รีวิว Passengers (2016) คู่โดยสารพันล้านไมล์ (ปลอดสปอยล์)


สิ่งแรกที่ผมอยากจะบอกเลยคือ หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ดีเด็ดจนถึงขั้นห้ามพลาดนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่ดูเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของปีใหม่ (เหตุผลเพราะอะไรนั้น ผมจะบอกอีกครั้งในโซนสปอยล์ครับ)

ก่อนดูหนังเรื่องนี้ผมอ่านและฟังสปอยล์จนทะลุครับ คือรู้หมดแล้วล่ะว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร มันเริ่มยังไง เดินเรื่องยังไง และจบลงแบบไหน พร้อมทั้งได้ฟังคำบ่นทั้งจากไทยและเทศเกี่ยวกับหนังมาแบบเต็มที่

แต่แทนที่ฟังแล้วความอยากดูจะลดลง มันกลับมีบางสิ่งที่กระตุ้นให้ผมอยากดูครับ และแอบรู้สึกอยู่ลึกๆ ด้วยว่าผมน่าจะโอเคกับหนังเรื่องนี้ในระดับหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็คงไม่ถึงกับรู้สึกเสียดายตังค์จนเกินไป

แล้วก็เป็นไปตามคาดครับ… ผมโอเคกับหนังนะ คืออาจจะไม่ได้ชอบมากมาย แต่ผมเพลินไปกับเรื่องราว ส่วนหนึ่งคงเพราะผมรู้น่ะครับว่ากำลังจะเข้าไปเจอกับอะไร มีการปรับใจและปรับความคาดหวังก่อนดู มันก็เลยไม่รู้สึกผิดหวังอะไร และสำหรับผมแล้ว


ตัวอย่างชวนให้เราคิดไปว่านี่จะเป็นหนังไซไฟผสมลึกลับปนโรแมนติกกลางอวกาศ แต่ตัวหนังถือว่าไปอีกทางครับ มันเป็นหนังดราม่าผสมโรแมนติกที่มีไซไฟเป็นฉากหลัง ตามด้วยส่วนผสมหนังแอ็กชันผจญภัยเล็กๆ ใส่ลงไปอีกหน่อยนึง

ครับ หนังไม่ได้ลึกลับเลย ดูแล้วท่านจะรู้ว่าทำไมจิม (Chris Pratt) และออโรร่า (Jennifer Lawrence) ถึงตื่นขึ้นบนยานแบบไม่มีอะไรปิดบังทั้งสิ้น ที่เหลือก็แค่ติดตามต่อไปว่าชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นไร เพราะมันจะมีปมเรื่องความสัมพันธ์เกิดขึ้น ก่อนจะมีแอ็กชันปิดท้ายอีกทีในตอนหลัง

ดังนั้นคอหนังที่คิดว่าจะได้ดูหนังไซไฟตามปมปริศนาแบบ Pandorum หรือ Moon ก็ขอให้เข้าใจเลยครับว่ามันไม่ใช่แบบนั้นหรอก มันเน้นดราม่า (บางส่วนก็คล้ายๆ Cast Away) ผสมโรแมนติกเสียมากกว่า มันได้มีอะไรที่ตื่นเต้นหรือระทึกสักเท่าไรครับ

การแสดงของ Pratt กับ Lawrence ผมว่าก็ทำได้ดีครับ คือดีในที่นี้อาจไม่ใช่ดีแบบยอดฝีมือหรือตีบทกระจุยอะไรนะครับ แต่ดีเพียงพอสำหรับหนังที่เน้นบันเทิง สำหรับหนัง Hollywood สักเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้คนดูเพลิน ให้คนดูใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงหลีกหนีโลกความจริงไปสักแป๊บหนึ่ง


หนังกำกับโดย Morten Tyldum แห่ง The Imitation Game ซึ่งคงเปรียบเรื่องนี้กับเรื่องนั้นไม่ได้ครับ เพราะมันคนละแนวและความเข้มยังคนละขั้นกันด้วย เรื่องนั้นมันดราม่าเข้มข้นหนักๆ แต่เรื่องนี้ออกแนวป็อบคอร์นสไตล์หนังฮอลลีวู้ด แต่ถ้ามองในแง่การคุมหนังแล้ว ก็ถือว่าเขาคุมได้โอเคน่ะครับ (เพราะถ้าคุมไม่ดี ผมว่าหนังเละเป็น Big Bang กว่านี้อีกนะ)

ทีนี้หลายคนคงมีคำถามว่าแล้วผมไปสนใจอะไรหนังเรื่องนี้ทั้งที่รู้เรื่องหมดจนจบแล้ว และยังเจอคนบ่นให้ฟังจนหูชาตาลายอีก ก็ตอบได้ครับว่า พอฟังมากๆ เข้ามุมที่ผมมองหนังเรื่องนี้ก็เปลี่ยนไปตามลำดับ

ผมไม่ได้มองว่าหนังมันจะมีอะไรตื่นเต้น ไม่ได้มองว่ามันต้องสมเหตุผล แต่ผมมองว่าตัวเองกำลังจะเข้าไปดูหนังดราม่า+โรแมนติกผสมไซไฟ (ที่น่าจะให้อารมณ์แฟนตาซีเพิ่มอีกอย่าง) สักเรื่องหนึ่ง และทำใจล่วงหน้าว่าหนังอาจไม่เวิร์กก็ได้ (เพราะหลายคนก็ว่ามาแบบนั้น)

ก็เหมือนทุกครั้งครับ พอเราไม่หวัง หรือพอเราพอจะรู้เป็นเลาๆ ว่าหนังจะเป็นแบบไหน ก็เตรียมใจให้ตรงแนว ก่อนจะเดินเข้าไปเสพ มันก็จะโอเคขึ้น หรืออย่างน้อยเราก็จะไม่เจ็บหนักจนเกินไป (เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมดูหนังเกรดบีได้เรื่อยๆ ครับ เพราะผมไม่หวังอะไรกับมันอยู่แล้ว 555)

ทีนี้มันต้องมีสปอยล์ล่ะนะครับ ดังนั้นใครไม่อยากทราบข้ามไปได้เลยครับ เอาเป็นว่าหนังไม่ได้เด็ดขาดถึงขนาดว่าห้ามพลาด แต่หากเราปรับใจก่อนดูมันก็อาจเป็นโปรแกรมที่สนุกเกินคาดหมายสำหรับท่านก็ได้ หรือหากใครชอบ Pratt กับ Lawrence ก็ตามไปดูกันได้ครับ

คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย: 22 ธันวาคม 2016
Pin It

แสดงความคิดเห็น