รีวิว Summer in the Vineyard (2017)


แม้ Hallmark จะทำหนังโรแมนติกออกมาเยอะ แต่ก็มีน้อยเรื่องครับที่จะได้ทำตอนต่อออกมา และเรื่องที่ผมกำลังพูดถึงนี่ก็เป็นภาคต่อจากหนังมนต์รักสวนไวน์ Autumn the Vineyard เมื่อปีที่แล้วนั่นเอง

ผมดูหนังเรื่องนี้ด้วยความดีใจเป็นพิเศษครับ เพราะนำแสดงโดย Rachael Leigh Cook ขวัญใจวัยรุ่นสมัยผมจาก She’s All That ที่จะว่าไปแล้วหลังจากแจ้งเกิดหนนั้นแล้วก็แทบไม่มีงานที่สร้างชื่อให้เธออีกเลย

แต่ตอนนี้ถือว่าเธอได้กลับมาเล่นแนวโรแมนติกอีกหน และดูท่าว่าจะทำแล้วรุ่งเพราะเรื่องนี้เธอได้เป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารกับเขาด้วย ก็เลยทำให้ผมยิ้มน่ะครับ เพราะแม้โลกของหนังโรแมนติกบนจอใหญ่จะเงียบไปแล้ว แต่อย่างน้อยทั้งคนทำหนังและคอหนังโรแมนติกก็ยังมีที่พึ่งอยู่

เรื่องราวก็ต่อจากครั้งก่อนครับ เนต เดอลูกา (Brendan Penny) กับแฟรงกี้ บาลด์วิน (Cook) อดีตคู่กัดในผันมาเป็นคู่รัก ที่ตอนนี้ยังคงช่วยกันดูแลไร่องุ่นด้วยกัน พร้อมทั้งคอยให้กำลังใจกันและกันในการทำธุรกิจปลูกองุ่นทำไวน์


โดยคราวนี้เราจะได้เจอกับตัวละครใหม่อย่าง มาร์โค (Marcus Rosner) น้องของเนตและเล็กซี่ (Tegan Moss) เพื่อนของแฟรงกี้ แล้วก็ชาร์ลส์ (Michael Kopsa) พ่อของแฟรงกี้ แต่ถ้าจะให้ว่าตามจริงแล้ว บทบาทของพวกเขาก็ไม่ถึงกับเยอะเท่าไรครับ

จริงๆ หนนี้ปมของเรื่องดูน่าสนใจมากขึ้น เพราะไร่องุ่นของเนตและแฟรงกี้กำลังมีปัญหาครับ ส่งผลถึงคุณภาพขององุ่น และด้วยความหวังดีของเนตที่อยากจะให้ไร่ได้ร่วมลงแข่งในเทศกาลประจำปี ก็กลายเป็นการสร้างความกดดันให้กับแฟรงกี้อย่างไม่ตั้งใจ

อย่างที่บอกครับว่าปมน่าสนใจ ถ้าผูกและเล่าดีๆ ก็จะทำให้ได้หนังโรแมนติกชวนประทับใจขึ้นมาทันที ประมาณว่าให้พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหากันและกัน หรือไม่ก็ช่วยประคองกันยามอีกฝ่ายหมดแรง หรือเป็นไหล่ให้พักเป็นอกให้พิงยามเหนื่อยล้า

แต่หนังก็ไม่เน้นในจุดนี้สักเท่าไรครับ หนังเลยออกจะเบาอยู่ แม้ดาราจะเล่นกันดี แต่ตัวเนื้อเรื่องยังออกแนวเรื่อยๆ ก็เลยทำให้ความน่าสนใจของภาคนี้อยู่ในระดับกลางๆ คือดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับประทับใจหรือได้ใจแบบเต็มๆ แต่หากเทียบกับที่ภาคแรกทำไว้ ก็คงต้องบอกว่าภาคนี้ก็พอๆ กันครับ (คือยังไม่ถึงกับดีมากนั่นเอง)


ตัวหนังนั้นดัดแปลงจากนิยาย Summer in Napa อันเป็นเล่มที่ 2 ในชุด St. Helena Vineyard ของ Marina Adair ที่เธอมารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับทีมงานด้วย ในขณะที่ภาคแรกดัดแปลงจากเล่ม 3 ของชุดครับ ซึ่งถ้าให้ว่ากันจริงๆ แล้ว ในนิยายนั้นตัวเอกคือเล็กซี่กับมาร์โค แต่มาภาคนี้พวกเขาออกแนวสมทบ แต่ก็ไม่แน่ว่าหากมีทำภาคหน้า พวกเขาก็อาจได้มาเป็นตัวนำก็ได้

โดยรวมก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่วิวอาจไม่ถึงกับสวยประทับใจเท่าหนัง Hallmark หลายๆ เรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ไปถ่ายกันที่โอคานากัน ประเทศแคนาดา ซึ่งจริงๆ เมืองก็ดูมีเสน่ห์ดีครับ แต่วิวที่เห็นในหนังอาจมีปริมาณต้นไม้ไม่เยอะ จะเน้นทิวเขาหรือที่โล่งอะไรแบบนั้นมากกว่า

สิ่งที่ผมคิดตอนนี้ก็คือ ในขณะที่ค่ายหนังส่วนใหญ่ทำหนังตามกระแสกันแบบเต็มตัว ก็ดูจะมีแต่ Hallmark นี่แหละครับที่ยังไปได้ดีกับหนังโรแมนติก ซึ่งคุณภาพของหนังค่ายนี้ก็ดีขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเพราะเทคนิค เพราะงานภาพ หรือเพราะไม่ค่อยมีหนังโรแมนติกออกมาเป็นคู่แข่ง มันเลยยังไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบมากมาย ซึ่งไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม แต่หากค่ายนี้ยังยึดหัวหาดหนังรักและหนังคริสต์มาสเอาไว้ได้ ผมว่าอนาคตจะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ครับ

หนังแอ็กชัน ฮีโร่ หรือสยองขวัญเป็นอะไรที่มันส์ครับ แต่บางครั้งเราก็อยากช้าๆ กับชีวิต อาจเพราะแต่ละวันเราก็ต้องไปแอ็กชันกับโลกภายนอกมากพออยู่แล้ว ครั้นจะดูหนังดราม่าก็อาจทำให้แรงน้อยลงไปอีก ดังนั้นก็มีหนังโรแมนติกแบบนี้แหละที่จะตอบโจทย์ยามเราเหนื่อยได้

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น