รีวิว Table 19 (2017) โต๊ะ 19 (ตอนที่ 2)


จริงๆ บางโต๊ะบ่าวสาวก็ไม่ได้ให้ความสำคัญหรอกครับ แต่เผอิญเป็นผู้ใหญ่ ผู้มีหน้ามีตาไง เลยได้มานั่งหน้า แต่คนที่บ่าวสาวรู้จักจริงๆ อาจต้องไปอยู่โน่นนนนนนนนน แต่ก็ขัดไม่ได้เพราะพ่อแม่และผู้ใหญ่เขาอยากให้จัดแบบนั้น พูดได้เต็มปาก เพราะเคยจัดงานมาแล้วครับ เลยรู้ดีเพราะเจอมากับตัว 555

ในขณะที่โต๊ะ 19 นี่ก็ออกแนว “โต๊ะสำรอง” ที่คนที่ถูกเชิญอาจจะมาหรือไม่มาก็ได้ ไม่ใช่คนที่สนิทอะไรมาก หรือไม่ก็เป็นคนที่ถูกเชิญมาตามมารยาท (พอคนบนโต๊ะรู้ความหมายมันก็ชวนให้เจ็บอยู่เหมือนกันครับ – อยากบอกว่าบางทีเราไปงานแบบนี้ก็มีอารมณ์แบบนี้เหมือนกันนะ-เพราะงั้นเลยอินมั้งครับ)

ผมชอบที่หนังตีความลักษณะของตัวละครในโต๊ะ 19 เป็นเหมือน “คนนอกแถว” หน่อยๆ คือพวกเขาอาจดูเป็นคนที่ไม่สลักสำคัญสำหรับใคร หรืออาจเป็นคนแปลกในสายตาคนอื่น แต่คนพวกนี้จะมองอะไรทีี่คนอื่นไม่มอง จะ Sensitive และจับความรู้สึกเก่ง นั่นเลยทำให้พวกเขาสนิทกันได้เร็ว และไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นคนที่คอยให้คำแนะนำ-คำปรึกษาต่อกัน… ผมว่ามันเป็นอะไรที่อบอุ่นดีนะ

ผมว่าเหตุผลสำคัญที่ผมชอบหนังเรื่องนี้ก็คงเพราะแบบนี้ล่ะครับ เรื่องของคนที่ไม่ได้สลักสำคัญสำหรับ “สังคมกระแส” แต่พวกเขาใช่จะไร้ค่า เพราะพวกเขาก็มีหัวใจ และดีไม่ดีพวกเขาจะห่วงใยคนอื่นมากกว่า “คนหมู่มากในสังคม” ซะอีก แต่บางทีความห่วงใยของพวกเขากลายเป็นของขำ ความ Sensitive ของพวกเขากลายเป็นความเพี้ยนอะไรแบบนั้น

ตัวละครที่ผมชอบสุดคงจะเป็นโจน่ะครับ เธอคือพี่เลี้ยงที่เลี้ยงเจ้าสาวและพี่ของเจ้าสาวมาตั้งแต่เล็ก เธอเป็นพี่เลี้ยงรุ่นดึกที่คิดถึงคนอื่นก่อนตนเองเสมอ แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ลเอยด้วยการอยู่เพียงลำพัง ไร้คนเหลียวแล กลายเป็นคนแก่ไร้ความหมายหรือมนุษย์ป้าสำหรับใครหลายๆ คน

ตัวละครของโจสะท้อนความจริงบทหนึ่งในโลกครับ มันมีจริงๆ นะคนที่ถูกฝึกมา ถูกหล่อหลอมมาให้คิดถึงคนอื่นก่อนตนเองเสมอ คนที่โตขึ้นมาพร้อมความเห็นใจ พร้อมความอยากที่จะให้ หรือบางคนอาจโตมาโดยถูกสอนว่าการคิดถึงตัวเองก่อนเป็นสิ่งไม่ดี เป็นความเห็นแก่ตัว ฯลฯ

