รีวิว Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน (2016)

หนังเรื่องนี้มันทางของผมชัดๆ ครับ แนวสยอง ลึกลับ น่ากลัวแบบกินบรรยากาศ มีปมปริศนาให้ตาม มีความซับซ้อนให้มึนนิดๆ แบบนี้ล่ะครับ ผมชอบ

แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนครับว่าดีกรีความซับซ้อนของหนังเรื่องนี้อาจทำให้หลายท่านงงได้ ส่วนหนึ่งก็ด้วยการเล่าเรื่องน่ะครับ ซึ่งในความเห็นผมแล้วไม่ใช่ว่าเล่าเรื่องไม่ดีนะ แต่เป็นการเล่าเรื่องที่ต้องใช้พลังในการติดตามเยอะพอสมควร

ดังนั้นในเบื้องต้นถ้าใครอยากดูหนังสยองที่เน้นความน่ากลัวและดูง่ายเป็นหลักล่ะก็ ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องนี้ครับ เพราะการเล่าเรื่องที่สวิงสวาย (หรือบางคนนิยามว่า “เดินเรื่องแบบอาร์ทๆ”) และเมื่อมาเจอกับเรื่องที่ซับซ้อนพอประมาณแล้ว ก็อาจทำให้งงโดยง่ายครับ

พล็อตหลักเลยก็ว่าด้วยแทน (มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มความจำเสื่อมที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล เขาพยายามหาคำตอบว่าแท้จริงแล้วเขาคือใครและครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เขาก็ได้พบเงื่อนงำที่จะนำเขาไปสู่ครอบครัว


เมื่อเขาไปถึงบ้าน เขาพบที่สาวฝาแฝดชื่อทับทิม(วรรณรท สนธิไชย) และสามีกับลูกๆ ของเธอ รวมถึงแม่บ้านที่ดูแลแทนมาตั้งแต่ยังเด็ก แน่นอนว่าเขาดีใจที่เจอครอบครัวครับ แต่มันก็มีอะไรแปลกๆ ในบ้านหลังนี่ทำให้เขาเกิดความสงสัย

แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็พบว่าบ้านนี้น่ากลัวเลยล่ะครับ มีความลึกลับมหาศาลรอเขาอยู่ และที่น่ากลัวที่สุดคือบ้านหลังนี้จะไม่ยอมให้เขากลับออกไปง่ายๆ… หนนี้แหละครับที่เขาจะได้รู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตนเองและครอบครัว

ทราบมาว่าหลายคนไม่โอเคกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เป็นธรรมดาอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะการเล่าเรื่องอย่างที่บอกน่ะครับ มันอาจดูยากหรือชวนสับสนเกินความจำเป็นไปบ้าง (คือจริงๆ เล่าง่ายกว่านี้ก็ได้แหละครับ) ผมจึงค่อนข้างย้ำว่าแม้นี่จะเป็นหนังสยอง แต่ก็อาจไม่ได้เข้าทางสำหรับทุกคนครับ

ในขณะที่ผมนั้นดูแล้วชอบน่ะครับ อย่างแรกชอบงานโปรดักชั่น บ้านที่เป็นสถานที่เกิดเรื่องหลักมันดูอาร์ทดี เวลาไฟสว่างๆ มันก็ดูสวยดีอยู่ครับ แต่พอบทจะสยองเมื่อไรมันก็กลายเป็นบ้านชวนหลอนที่ทำให้เราอยากวิ่งหนีออกไปให้ไกลที่สุด


ดาราเล่นได้ดีหมดครับ ไม่ว่าจะมาริโอ้, วิว วรรณรท หรือคุณนภาดา สุขกิจ ที่รับบทแวว แม่บ้านที่ดูใจดี ทุกคนเล่นได้พอเหมาะกับเรื่องราว และในบางวาระก็เสริมความน่ากลัวให้กับหนังได้อย่างน่าพอใจด้วย

บทก็เขียนออกมาดีครับ เหมือนอ่านนิยาย เปิดไปทีละหน้า ปมคลายไปทีละอย่าง ส่วนหนึ่งอาจเพราะผมชอบอะไรทำนองนี้อยู่แล้วเลยเพลินไปกับการตามเรื่อง แม้บทอาจไม่ได้สดใหม่ซะทีเดียวก็เถอะ แต่ก็ถือว่าร้อยเรียงได้น่าติดตามครับ

สาระสำคัญอย่างหนึ่งที่หนังพยายามบอกก็คือ ครอบครัวของเรานั้นอาจไม่สมบูรณ์แบบหรอกครับ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าจะทะเลาะขัดแย้งในบ้าน, พ่อแม่พี่น้องมีข้อเสียชวนให้หงุดหงิด หรือปัญหาจากภายนอก/จากคนอื่น ฯลฯ

ซึ่งหากครอบครัวเรามีปัญหา เราจะเศร้า เสียใจ ผิดหวัง ฯลฯ มันก็ย่อมทำได้อยู่แล้วล่ะครับ แต่กระนั้นเราต้องไม่ลืมที่จะต้องตั้งหลักตัวเองเพื่อกลับมารับมือกับปัญหาเหล่านั้น หรือบางปัญหามันเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข (เช่นความไม่เข้าใจ หรือความไม่สมบูรณ์บางอย่างของคนในครอบครัว) เราก็อาจต้องพยายามหาวิธีปรับใจยอมรับมันให้ได้ ก่อนที่มันจะเกาะกินเราจนก่อความเสียหายไปยังด้านอื่นๆ ของชีวิต (หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องหาทางออกแบบที่เจ็บปวดน้อยที่สุดน่ะครับ… แต่มันก็ต้องมีเจ็บบ้างแหละ)

โดยรวมแล้วนี่ถือเป็นหนังไทยแนวสยองขวัญที่ทำออกมาได้ดีครับ มันอาจไม่ได้สดใหม่หรือแปลกใหม่อะไรมาก แต่ก็ควรค่าแก่การลองชมสำหรับคอหนังสยองลึกลับครับ

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น