รีวิว After the Storm (2016) รักได้มั้ย พ่อคนนี้ (ตอนที่ 1)

a001

นั่งคิดนิยามหนังเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง จะบอกว่ามัน Feel Good ก็ไม่ใช่แต่ครั้นจะเรียกว่า Feel Real มันก็ไม่เชิง เพราะหนังจัดว่าอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 แบบที่ว่านั้นครับ

สุดท้ายก็เลยขอเรียกว่าหนังเรื่องนี้ “Feel Right” ครับ ถือเป็นหนังชีวิตที่มีสัดส่วนของเรื่องราวพอเหมาะในแบบของตนเอง ไม่ได้เป็นหนังดราม่าฟูมฟายเรียกน้ำตา, ไม่ได้เป็นหนังโลกสวยที่เต็มไปด้วยความหวัง และไม่ใช่หนังชีวิตแบบหนักอึ้งที่สะท้อนด้านมืดของโลกแบบสุดขีด

พูดแบบไม่อ้อมค้อม หนังไม่หวือหวาอะไรครับ การเดินเรื่องง่ายๆ เล่าไปเรื่อยๆ เป็นการจับเอาชีวิตของคนๆ หนึ่งมาบอกเล่า ให้เราเห็นว่าเขาทำงานอะไร, ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนรอบตัวเป็นยังไง ค่อยๆ แนะนำให้เรารู้จักตัวเขา รู้จักสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญทีละน้อย เล่าไปทีละมุม

จนเมื่อหนังจบแล้ว เราก็จะเข้าใจความเป็นเขาครบทุกมุม และการเข้าใจตัวละครในเรื่องนั้น มันก็สะท้อนย้อนมาทำให้เราเข้าใจบางจุดและบางสิ่งในชีวิตของเราเองด้วย (เข้าอีหรอบเอาหนังเรื่องนี้มาย้อนดูตัวได้เลย)

a002

แน่นอนครับว่าหนังไม่ได้เหมาะกับทุกคน ใครไม่ชอบหนังชีวิตที่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดพีคหนักๆ, ไม่มีประเด็นให้ลุ้นแบบชัดๆ หรือหากใครไม่สันทัดหนังที่ไร้ความหวือหวาล่ะก็ คงต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้อาจทำให้ผิดหวังหรือก่อให้เกิดความเบื่อระหว่างรับชมได้

แต่หากใครชอบหนังชีวิตแบบให้เราค่อยๆ เก็บรายละเอียด คือไม่ได้เล่าเรื่องของตัวละครแบบชัดเจนในครั้งเดียว แต่จะเล่าทีละมุมให้เราเก็บรายละเอียดไปทีละจุด ทำความรู้จักเขาไปทีละนิด หรือชอบหนังที่เอา “ช่วงหนึ่งของชีวิตคนมาบอกเล่า” ผมว่าเรื่องนี้จะเข้าไปอยู่ในอ้อมอกอ้อมใจท่านได้ไม่ยากครับ

ตัวเอกคือ เรียวตะ (Hiroshi Abe) หนุ่มใหญ่ที่แยกทางกับภรรยา ทำงานเป็นนักสืบเอกชน และเฝ้ารอที่จะได้พบหน้าลูกเดือนละครั้ง ซึ่งตลอด 2 ชั่วโมงหนังก็ฉายให้เราเห็นชีวิตของเขาน่ะครับ ซึ่งก็บอกได้ว่าเขาไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ เป็นเพียงคนธรรมดาที่ทำผิดบ้างถูกบ้างตามจังหวะชีวิต

สำหรับบางคนช่วงต้นๆ อาจต้องใช้ความอดทนในการติดตามชมสักหน่อยครับ เพราะเรื่องมันไม่ได้มีอะไรชวนให้ติดตาม เหมือนหนังตามติดชีวิตนายเรียวตะที่ไปเรื่อยๆ แต่พอถึงจุดหนึ่ง เราก็จะรู้จักเขามากขึ้น และจะอยากรู้ว่าชีวิตของเขาจะเป็นยังไงต่อไป (โดยเฉพาะเรื่องลูกที่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของเขา)

a003

ส่วนผมนั้นเข้าข่ายชอบเลยล่ะครับ อย่างแรกที่ชอบก็คือการแสดงของทุกคนในเรื่องที่ถือว่าพอเหมาะมากๆ เนื่องจากหนังมันไม่ได้มีความเข้มข้นหรือหนักหน่วง เราเลยจะไม่ได้เห็นการแสดงแบบเข้มโคตรจนเสียดแทงจิตใจ แต่สิ่งที่เราจะเห็น คือเห็นบทคนธรรมดาๆ แบบที่เราเจอได้ทุกวัน

แต่ผมว่าบททำนองนี้ก็ไม่ได้เล่นง่ายๆ นะครับ เพราะนักแสดงแต่ละคนต้องทำให้เราเชื่อว่าเขาคือคนๆ นั้น และเชื่อว่านี่คือมนุษย์ปุถุชนที่ใช้ชีวิตไปตามวิถีของตน ซึ่งวิถีของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันครับ อาจผิดอาจถูก แต่สำหรับคนๆ นั้นแล้ว เขาไม่ได้คิดว่ามันผิดหรือถูกหรอก แต่เขาแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น

เช่น เรียวตะมีนิสัยชอบเล่นพนัน คือถ้าเป็นคนที่ไม่เล่นพนันก็อาจบอกว่า “มันเป็นเรื่องไม่ดีนะ เล่นแล้วมีแต่เสีย จะมัวเล่นทำไม” แต่ Abe ทำให้เราเข้าใจและสัมผัสได้ครับว่าเรียวตะเล่นพนันโดยมีเหตุผลในแบบของเขา เขาเล่นด้วยความหวัง (หรืออาจจะสิ้นหวัง) เพื่อให้ได้เงินก้อนใหญ่มาเร็วๆ เขาทำได้แค่นี้ เขาคิดออกแค่นี้ เขาก็เลยทำไปตามที่สมอง+ความคิด+ประสบการณ์ นำพาไป

(ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ)

รีวิวโดย หมื่นทิพ

a004

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น