รีวิว Bushwick (2017) สู้ยึดเมือง


แนวคิดตั้งต้นดีอีกแล้วครับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะการเอาประเด็นสงครามกลางเมืองมาใส่ลงในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือการถ่ายแบบ Long Take ซึ่งจริงๆ มันน่าจะเป็นจุดขายที่เข้าท่าไม่น้อยทีเดียว

แต่ก็นั่นล่ะครับ แนวคิดตั้งต้นดี ทว่าไม่มีอะไรรับประกันว่าผลลัพธ์จะออกมาดีหรือไม่ สุดท้่ายก็ลองไปพิสูจน์ดูเพื่อที่จะพบว่า หนังออกมาเรื่อยๆ ครับ… สำหรับบางคนอาจรู้สึกเชิงลบมากกว่าผมก็ได้ 🤣

เอาเข้าจริงคือผมว่าหนังน่าดูนะ แต่ก็ไม่กล้าคาดหวังอะไร พอไปดู หนังมันก็มีประเด็นครบแบบที่ผมบอกน่ะครับ ประมาณว่าเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในยุคปัจจุบัน (เหมือนจะก่นด่า Donald Trump หน่อยๆ) แล้วหนังก็โฟกัสที่ ลูซี่ (Brittany Snow) หญิงสาวที่เพิ่งกลับบ้านในเมืองพอดี

พอเธอมาถึงก็เจอกับสงครามนรกแตกเลยครับ มีกระสุนปลิวว่อน คนไล่ฆ่าไล่ทำร้ายกันมากมาย เธอก็ต้องหนีตายไปเรื่อยๆ จนได้มาเจอกับ สตูป (Dave Bautista) ภารโรงอดีตทหารผ่านศึก แล้วพวกเขาก็จับมือกันเอาตัวรอดให้พ้นจากเรื่องบ้าๆ นี่


โอเคครับ ตอนต้นๆ มันก็ยังโอเคนะ แต่พอดูไปสักพักหนังมันเริ่มไม่มีอะไรให้เล่นนอกจากวิ่งไปเรื่อยๆ หนีไปเรื่อยๆ แต่มันไม่ได้มีโมเมนต์มันส์ๆ เร้าใจ หรือชวนลุ้นอะไรสักเท่าไร เหมือนวิ่งไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พักแล้วก็วิ่งต่อ

ก็พอเข้าใจครับว่าหากเกิดเรื่องจริงๆ มันก็อาจเป็นแบบนี้แหละ แต่ถ้าพูดในแง่ของหนังแล้ว มันควรต้องมีเรื่องราวหรือประเด็นมาบอกเล่ามากกว่านี้ ไม่งั้นหนังจะดูเรื่อยๆ และดูน่าเบื่อได้ ซึ่งนั่นแหละครับคือสิ่งที่หนังเป็น

Snow ยังแสดงได้เหมือนเดิมครับ เช่นเดียวกับ Bautista ที่หลายคนชอบแซวว่าเขาเล่นแข็ง แต่จริงๆ ผมว่ามันคือสไตล์เขานั่นแหละ ขอเพียงเขาเล่นบทเหมาะกับตัวเองมันก็โอเคแล้ว และในเรื่องนี้ บทของเขาก็ถือว่าเหมาะครับ

แต่ก็อย่างที่บอกครับ พอหนังมันไม่มีประเด็นให้ชวนติดตาม ความสนุกก็ลดลงเรื่อยๆ และไปๆ มาๆ การถ่ายแบบ Long Take ก็กลายเป็นข้อกำจัดทางด้านความสนุกไปโดยปริยาย เพราะมันเล่นมุมกล้องไม่ได้ การจะสร้างอารมณ์หรือความกดดันอะไรก็ทำได้ยากมาก


อารมณ์หนังมันเลยคล้ายๆ Found Footage น่ะครับ จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหนังถ่ายทอดเรื่องราวด้วยมุมกล้องปกติแล้วอะไรๆ จะดีกว่านี้ไหม เพราะจะว่าไป หนังก็ชวนให้นึกถึง The Purge ภาค 2 อยู่เหมือนกันครับ

ที่ว่าเหมือนก็เพราะว่าด้วยตัวละครหนีตายไปเรื่อยๆ มีคนบ้าคลั่งพร้อมจะฆ่าพวกเขาตลอด ซึ่งถ้าหนังถ่ายแบบปกติ แล้วกำกับเรื่องราว กำกับภาพให้ออกมาดีสักหน่อยผูกปมสร้างเงื่อนไขในการลุ้นให้มากกว่านี้หน่อย หนังอาจจะดูน่าสนใจขึ้น

ถ้ามองในแง่ดี ก็คือหนังพยายามสร้างอะไรใหม่ๆ ออกมาครับ แต่ผลสุดท้ายมันยังไม่ได้ที่ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ในอนาคตก็อาจมีคนทำที่มันได้ที่ออกมา หรือไม่ก็ใช้หนังเรื่องนี้เพื่อเรียนรู้ทิศทางที่เหมาะสมในการทำหนังสไตล์นี้ให้เวิร์ก

บางทีหนังที่ไม่ได้สมบูรณ์อะไรมากก็ให้อะไรกับโลกได้เหมือนกันครับ อาจจะให้ประสบการณ์ ให้บทเรียน ให้แบบอย่าง-ตัวอย่าง-เยี่ยงอย่าง และอย่างน้อยมันก็ทำให้ผมได้เขียนอีกหนึ่งบทความนี้ขึ้นมา

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ… ให้ผมได้ตระหนักถึงคำว่า “เสียดายตังค์” ครับ 555

คะแนนความชอบ 5 /10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย: 28 กันยายน 2017
Pin It

แสดงความคิดเห็น