รีวิว 2:22 (2017) เวลาเฉียดตาย


เข้าไปดูแบบกึ่งรู้กึ่งไม่รู้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ครับ ที่ว่ารู้คือ รู้ว่า Teresa Palmer แสดง ซึ่งผมก็พร้อมตามไปเชียร์ผลงานเธอเสมอ (555) และก็รู้นิดๆ หน่อยๆ ว่าหนังน่าจะออกแนวไซไฟ เกี่ยวกับเรื่องเวลาอะไรประมาณนั้น

แต่ที่ว่าไม่รู้ก็เพราะ ไม่รู้ว่าตกลงมันจะเล่นกับประเด็นเวลาหรืออะไรยังไงแบบไหนกันแน่ ตอนแรกผมนึกว่าจะเป็นหนังวนลูปด้วยนะ นึกว่าตัวเอกตื่นมาแล้วพอถึงเวลา 2.22 PM (ถ้าตีเป็นตัวเลขบ้านเราก็คือ 14.22 น.) แล้วพี่แกจะย้อนกลับไปตอนเช้าเหมือนเดิมอะไรแบบนั้น แต่ปรากฎว่ามันไม่ใช่ครับ

ตัวเอกคือ ดีแลน (Michiel Huisman) เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศที่จู่ๆ ก็พบว่าทุกวันเวลา 14.22 น. เขาจะเห็นแสงหรือไม่ก็เห็นภาพแปลกๆ อันจะทำให้เขามึนงงเหม่อลอยไปพักหนึ่ง

แล้วก็มีอยู่หนหนึ่งที่เขาดันเกิดอาการนี้ตอนทำงาน ส่งผลให้เครื่องบินสองลำเกือบประสานงากันกลางอากาศ (แต่โชคดีที่เครื่องหักหลบกันทัน) และความผิดพลาดครั้งนั้นก็ทำให้เขาถูกพักงานในทันที


จากนั้นเขาก็ได้รู้จักกับ ซาร่าห์ (Palmer) ที่ต่อมาเขาก็พบว่าเธอคือหนึ่งในผู้โดยสารของเครื่องบินลำที่เขาเกือบทำให้ชนกันนั่นเอง และเขาก็เริ่มพบเหตุการณ์ซ้ำๆ ในแต่ละวันจนเขาชักจะสับสนว่าตกลงมันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

ตัวหนังจัดเป็นหนังแบบผสมรวมหลายๆ แนวเข้าด้วยกันครับ คือดราม่าก็มี โรแมนติกก็เอา ไซไฟก็ใช่ สืบสวนไขปมปริศนาก็ได้มีครบหมด แต่ถ้าถามว่าผลที่ได้เป็นอย่างไรก็คงต้องขอบอกว่าจัดอยู่ในระดับกลางๆ มันยังไม่สุดหรือไม่เด็ดแบบเต็มที่สักเท่าไร

ส่วนที่ถือว่าดูโอเคสุดคงเป็นมุมโรแมนติกน่ะครับ ส่วนที่เล่าถึงสายใยสัมพันธ์รักของดีแลนและซาร่าห์ เนื้อหาส่วนนี้ถือว่าเล่าได้พอเหมาะ แน่นอนว่าเพราะการแสดงดีๆ ของ 2 ดารานำ Huisman แม้หน้าจะออกแบดๆ สักหน่อย แต่เขาก็ทำให้เราเชื่อได้ว่าเขาเป็นคนที่จริงใจคนหนึ่ง

ส่วน Palmer ก็เปล่งประกายเหมือนเช่นทุกครั้ง ผมชอบฉากเวลาที่เธอแสดงความห่วงใยดีแลนน่ะครับ มันดูน่ารักและสื่อถึงความห่วงใยจริงๆ ผ่านทางแววตา และที่ชอบอีกช็อตก็ตอนเธอยิ้มเวลาเจอดีแลนน่ะครับ มันดูเป็นยิ้มที่มีความหมายดี


ในขณะที่โซนไซไฟกับการสืบสวนก็อาจยังไม่สุดเท่าไรครับ จริงๆ ช่วงต้นๆ หนังทิ้งปมได้น่าสนใจดี แต่พอตอนกลางๆ มันเริ่มออกแนวเรื่อยๆ ครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ ปม ณ ตอนสุดท้ายมันก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนขนาดนั้น เลยไม่แปลกใจครับที่ระหว่างทางมันจะไม่ได้มีปมให้เล่นเยอะอะไรมาก

แต่ผมชอบไอเดียนะ กับการที่ตัวเอกอย่างดีแลนมีความสามารถในเชิงการมอง “ความเชื่อมโยง” คือเขาจะสามารถมองโยงใยต่างๆ สังเกตแพทเทิร์นต่างๆ แล้วก็ถอดรหัสเหตุการณ์ต่างๆ ออกมา จริงๆ มันชวนให้นึกถึง Sherlock Holmes หรือไม่ก็ซีรี่ส์ Limitless (ที่พอสมองมีศักยภาพสูงสุดก็จะมองอะไรต่างๆ ได้ดีขึ้น) น่ะนะครับ เพียงแต่มันเป็นในเชิงไซไฟเหนือๆ สักหน่อย

ซึ่งถือเป็นไอเดียตั้งต้นที่ดีครับ ความสามารถของพระเอกถือว่าเหมาะแก่การเป็นตัวนำในหนังไขปริศนาเลยล่ะ เพียงแต่ปมปริศนาที่เอามาใช้ในหนังมันยังไม่น่าสนใจแบบเต็มขั้น ตัวหนังเองเลยไปไม่สุดในจุดที่ควรจะเป็น ว่าง่ายๆ คือคาแรคเตอร์กับความสามารถของตัวเอกมันเจ๋งครับ ถือว่าสดอยู่พอสมควร เพียงแต่โจทย์ที่พระเอกเจอมันยังไม่เจ๋งเต็มๆ เท่านั้นแหละ

สำหรับหนังเรื่องนี้ถือว่ากลางๆ ครับ ไปๆ มาๆ มันดูจะเด่นในแง่ความเป็นหนังรักมากกว่าด้วย แต่ผมก็อยากให้มีคนทำหนังแบบพระเอกมีความเจ๋ง เก่ง และสมองไว สามารถมองสถานการณ์แตก สามารถมองเห็นโยงใยที่ซ่อนเร้นในโลกได้ แล้วก็เอาความสามารถมาไขปริศนา ผมว่ามันจะเป็นอะไรที่เจ๋งและคนดูน่าจะพร้อมต้อนรับเลยล่ะครับ

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย: 29 มิถุนายน 2017
Pin It

แสดงความคิดเห็น