รีวิว ขุนพันธ์ (2016)


KP001

เรื่องนี้หากใครตั้งเป้าดูเอามันส์ ผมว่าหนังก็ถือว่ามันส์ไปตามท้องเรื่องครับ คือมันอาจจะไม่ได้สนุกสุดยอดจนห้ามพลาด แต่หากใครชอบหนังบู๊ย้อนยุคแบบไทยๆ ก็น่าลองลิ้มหาน้อยไม่

หนังจับเอาตำนานของขุนพันธ์มาผูกเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะพูดตรงกันว่าเนื้อหามันดัดแปลงจากตำนานไปเยอะ แต่ก็นั่นล่ะครับ เจตนาของหนังชัดเจนว่าทำออกมาเพื่อบันเทิง ดังนั้นหากใครอยากรู้ตำนานจริงๆ ก็คงต้องหาอ่านจากหนังสือเอา

ส่วนใครก็เข้าโรงไปดู ก็เผื่อไว้ใจเลยว่าถ้าจะเอาเนื้อหาก็อาจจะไม่ได้ดั่งใจ แต่ถ้าอยากดูการแสดงดีๆ และแอ็กชันโอเคๆ สำหรับหนังไทย ก็ถือว่าหนังตอบโจทย์ได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง

เนื้อเรื่องหลักๆ ก็คือการปะทะกันระหว่าง ร้อยตำรวจโทขุนพันธรักษ์ราชเดช (อนันดา เอเวอริงแฮม) นายตำรวจใจเด็ด กับ อัลฮาวียะลู (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ขุนโจรขมังเวทย์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าหนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า

KP002
ครับ จุดดีจริงๆ ของหนังคือการแสดงของดารานำที่ถือว่าเอาหนังอยู่ในระดับหนึ่ง ยิ่งฉากไหนที่อนันดามาเฉือนคมกับพี่น้อย ฉากนั้นความน่าดูจะเพิ่มดีกรีขึ้นมาหลายเท่าตัวทีเดียว ยิ่งตอนนั่งโต๊ะข่มขวัญกันนี่ได้ใจไม่น้อย บทสนทนาที่ออกจากปากคนทั้งคู่ (โดยเฉพาะ อัลฮาวียะลู) ก็เป็นการเอาเรื่องจริงมาแสกหน้าอยู่ในที

ในแง่แอ็กชันถือว่าดูดีพอตัวครับ คือมันอาจไม่ได้มันส์ลื่นไหลหรือโชว์สตันท์กันมากมาย แต่ก็ถือว่าพอดีๆ มีฉากไล่ยิง ต่อสู้ ต่อยตีที่สร้างความมันส์ได้พอสมควร แต่หากใครอยากได้อะไรแบบองค์บากภาคแรกก็ขอบอกล่ะครับว่าไม่ใช่เรื่องนี้

และที่ขอให้ทำใจหน่อยก็คือเรื่อง CG น่ะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนก็ปรับความคาดหวังมาแล้ว หลังจากชมตัวอย่าง และพอดูหนังแล้วมันก็เป็นไปตามนั้นครับ แต่ยังดีที่หนังไม่ได้หนัก CG เกินจนเสียกระบวน แค่มีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

แต่ก็พอเข้าใจล่ะครับ เพราะหนังมันว่าด้วยความเป็นจอมอาคมของหนึ่งตำรวจและหนึ่งโจร ถ้าจะไม่ให้ใส่ CG ลงมาเลยก็คงยาก เอาเป็นว่า CG ไม่ทำร้ายหนังครับ ช่วยเสริมสีสันให้มากกว่า (แต่ก็ไม่ใช่สีสันที่ดึงดูดแต่อย่างใด)

KP003
ด้านเนื้อเรื่องก็เรื่อยๆ ครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างชินแล้วเวลาดูหนังของบ้านเรา หลายครั้งบทมีพล็อตที่น่าสนใจ แต่เนื้อในตอนเล่าเรื่องมันจะไม่ได้น่าสนใจเท่าที่คาด เหมือนยังขาดรายละเอียดและลูกเล่นที่ทำให้หนังมีรสชาติหรือน่าติดตาม

ในขณะที่สาระแง่คิดก็สะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน ผู้มีอำนาจเหลิงในอำนาจหรือไม่ก็ตักตวงผลประโยชน์เข้าตัว จนทำให้ประชาชนต้องทุกข์ทน บ้างก็ท้อแท้ บ้างก็พยายามเอาตัวรอด บ้างก็ไปเป็นโจรเพื่อผันตัวเองไปเป็นผู้มีอำนาจนอกกฎหมาย แล้วแต่ใครจะเลือกแบบไหน

ยอมรับว่าพล็อตและสาระประมาณนี้ เห็นบ่อยในหนังบ้านเรา แต่แม้มันจะเก่า ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันจริง มันมีเรื่องแบบนี้จริงๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (และเกรงว่าจะถึงอนาคตด้วย) และเรื่องแบบนี้นี่แหละที่เป็นเสมือนหนึ่งแรงผลักดันให้ใครบางคนทำตนเหนือกฎหมาย และสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในสังคม

สรุปว่าหากใครอยากลองก็ลองลิ้มได้ครับ เป็นหนังไทยแอ็กชันย้อนยุคที่มีกลิ่นหนังตะวันตกผสมลงมา อาจไม่ใช่ส่วนผสมที่ลงตัวไปเสียทั้งหมด แต่ก็ถือว่าดูได้ไม่ผิดหวัง (ขอเพียงไม่ตั้งความหวังมากจนเกินไปก็พอ)

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

KP004

วันที่เข้าฉาย: 14 กรกฎาคม 2016
Pin It

แสดงความคิดเห็น