รีวิว Before I Fall (2017) ตื่นมา ทุกวัน ฉันตาย (ตอนจบ)


สาระสำคัญอย่างหนึ่งที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้คือ หนังชี้ชวนให้เรารู้จัก “หยุด” เพื่อจะหันมามอง มาพิจารณา และทบทวนชีวิตตนเองเสียบ้าง อย่ามัวแต่ใช้ชีวิตแบบถูลู่ถูกังไปอย่างไร้ทิศทาง ไร้แก่นสาร เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่คู่ควรให้เราปฏิบัติต่อมันในแบบที่ดีกว่านั้น

ประมาณว่าทุกวันนี้เราก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ เราทำงานไป เรียนไป เล่นไป เที่ยวไป รักไป เกลียดไป อกหักไป บ่นไป คอมเมนท์ไป ดราม่าไป ฯลฯ มันคือกระแสชีวิตที่ไหลไปเรื่อยๆ ประดุจน้ำในแม่น้ำที่ไหลต่อเนื่องจนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุด

แต่ทีนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางทีชีวิตเราก็มีปัญหา บางทีสิ่งที่เราทำประจำก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต, เราอาจมีวิธีคิดที่ไม่ถูกต้องพอ มีวิธีดำเนินชีวิตหรือทำงานที่มันยังไม่ใช่ เปรียบได้กับเราสวมใส่เสื้อผ้ารองเท้าที่ไม่เหมาะกับตัว บางทีก็อึดอัด บางทีก็หลวมโพรก…

แต่กระนั้นเราส่วนใหญ่ก็มักจะไม่มีเวลามาใส่ใจ เรายังคงดำเนินชีวิตต่อไปทั้งอย่างงั้น อะไรผิดก็ผิดต่อไป อะไรยังไม่ใช่ก็จะยังไม่ใช่ต่อไป ฯลฯ เราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ แบบไม่หยุดครุ่นคิด ตรวจสอบ หรือพิจารณา ในแง่หนึ่งมันอาจถือเป็นเรื่องดีที่เราไม่คิดมากกับมัน แต่การที่เราไม่คิดเลย ไม่ใส่ใจเลย มันก็คือ “การละเลย” นั่นเองครับ

และสุดท้ายไม่ช้าก็เร็ว ปัญหาที่สะสม ความ “ไม่ใช่” ที่ถูกหมักดองไว้มันก็จะส่งผลออกฤทธิ์ต่อชีวิตของเรา ซึ่งจะหนักจะเบาแค่ไหนก็ตามแต่การกระทำที่สะสมมา แต่ยังไงมันก็จะออกฤทธิ์ครับ มันมาแน่ ถึงตอนนั้นเราก็ต้องมาแก้มาปรับมาเปลี่ยน ซึ่งถ้ามันทันการณ์ก็ดีไป แต่หากสายเกินแก้ เราก็จะเจอกับ “มหาวิบัติแห่งชีวิต” ที่อาจทำให้เราคิดถึงคำว่า “What If…” หรือ “รู้อย่างงี้…” ขึ้นมาในบัดดล

เป็นหนังที่ผมอยากให้วัยรุ่นได้ดูกันครับ ถ้าทำได้เอามาดูแพ็คคู่กับ The Edge of Seventeen เลยครับ หนังดีเหมือนกัน มีสาระควรค่าแก่การเก็บไปคิดเหมือนกัน และในความเห็นของผมแล้ว หนังสามารถตอบสนองในแง่ “ความบันเทิง” ให้กับเราได้ดีพอสมควรด้วย

ซาแมนต้าเองก็เหมือนกันครับ เธอก็ใช้ชีวิตไปวันๆ กับผองเพื่อน เธอเพลิดเพลินเอร็ดอร่อยกับมัน ทั้งที่บางพฤติกรรมมันไม่ใช่ตัวเธอ หรือบางพฤติกรรมเธอก็ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเธอจะทำมันไปทำไม เช่น การที่เธอไม่ชอบเพื่อนคนหนึ่งในโรงเรียน ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับเพื่อนคนนั้น แต่แค่เพราะเพื่อนเธอชวนให้เกลียด เธอก็เลยตามแห่เกลียดไปด้วย

