รีวิว Standoff (2016) ล่าไม่ให้รอด

S001

ถ้าว่ากันโดยพล็อตแล้วถือว่าน่าสนใจนะครับ สไตล์เรื่องมันออกแนวแอ็กชันแบบระทึกขวัญในสถานที่จำกัด ตัวละครก็ไม่เยอะ มาคอยหักเหลี่ยมหักเล่ห์กัน โดยฝ่ายหนึ่งเป็นคนดี (แต่มีอดีต) กับอีกฝ่ายหนึ่งที่มาเพื่อล่าและฆ่าโดยเฉพาะ

เรื่องเริ่มเมื่อเด็กหญิงคนหนึ่ง (Ella Ballentine) ไปพบเห็นการฆาตกรรมขึ้น และยังเห็นหน้ามือสังหารที่ลงมือ (Laurence Fishburne) ฆ่าคนมากมายอย่างโหดเหี้ยมด้วย

ทีนี้เมื่อมือสังหารตระหนักว่ามีพยาน เขาเลยไม่รอช้าที่จะตามล่าเด็กน้อยคนนี้ ส่วนเด็กน้อยก็พยายามหนีแบบสุดชีวิต จนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านคือ คาร์เตอร์ (Thomas Jane) อดีตทหารผู้กำลังรู้สึกหมดอาลัยกับชีวิตเนื่องจากต้องเสียลูกไป

และคาร์เตอร์ก็เลยตัดสินใจปกป้องเด็กน้อยคนนี้ด้วยชีวิตครับ ในขณะที่มือสังหารก็พร้อมจะเล่นเกมแมวจับหนู พยายามหลอกล่อและเล่นสงครามจิตวิทยากับคาร์เตอร์ทุกวิถีทาง… แล้วในที่สุดใครจะรอด ใครจะตาย คำตอบก็รออยู่ในหนังแล้วครั

S002
หนังเขียนบทและกำกับโดย Adam Alleca ซึ่งเป็นการกำกับครั้งแรกของเขาครับ ก่อนหน้านี้เขาทำหน้าที่เขียนบทเป็นหลัก และปีนี้ผมก็มีบุญได้ดูหนังที่เขาเขียนบทด้วย… เรื่อง Cell ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Stephen King ยังไงล่ะครับ

คงไม่ต้องให้ผมสาธยายซ้ำนะว่าผมช้ำชอกกับ Cell มากแค่ไหน เอาเป็นว่ากับเรื่องนี้ถ้าให้พูดแบบตรงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้แย่แบบ Cell ครับ ส่วนหนึ่งคงเพราะสเกลของเรื่องที่ไม่ใหญ่นัก ทำให้การคุมงานพอจะง่ายขึ้นกว่าหนังสเกลใหญ่ๆ

และสไตล์เรื่องจริงๆ ก็เน้นที่บทกับการแสดงเป็นหลักครับ ซึ่งนักแสดงจริงๆ โอเคนะ Fishburne ถือว่าไปได้ดีพอตัวกับบทร้ายแบบนี้ ส่วน Jane ก็กลับมาดูเป็นผู้เป็นคนอีกหน หลังจากหลายเรื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพี่แกดูโทรมพิก

แต่ทีนี้ปัญหาของหนังก็คือบทนั่นแหละครับ มันยังไม่เด็ดพอ ยังไม่มีพลังมากพอที่จะดึงคนดูให้โฟกัสอยู่กับหนังได้แบบตลอดรอดฝั่ง ผลที่ได้ออกมามันน่าสนใจเป็นพักๆ ครับ อย่างตอนต้นที่คาร์เตอร์กับเจ้ามือสังหารเจอกันตอนแรก แล้วก็พยายามลักไก่กันไปมา ถือว่าทำได้ดีครับ มีการใช้สมองเกทับกันไปมาในระดับที่น่าพอใจ

S003
แต่พอกลางๆ เรื่องเหมือนหนังพยายามยืดให้ครบเวลาน่ะครับ เลยพยายามเพิ่มสถานการณ์หรือไม่ก็เพิ่มซีนดราม่าลงไป ซึ่งช่วงกลางๆ นี่แหละที่ออกแนวยืด ความน่าสนใจลดปริมาณลง ซึ่งหนังเรื่องไหนพยายามยืดโดยที่ไม่มีบทที่แน่นพอมารองรับล่ะก็ มักจะมาอีหรอบนี้ทุกทีไป

แล้วความน่าสนใจก็มาอีกทีตอนปลายๆ ครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องมันจะสรุปแล้วน่ะนะครับ ก็เลยมีอะไรเข้มข้นบ้างแต่ก็ไม่มาก ตอนจบก็ถือว่าไม่เกินคาดเดาเท่าไร ยังพอมีอะไรให้เราลุ้นกันบ้างนิดๆ หน่อยๆ

สรุปว่าหนังยังไม่เจ๋งเท่าไรครับ สไตล์เรื่องมันชวนให้คิดถึง Death and the Maiden นะ แต่เรื่องนั้นทั้งดาราและการเดินเรื่องเวิร์กกว่าเยอะ ส่วนหนึ่งก็เพราะบทนี่แหละครับที่แน่นและมีรายละเอียดเยอะ แม้ตัวละครหลักจะมีแค่ 2 – 3 คนก็เถอะ

ถ้าไม่คิดมากก็ดูได้ครับผม หนังก็ไม่เลวร้ายครับ ดูได้เพลินๆ เพียงแต่ไม่ได้โดดเด่นหรือเด็ดขาดจนห้ามพลาดเท่านั้นเอ

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

S004

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น