รีวิว Howl (2015)

Howl001

Howl มีพล็อตตั้งต้นที่กวักมือเรียกความสนใจจากผม (อีกแล้ว) ครับ

เรื่องประมาณว่ามีรถไฟรอบดึกขบวนหนึ่งเกิดไปจอดเสียอยู่กลางป่า ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาครับ จนกระทั่งผู้โดยสารเริ่มรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลอยู่ข้างนอกนั่น

และไม่นาน พวกเขาก็ได้เจอกับความสยองกลางป่าแห่งนั้น อันทำให้พวกเขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดไปให้ได้นานที่สุด จนกว่าจะมีใครมาช่วย หรืออย่างน้อยก็จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น

ครับ พล็อตน่าสน โปสเตอร์ก็สวยดี แต่ตัวหนังถือว่ากลางๆ ค่อนไปทางลบครับ การเดินเรื่องมันไม่ได้ชวนให้ติดตามขนาดนั้น การทิ้งปมต่างๆ มันไม่น่าสนใจเท่าที่ควร และตัวละครในเรื่องบางทีก็ดูไม่น่าเอาใจช่วยน่ะครับ ประเภทว่าตัดสินใจอะไรผิดๆ หรือใช้อารมณ์มากจนรู้สึกว่าหนังเสียกระบวนไป


Howl002
แม้จะพอเข้าใจว่าหนังอาจพยายามสื่อให้เราตระหนักว่าการมีสติท่ามกลางเหตุร้ายนั้นคือเรื่องสำคัญ (และหากใครขาดสติก็จะเจอปัญหาหนักกว่าเก่า) แต่พอตัวละครขาดสติมากๆ หรือทำอะไรที่ไม่ฉลาดมากๆ คนดูอย่างเราๆ ก็อดไม่ได้ล่ะครับที่จะรู้สึกเบื่อกับภาพที่อยู่ตรงหน้

โดยรวมจังหวะของหนังยังไม่ลงล็อคน่ะครับ ในขณะที่ดาราในเรื่องที่พอมีชื่อก็คือ Ed Speleers แห่ง Eragon ที่หลังๆ ชักจะเงียบหาย (ยังดีที่ได้ร่วมแสดงในซีรี่ส์ Downton Abbey) และ Sean Pertwee (Event Horizon และซีรี่ส์ Gotham) ซึ่งแต่ละคนก็แสดงเรื่อยๆ เท่าที่บทจะเปิดโอกาสครับ แต่ก็ไมมีใครเด่นเตะตาแบบจริงๆ จังๆ

ถ้ามองในแง่ความสยอง ก็ถือว่าหนังสยองและทำได้ระทึกชวนตื่นเต้นพอสมควร แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับว่าความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างของบท และความไม่ฉลาด (ไปสักหน่อย) ในบางวาระของตัวละครก็ทำให้หนังเรื่องนี้ลดความอร่อยลงไปพอสมควร

คะแนนความชอบ 5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

Howl003

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น