แต่น่าเศร้าที่คนพวกนี้มักจะตกเป็นเหยื่อของเสือสิงห์กระทิงแรดในสังคมที่คอยจะตักตวงผลประโยชน์ คอยใช้ความใจดี เห็นใจ ความกรุณาของคนกลุ่มนี้เป็นเหมือนแหล่งหาอาหาร หรือไม่ก็จะถูกเพิกเฉย ถูกลืม เป็นเหมือนตัวประกอบในชีวิตของคนทั่วไป และไม่ได้เป็นตัวเอกในชีวิตใครสักที

ตอนโจเล่าให้ฟังว่าเธอเลือกจะไปหาของเล่นให้พี่น้องมิลเนอร์แทนที่จะไปนัดดูตัวที่มีคนจัดให้ หากวันนั้นเธอเลือกที่จะสนใจคนอื่นให้น้อยลง แล้วสนใจตนเองให้มากขึ้น มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เธออาจไม่ต้องอยู่โดดเดี่ยวไม่มีใครเหลียวแลมาจนถึงตอนนี้ก็ได้ (แม้ในหนังจะลงเอยด้วยการที่โจได้เพื่อนใหม่เป็นกลุ่มโตีะ 19 แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีครับว่าคนอื่นๆ จะโชคดีได้เจอแบบที่โจเจอ)

จริงครับที่หนังเรื่องนี้ไม่ดีเด่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็ลงตัวในแบบของมัน มีดาราดีๆ มารวมตัวกันและแสดงร่วมกันได้อย่างพอเหมาะ ตามด้วยพล็อตเรื่องที่อาจจะเดาได้ไม่ยาก และตอนจบที่ลงสูตรสำเร็จ แต่อาจเพราะระยะหลังๆ มานี้หนังพยายามฉีกสูตรสำเร็จกัน หนังจบแบบแฮ้ปปี้ก็ดูจะน้อยลงเรื่อยๆ บางทีการได้ดูหนังที่จบลงด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นแบบนี้ มันก็ดีเหมือนกัน

ผมไม่รับประกันว่าหนังเรื่องนี้จะถูกใจใครๆ น่ะนะครับ แต่มันถูกใจผม ดูแล้วยิ้มได้ จบแบบกินใจและประทับใจ และอีกส่วนหนึ่งที่ผมชอบก็คงเพราะหนังไม่ได้พยายามเน้นไปที่ความตลกจนเกินเหตุ มันฮาจากอารมณ์หนังและบรรยากาศ รวมถึงบทสนทนา ไม่ได้มีฮาแบบล้ำเส้นหรือห่ามเกินไป (หนังหลายเรื่องพยายามเน้นฮาจนล้น จนเสียกระบวน จนพล็อตรวนและทำให้หนังดูเบาหวิวเกินไป)

ผมคงเอามาดูซ้ำอีกถ้ามีโอกาสน่ะครับ สนุกดี… ผมว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีนะครับยามเจอหนังที่ถูกใจ หนังที่เติมเต็มอะไรบางอย่าง เหมือนเจอเพื่อนที่รู้ใจเข้าโดยบังเอิญ ซึ่งมันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการดูหนัง, อ่านหนังสือ, เดินทาง และอีกหลายๆ กิจกรรม

.. มันคือการค้นหาที่ไม่มีบทสรุปตายตัว (ว่าเราจะได้เจอของดีจากการค้นหานั้นหรือไม่) แต่มันก็สนุกที่ได้ค้นหา สนุกที่ได้ลองทำ และยิ่งถ้าเราได้เจอในสิ่งที่ตรงใจโดยไม่คาดฝันแล้ว มันจะเป็นหนึ่งในสิ่งเติมพลังที่ทำให้ช่วงเวลาที่เหลือของเราในวันนั้นๆ ดูดีขึ้นมาได้

นี่แหละครับ ประสบการณ์ของผม ที่มีต่อ Table 19

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น