รีวิว 10 Cloverfield Lane (2016) 10 โคลเวอร์ฟิลด์ เลน


10001

ใครคาดหวังหนังสัตว์ประหลาดลุ้นๆ แบบ Cloverfield ภาคแรกต้องปรับความคาดหวังด่วนครับ เพราะแนวมันกลายมาเป็นระทึกขวัญในพื้นที่ปิดตายแทน

และอาจเป็นข่าวดีสำหรับคนไม่ชอบหนังแบบแฮนด์เฮลด์ หรือ Found Footage เพราะคราวนี้หนังเป็นหนังธรรมดาครับ ถ่ายทำและถ่ายทอดแบบหนังปกติทั่วไป ดังนั้นไม่ต้องกลัวจะเวียนหัวอีกต่อไปครับ (5555)

เรื่องราวในตอนนี้โฟกัสมาที่มิเชลล์ (Mary Elizabeth Winstead) ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างขับรถบนถนน แล้วพอฟื้นมาอีกทีก็พบว่าเธออยู่ในห้องใต้ดิน โดยมีชายชื่อฮาเวิร์ด (John Goodman) บอกว่าเขาช่วยเธอเอาไว้

และฮาเวิร์ดยังบอกอีกว่า ตอนนี้โลกเบื้องบนอากาศปนเปื้อนไม่สามารถขึ้นไปได้ เธอจึงควรอยู่แต่ในนี้ แต่ปัญหาคือยิ่งเธออยู่นานเท่าไร เธอก็รู้สึกกดดันจากพฤติกรรมของฮาเวิรดมากเท่านั้น

10003
หนังอาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรหวือหวา ชอบอะไรที่มันตื่นเต้นแบบไล่ล่า หรืออะไรที่มันอลังการน่ะครับ เพราะหนังเล่าเรื่องในพื้นที่จำกัดเกือบตลอด จะมีเหตุการณ์โลกข้างนอกแค่นิดหน่อยเท่านั้น ดังนั้นใครไม่ชอบหนังสไตล์นี้ก็อาจไม่โอเคกับมันครับ

แต่ถ้าว่ากันถึงความเป็นหนังระทึกในที่ปิดตายก็ถือว่าหนังทำได้น่าพอใจล่ะครับ แม้จังหวะการเดินเรื่องจะมีช่วงช้าๆ บ้างในบางจังหวะ แต่ก็ไม่มากก็เกินไปครับ มันไม่น่าเบื่อ ส่วนสำคัญเลยก็เพราะได้พลังดารามือดีมาพยุงหนังไปจนจบได้

Goodman ถือเป็นยอดฝีมืออีกคนครับ พี่แกเล่นได้หมด จะบทตลกน่ารักหรือบทเข้มๆ เจือไว้ด้วยความน่ากลัว ซึ่งในเรื่องนี้พี่แกดูน่ากลัวดีครับ บางฉากนี่ก็นั่งนิ่งๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว

ส่วน Winstead นี่ทีมงานบอกเลยครับว่าเธอคือตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวสำหรับบทนี้ เรียกว่าบทนี้เขียนมาเพื่อเธอ และเธอก็เหมาะกับมันอย่างยิ่งครับ เล่นได้ดีมาก หลายช่วงนี่น่าเอาใจช่วยอย่างแรง เพราะเธอนี่จะว่าโชคดีก็โชคดีน่ะ ที่ไม่โดนทิ้งไว้ข้างบน แต่ก็ซวยเหลือล้นที่ดันต้องมาอยู่กับฮาเวิร์ดนี่

10 CLOVERFIELD LANE
นอกจาก 2 ดารานำแล้วยังมี เอ็มเมตต์ (John Gallagher Jr.) อีกหนึ่งตัวละครที่มาอยู่ในห้องใต้ดินนี่ รายนี่ก็เล่นรับส่งกับ 2 ดารานำได้ดีครับ เพียงแต่ในแง่ของพลังแล้ว 2 ตัวนำจะเด่นกว่ากันพอตัว

ตัวหนังถือว่า “เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด” กับ Cloverfield ภาคแรก (ตามที่ J.J. Abrams นิยามไว้) ว่าง่ายๆ คืออยู่ในจักรวาลเดียวกันครับ ก็ถือว่าน่าสนใจดีครับสำหรับการนำเสนอให้เราเห็น “อีกมุมหนึ่งของโลก” หลังเกิดเรื่องใน Cloverfield

หนังสะท้อนความวิตกจริตของคนได้ดีครับ สะท้อนความจริงที่ว่ามนุษย์เองหากน่ากลัวขึ้นมาก็น่ากลัวและโหดได้ไม่แพ้สัตว์ประหลาดชนิดไหนๆ และขณะเดียวกันการคิดหมกมุ่นหรือการคิดแบบไม่ฟังใครนั้นก็สามารถนำมาซึ่งอันตรายได้อย่างมากทีเดียว

ตัวหนังถือว่าประสบความสำเร็จใช้ได้เลยล่ะครับ ทำไป $108 ล้านจากทั่วโลก โดยลงทุนไปประมาณ $15 ล้าน หักค่าโฆษณาโน่นนี่ก็ยังกำไรเหนาะๆ ^_^

เอาเป็นว่าคอหนังระทึกขวัญสั่นประสาทน่าจะชอบครับ เพราะหนังถือว่าทำได้ดี แม้จะไม่ได้สดใหม่อะไรมากมาย แต่ก็ทำได้น่าติดตามพอตัว

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

10002

วันที่เข้าฉาย: 31 มีนาคม 2016
Pin It

แสดงความคิดเห็น