รีวิว Creed (2015) ครี้ด บ่มแชมป์เลือดนักชก (ตอนที่ 2)


CR005

ก่อนดูหนังเรื่องนี้ ผมเอา Rocky 6 ภาคมาดูเรียงต่อกันครับ สิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือ ผมรักหนังชุดนี้จริงๆ มันคือเรื่องราวง่ายๆ แต่บันดาลใจผู้ชมได้อย่างยอดเยี่ยม และเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังชุดนี้คือ หนังแสดงให้เห็นถึงความจริงของชีวิต ว่าหากเราพยายามทำอะไรสักอย่าง เราก็อาจจะสมหวัง (แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้)

ขณะเดียวกัน เมื่อเราทำสำเร็จแล้ว ก็ใช่ว่าความสำเร็จจะคงอยู่กับเราเสมอไป มันอาจมีวันที่เราท้อแท้ วันที่เราพ่ายแพ้ หรือวันที่เราตกระกำลำบากแบบที่คาดไม่ถึง อย่างตัวร็อคกี้เองก็ต้องเผชิญกับชีวิตขึ้นๆ ลงๆ มาตลอด 6 ภาค

แก่นสำคัญของหนังชุดนี้จึงอยู่ที่ประโยคเด็ดที่ร็อคกี้พูดกับลูกว่า “ไม่สำคัญว่าเราหมัดหนักแค่ไหน แต่มันสำคัญว่าเรารับหมัดได้หนักแค่ไหนต่างหาก”

ตอนผมดู Rocky Balboa รอบล่าสุดนั้น อารมณ์มันมาจริงๆ ครับ มันเหมือนเราเหงา เราเศร้า เรายิ้ม และเราสุขไปกับร็อคกี้ มันประหนึ่งว่าชายคนนี้คือเพื่อนอีกคนที่เรารู้จักมาแสนนาน

พูดง่ายๆ คือผมผูกพันกับหนังชุดนี้ไปแล้วล่ะครับ พอดูจบภาค 6 อารมณ์มันเลยตื่นตันอย่างบอกไม่ถูก

CR006

แล้วมันก็ทำให้ผมเข้าใจนะ ว่าทำไม Stallone ถึงไม่โอเคในตอนแรก ก็เพราะตัวละครนี้เขาสร้างมาน่ะครับ เขาไม่อาจรู้ได้หรอกว่าคนอื่นจะเอาไปทำปู้ยี่ปู้ยำหรือไม่

แต่พอพูดคุยแลกเปลี่ยน (และส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าเป็นเพราะความดีงามของ Fruitvale Station) เลยทำให้หนังเรื่อง Creed ถือกำเนิดขึ้นมาได้ สมความตั้งใจของ Coogler

Creed ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ จริงๆ ถึงขั้นดีมากเลยล่ะ ถือเป็นหนังหมัดมวยที่ครบเครื่อง ในแง่ดราม่าก็ถือว่าถ่ายทอดได้ดี อาจไม่ถึงขั้นซึ้งน้ำตาแตก แต่ก็ถึงอารมณ์ในหลายๆ ฉาก

ครั้นมาดูในแง่แอ็กชันก็ถือว่าสะใจครับ ฉากต่อยมวยถือว่าทำได้ดีไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะฉากสังเวียนแรกของอโดนิสที่หนังถ่ายทำแบบ Long Take อันนี้ยอมรับเลยว่าผมโคตรอึ้ง คาดไม่ถึงอย่างแรง

Long Take นี่มันคือถ่ายเทคเดียว ยิงยาว ไม่คัตไม่ตัด ซึ่งทีมงานทุกคนต้องมือแม่นน่ะครับ ดาราก็ต้องแม่น ผู้กำกับก็ต้องแม่น ตากล้องก็ต้องแม่น ฝ่ายอุปกรณ์หรือบันทึกเสียงก็ต้องแม่น เพราะถ้ามีอะไรแปลกปลอม (เช่น ไมค์บันทึก หรือทีมงาน) แล่บเข้ามาในฉากเพียงนิดเดียวก็เป็นอันจบ แล้วมิหนำซ้ำกล้องยังต้องเหวี่ยงอีก (เพราะมันจับภาพคนต่อยกัน)

CR007

อันนี้ขอชมผู้กำกับภาพ Maryse Alberti เลยครับ คุมงานได้อยู่มากๆ จริงๆ พี่แกเคยทำให้ผมประทับใจมาแล้วใน The Wrestler แต่กับเรื่องนี้นี่มันประทับใจแรงขึ้นไปอีกขั้นจริงๆ

ฉากสังเวียนตอนท้าย เอาเข้าจริงๆ หากเปรียบกับฉาก Long Take ที่ว่านี้ก็อาจจะไม่เด่นเท่า แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้เร้าใจและชวนลุ้น ได้มาตรฐานหนังชุด Rocky ครับ

และที่ผมชอบอีกอย่างคือแต่ละฉากมันมีรายละเอียดเยอะครับ ประมาณว่าในขณะที่กล้องโฟกัสอยุ่ที่ตัวละครหนึ่งหรือเหตุการณ์หนึ่ง มันก็มักจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่มีผลต่อเนื่องเรื่องอยู่ในซีนนั้น แต่จะเป็นฉากหลัง

เช่น ซีนที่ร็อคกี้ไปเจออโดนิสที่ยิม แล้วก็ตัดสินใจจะเทรนให้อโดนิส ซีนที่ว่าหากสังเกตดีๆ จะพบว่าพฤติกรรมของพีท (Ritchie Coster) เทรนเนอร์ประจำยิมจะมีอะไรเราตะหงิดๆ ก่อนที่ร็อคกี้จะพาอโดนิสไป โดยหลังจากนั้นกล้องก็แพนตามร็อคกี้กับอโดนิส แต่ที่ฉากหลังลิบๆ เราจะเห็นพีทมองมาที่ร็อคกี้กับอโดนิสแบบไม่วางตา (คือเห็นแบบลางๆ หลุดโฟกัส แต่รู้ว่าเขากำลังมองมาทางนี้)

ในเรื่องนี้มีฉากประเภทนี้อยู่ไม่น้อยครับ ประเภทว่าถ้าเราดแบบเก็บรายละเอียดดี จะพบว่าทั้งผู้กำกับและตากล้อง ประสานงานกันได้อย่างดี จนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างกลมกล่อมและให้อารมณ์สมจริงทีเดียว

ติดตามตอนจบของรีวิวนี้ได้ ในวันพรุ่งนี้ครับ

โดย หมื่นทิพ

CR008

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น