รีวิว Kidnap (2017) ล่าหยุดนรก


หนังเรื่องนี้จัดไปร่วมขบวนกับ Taken ได้เลยครับ ตัวเอกคือ คาร์ล่า (Halle Berry) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่จู่ๆ ลูกชายก็โดนลักพาตัวไป เธอเลยไล่ล่าพวกมันแบบสุดชีวิต และพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อนำตัวลูกของเธอคืนมา

แม้จะว่าด้วยการลักพาตัว แต่หนังถือว่าเป็นคนละขั้วกับ Taken ครับ เพราะในขณะที่ Taken ตัวเอกเป็นสายลับมือพระกาฬที่บู๊เก่งและฉลาดหัวไว แต่ Kidnap นี้คาร์ล่าเป็นเพียงคนธรรมดา ทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีความสามารถไปบู๊กับคนร้ายได้ขนาดนั้น

ว่าตามจริงหนังไม่ถึงกับมีอะไรเด่นครับ เปิดมาก็แนะนำตัวละครนิดนึง แล้วก็ยิงยาวเข้าสู่ฉากการไล่ล่า ก็ยอมรับครับว่าคาร์ล่าเธอสู้ยิบตาล่าแบบไม่ยั้งจริงๆ จนพอถึงฉากที่เธอพูดว่า “พวกแกจับเด็กผิดคนแล้ว” มันก็แอบสะใจอยู่เหมือนกัน ประมาณว่าพวกแกเล่นกับใครไม่เล่น มาเจอโคตรคุณแม่คนนี้

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องปรับใจไว้ก่อนคือเธอไม่ได้เก่งหรือหัวไวอะไรมาก ดังนั้นในหลายวาระเธอเลยอาจจะทำอะไรที่มันดูประมาท เลินเล่อ หรือไม่ทันคนลงไปบ้าง แต่หนังก็ปูพื้นแต่แรกน่ะครับว่าเธอเป็นแค่คนธรรมดา ก็เลยพอจะรับได้


ทว่าหากใครคาดหวังการใช้สมองมันส์ๆ บู๊แบบสะใจๆ หรือการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างตัวเอกกับคนร้ายล่ะก็ คงต้องขอให้ปรับความคาดหวังลงมาสักหน่อย มันไม่ได้เข้มข้นอะไรแบบนั้นหรอกครับ
โดยรวมหนังจัดว่าดูได้เพลินๆ อาจมีวาระที่ชวนให้หงุดหงิดบ้างอย่างตอนที่คาร์ล่าเธอทำในสิ่งที่ดูขาดสติ (แต่หากคิดในแง่ว่าเธอกำลังลนลานก็พอเข้าใจครับ) แต่โดยรวมก็ไล่ล่ากันโอเคไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้เจ๋งขนาดว่าห้ามพลาดครับ

จุดเด่นจริงๆ ในหนังผมยกให้การแสดงของ Berry นะ เธอเล่นได้แบบเต็มที่จริงๆ ทั้งแววตาท่าทางตอนเธอตื่นกลัว หรือตอนเธอเลือดขึ้นหน้า ทุกอารมณ์มันถึงหมดน่ะครับ จุดนี้ยอมรับเลยว่าถ้าไม่ใช่ระดับ Berry มาเล่น หนังอาจจะดูธรรมดากว่านี้ก็ได้

ส่วนบทก็ค่อนข้างจะเรื่อยๆ ครับ ไม่ได้มีปมชวนให้ติดตามสักเท่าไร ระหว่างดูผมก็นึกไปถึง Breakdown หนังปี 1997 ที่ Kurt Russell นำแสดง เรื่องนั้นจะมีปมมีอะไรให้ตามลุ้นมากกว่า ในขณะที่เรื่องนี้เหมือนล่าไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีปมให้ตามสืบ


แต่ก็มีหลายฉากที่ผมชอบครับ อย่างตอนที่คาร์ล่าพยายามไปขอให้ตำรวจช่วย แล้วตำรวจบอกให้รอ เธอก็รออยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะมองไปยังโปสเตอร์หาเด็กหายมากมายที่ติดอยู่ในโรงพัก แล้วเธอก็ตระหนักว่าการที่พ่อแม่ของเด็กยังหาเด็กเหล่านั้นไม่เจอ ก็เพราะมัวแต่ “รอ” แบบที่เธอทำนั่นเอง
ประเด็นนี้สะท้อนความจริงได้ตรงดีครับ เพราะหลายๆ ปัญหาที่เกิดกับเรา บางทีเราก็ไม่ทำอะไรกับมัน ปล่อยไปตามยถากรรม หรือไม่ก็หวังว่าจะมีใครมาช่วยเหลือ แต่ในโลกความจริงแล้ว เราต้องพึ่งตัวเองครับ ต่อให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเขาก็ไม่ได้มาสนใจเราแบบเต็มร้อยหรอก

การฮึดล่าของเธออาจสร้างความวินาศสันตะโร แต่หากเธอไม่ล่าขนาดนี้ก็คงเสียลูกไปตั้งแต่ต้นเรื่องน่ะครับ หนังเลยสะท้อนให้เราคิดว่าเราเองก็เหมือนกัน หากทำอะไรก็ต้องฮึด ต้องลุยให้เต็มที่ ยิ่งถ้ามันสำคัญก็ต้องพยายามให้มาก ไม่งั้นเราอาจต้องมานั่งเสียใจที่ไม่เริ่มฮึดในตอนที่ยังมีโอกาส

ว่าแบบตรงๆ หนังก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าต้องดูหรอกครับ รอแผ่นก็ได้ แต่หากใครชอบการแสดงของ Berry เป็นทุน เรื่องนี้ก็จัดว่าควรค่าแก่การดู เพราะเธอฝากฝีมือดีๆ ไว้กับหนังเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ ครับ

คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ
 
วันที่เข้าฉาย: 29 มิถุนายน 2017
Pin It

แสดงความคิดเห็น