ผมชอบฉากที่ทุกคนรุมกันแกล้งเพื่อนคนนั้นในงานปาร์ตี้ เราจะเห็นว่าซาแมนต้าเองก็สับสน เธอก็รู้อยู่ลึกๆ ว่าการไปรุมรังแกคนน่ะมันไม่ดี แต่พอเพื่อนเธอทำ เธอก็ตามแห่ไป ฉากที่ว่ามันสื่อถึงการทำตามกระแส ทำตามพลังกลุ่มได้อย่างดีและชัดมากๆ

แต่พอเธอเจอเหตุการณ์วนลูป มันเหมือนเธอได้ “หยุด” พิจารณาแต่ละการกระทำของเธออีกครั้ง อันทำให้เธอตระหนักว่าตัวเองทำเรื่องไม่น่ารักไว้เยอะ (เช่นการที่ทำตัวไม่ดีกับน้องสาวตัวเล็ก) และทำเรื่องที่ขัดกับจิตสำนักเธอตั้งมากมาย (อย่างการแกล้งเพื่อน, การจงใจมองข้ามชายซื่อๆ ที่มาแอบชอบเธอ) หรือไม่ก็ตระหนักว่าตัวเองลืมทำสิ่งที่มีความหมายจริงๆ ไปมากแค่ไหน (เช่น การให้เวลากับครอบครัวของเธอ, การบอกกับแม่ของเธอว่า “หนูคิดว่าแม่สวยมากนะคะ”)

สาระที่ว่าสอดคล้องกับชื่อเรื่องมากนะครับ ประมาณว่าก่อนที่ฉันจะตก (Before I Fall อาจสื่อหกล้ม, ตกต่ำ หรือตกไปสู่ความตาย) ฉันก็หยุดซะ ฉันช้าลง แล้วก็พิจารณาชีวิตให้ดี มองตัวเองให้ชัด มองรอบตัวให้เคลียร์

… หากเราทำได้ดังนั้น เราก็อาจฉุดตัวเองไม่ให้ Fall ก็ได้…

หนังอาจไม่เปรี้ยง ทำเงินไป $12 ล้านเหรียญ และเหมือนจะไม่ค่อยได้เข้าตลาดต่างประเทศเท่าไร แต่ทุนสร้างอยู่ที $5 ล้านครับ หนังเลยไม่ขาดทุน เดี๋ยวตอนออกแผ่น + ฉายเคเบิ้ล หนังก็จะได้เริ่มได้กำไรเอง (ผมก็หมายมั่นจะซื้อ Blu-Ray เก็บเหมือนกันครับ ลุ้นอยู่ว่าแผ่นเข้าไทยจะมี Features ครบไหม เพราะถ้าไม่มีก็ต้องแผ่นนอกโลด)

ถือเป็นอีกหนึ่งหนังที่ผมชอบครับ ดูแล้วอิ่ม มีความสุขและเศร้าระคนปนกันไป แต่ที่แน่ๆ คือมันช่วยย้ำเตือนให้เราไม่ประมาทกับชีวิต มันชี้ชวนให้เราทบทวนดูสิว่าเราคือใคร เรากำลังทำอะไร เรากำลังไปผิดทางไหม แล้วทางที่ถูกมันควรจะเป็นไง หรือมันมีทางที่ดีกว่านี้สำหรับชีวิตเราไหม รวมถึงชวนให้เราตั้งคำถามถึงพฤติกรรมไม่น่ารักที่เราทำ (แกล้งคนอื่น, เหยียดหยามคนอื่น, ดูถูกคนอื่น, ข้ามหัวคนอื่น ฯลฯ) ว่าเราทำมันลงไปทำไม?

คะแนนความชอบ 7.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย: 15 มิถุนายน 2017
Pin It

แสดงความคิดเห็น