมและภาคแยกต่อกันมาตั้ง 16 ปี จู่ๆ จะไม่มีอีกต่อไป ก็แอบโหวงเหมือนกัน

ปีแรกของ Cyber นั้น บอกตรงว่าๆ ดูแล้วไม่โดนเท่าไรครับ ออกแนวเรื่อยๆ ยังไม่จับใจ ยังไม่ถึงเครื่องทั้งการสืบคดีและความน่าตื่นเต้น ครั้นพอมาปี 2 ถ้าให้ว่าตามจริงก็ถือว่าทำได้เวิร์กขึ้น หลายอย่างดูลื่นไหล คล่องคอ และลงตัวขึ้น บางตอนนี่สนุกกว่า CSI เวกัส ปี 15 บางตอนซะอีก

แต่ก็นั่นล่ะครับ สนุกขึ้น แต่ถ้าเทียบกับต้นฉบับหรือตอนเด็ดๆ ของ CSI: Miami หรือ New York ละก็ ผลที่ได้ก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็พูดได้ว่าถือเป็น CSI ที่ทำออกมาได้สนุกพอตัว สำหรับระยะหลังๆ มานี่

ปีนี้ ดี.บี. รัสเซลล์ (Ted Danson) ถูกโยกมายังหน่วยนี้ครับ ก็เหมือนเป็นการรวมพลังกันครั้งสุดท้ายระหว่าง Danson กับ Patricia Arquette ซึ่งเชื่อว่าทีมงานคงแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าซีรี่ส์จะได้รับความนิยมและได้สร้างต่อ แต่ผลที่ออกมาก็คือ มันถูกแคนเซิลครับ ไม่มีปีอื่นอีกแล้ว

csi001
อย่างที่บอกครับว่าหลายตอนทำได้ไม่เลว โดยรวมถือว่าสนุกกว่าปีแรก แต่ก็คงจะช้าไปน่ะครับ เรตติ้งไม่สวย คนก็ไม่ค่อยตามดู (หรือไม่ก็ย้ายไปดู NCIS ที่สนุกและแพรวพราวกว่าในปีหลังๆ) อันนี้ก็เห็นใจเหมือนกันครับ แต่ก็เข้าใจว่ามันคงหมดยุค CSI จริงๆ แล้วล่ะ

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกตั้งแต่ปีแรกคือ ทีมดาราพลังยังไม่เยอะเท่าไร แม้จะได้ Arquette ที่ตอนนั้นกำลังชื่อร้อนหลังจากได้ออสการ์ แต่ถ้าให้ว่าแบบไม่อ้อมค้อมแล้ว เธอดูสูงอายุและดูขาดเสน่ห์ดึงดูดไปนิดครับ

และบางฉากบางตอนนี่อยากจะตีมือคอสตูมแรงๆ เลยว่าเลือกชุดอะไรมาให้เธอใส่เนี่ย บางชุดใส่แล้วอ้วนเว่อร์ไปเลยก็มี ทั้งหมดทั้งมวลนี่ทำให้คาแรคเตอร์ เอเวอรี ไรอัน ดูขาดความคล่องตัวน่ะครับ ขาดความทะมัดทะแมงจนขาดแรงดึงดูด และทำให้ขาดราศีความเป็นผู้นำโดยปริยาย

ผมว่า แคทเธอรีน วิลโลว์ (Marg Helgenberger) แห่ง CSI: Vegas หรือ โจ แดนวิลล์ (Sela Ward) แห่ง CSI: NY ที่แม้จะรับบทออกแนวผู้นำคนรองจากพระเอก แต่ก็ยังดูมีสง่าราศีและความทะมัดทะแมงกว่ากันเยอะน่ะครับ

Python's Revenge
ก็พยายามมองในแง่ที่ว่า เธอดูแลไซเบอร์ ทีมงานเลยพยายามตีความเหมือนว่าเธอเป็นพวกชอบนั่งหน้าคอม เลยตัวจะอวบหน่อยๆ และไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองมั้ง อันนี้พยายามคิดเข้าข้างสุดๆ แล้วนะครับ แต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่อยู่ดี ถ้าตีความเป็นหัวหน้าสายเนิร์ดที่เก่งและแหวกแนว (แบบกริสซั่ม) ผมว่าจะน่าสนใจขึ้นเยอะน่ะครับ

ทีมดาราคนอื่นๆ ก็ถือว่าเล่นได้เรื่อยๆ ครับ ยังไม่เด่นมาก แต่ก็ถือว่าเรื่อยๆ สำหรับในแง่คดีแล้ว ปี 2 มีความน่าติดตามมากขึ้นในหลายๆ ตอน บางตอนก็เร้าใจใช้ได้ และซีรี่ส์ยังพยายามเล่นกับปมของตัวละครมากขึ้นด้วย ก็ถือเป็นความพยายามที่น่าชื่นชมครับ

แต่ยอมรับว่าสิ่งหนึ่งที่ตะหงิดใจใน CSI ปีหลังๆ คือทีมงานเขียนบทเกี่ยวกับตัวละครได้ขัดแย้งหรือไม่ใส่ใจในรายละเอียดในบางวาระ อย่างตัวดี.บี. นี่แรกเริ่มเดิมทีทีมงานสร้างมาเป็นคาแรคเตอร์แฟมิลี่แมนแสนดี แต่พอมาปีนี้ดันกลายเป็นพ่อม่ายครอบครัวสลายไปได้ คือหากจะว่ากันในแง่ของ “ความเป็นไปได้” ก็เข้าใจล่ะครับว่ามันเป็นไปได้หมดล่ะ จะบอกว่าเวกัสทำลายเขาก็ได้เหมือนกัน แต่มันเหมือนเป็นการเขียนบทแบบ จะเอาตัวละครมาทำยังไงก็ได้โดยไม่คำนึงถึงพื้นฐานของคาแรคเตอร์ มันเลยอดจะรู้สึกขัดๆ ในใจไม่ได้

ครับ ก็ถือเป็นการอำลาซีรี่ส์ตระกูล CSI ที่อาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร แต่ก็ถือว่าโอเคครับ อย่างน้อยตอนจบก็ถือเป็นการสรุปเรื่องที่พอเหมาะ เป็นการปิดท้ายที่โอเค ได้รู้ว่าแต่ละตัวละครเป็นไงและจะไปไหนต่อ ก็ขอขอบคุณทีมงานทุกฝ่ายครับที่ผลิตซีรี่ส์ตระกูลนี้ออกมา ให้คอซีรี่ส์สืบสวนได้ติดตามกันตั้งเกือบ 2 ทศวรรษ

 
คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

csi003
วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น