http://www.bktube.net Sun, 19 Feb 2017 03:00:48 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.2 รีวิวซีรีส์ Agents of S.H.I.E.L.D. ปี 2 (2014 – 2015) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-agents-s-h-e-l-d-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2-2014-2015.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-agents-s-h-e-l-d-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2-2014-2015.html#respond Sun, 19 Feb 2017 03:00:48 +0000 http://www.bktube.net/?p=10800 จำได้ว่าปีแรกสุดของซีรี่ส์ชุดนี้ผมไม่ถึงกับปลื้มอะไรมากครับ มาสนุกจริงๆ เอาตอนหลังๆ ในขณะที่ครึ่งปีแรกออกแนวเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรชวนติดตามขนาดนั้น และว่าตามจริงช่วงท้ายๆ ของปีแรกแม้จะสนุกและเชื่อมกับหนังใหญ่ของ Marvel ได้แบบฉลาดมากๆ ก็เถอะ แต่ในแง่ความมันส์ก็อาจยังไม่ถึงระดับเด็ดขาดแบบเต็มๆ คงเพราะแบบนั้นผมเลยไม่กระตือรือร้นในการเอาปี 2 มาดูสักเท่าไร แม้ใครๆ จะบอกว่ามันสนุกขึ้นก็เถอะ แต่พอดีวันก่อนตอนเห็นข่าว Ezra Miller ไม่สามารถแจกลายเซ็นต์ลงบนใบปิดของซีรี่ส์ชุดนี้ (ว่ากันว่าด้วยเหตุผลทางสัญญาที่เขาทำไว้กับ DC) มันก็เลยทำให้ผมสนใจจะเอาปี 2 มาดูต่อน่ะครับ ถ้านี่เป็นแผนการตลาดที่ Marvel เจตนาทำล่ะก็ (ประมาณว่าให้คนเดินไป แล้วรู้แหงๆ ว่า Miller ไม่เซ็นต์จนเกิดเป็นข่าว) คงต้องถือว่าได้ผลอย่างแรง อย่างน้อยก็สำหรับผมล่ะ 555 แล้วผลก็คือปี 2 ทำออกมาได้สนุกมากขึ้นจริงๆ ครับ ส่วนหนึ่งคงเพราะสามารถจับทิศทางของตัวเองได้แบบชัดเจนแล้ว คือปีแรกยังสะเปะสะปะ บางทีก็เหมือนๆ จะรบกับไฮดร้า บางทีก็เหมือนๆ จะตามหาผู้มีพลังพิเศษมาร่วมกับชิลด์ จนมันไม่สุดสักทาง แต่มาปีนี้หนังจัดเต็มในการปะทะกับไฮดร้าครับ ความน่าติดตามเริ่มตั้งแต่ตอนแรกๆ เลย เมื่อมีการปูพื้นว่าพวกไฮดร้ากำลังพยายามตามของมีค่าชิ้นหนึ่ง ซึ่งของชิ้นนี้อาจซ่อนความลับรวมถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดเอาไว้ เลยทำให้พวกไฮดร้าที่เหลือตามล่าเอาของชิ้นนี้ไป และทำให้ ฟิล...

The post รีวิวซีรีส์ Agents of S.H.I.E.L.D. ปี 2 (2014 – 2015) appeared first on .

]]>
ag001

จำได้ว่าปีแรกสุดของซีรี่ส์ชุดนี้ผมไม่ถึงกับปลื้มอะไรมากครับ มาสนุกจริงๆ เอาตอนหลังๆ ในขณะที่ครึ่งปีแรกออกแนวเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรชวนติดตามขนาดนั้น

และว่าตามจริงช่วงท้ายๆ ของปีแรกแม้จะสนุกและเชื่อมกับหนังใหญ่ของ Marvel ได้แบบฉลาดมากๆ ก็เถอะ แต่ในแง่ความมันส์ก็อาจยังไม่ถึงระดับเด็ดขาดแบบเต็มๆ

คงเพราะแบบนั้นผมเลยไม่กระตือรือร้นในการเอาปี 2 มาดูสักเท่าไร แม้ใครๆ จะบอกว่ามันสนุกขึ้นก็เถอะ แต่พอดีวันก่อนตอนเห็นข่าว Ezra Miller ไม่สามารถแจกลายเซ็นต์ลงบนใบปิดของซีรี่ส์ชุดนี้ (ว่ากันว่าด้วยเหตุผลทางสัญญาที่เขาทำไว้กับ DC) มันก็เลยทำให้ผมสนใจจะเอาปี 2 มาดูต่อน่ะครับ

ถ้านี่เป็นแผนการตลาดที่ Marvel เจตนาทำล่ะก็ (ประมาณว่าให้คนเดินไป แล้วรู้แหงๆ ว่า Miller ไม่เซ็นต์จนเกิดเป็นข่าว) คงต้องถือว่าได้ผลอย่างแรง อย่างน้อยก็สำหรับผมล่ะ 555

ag002
แล้วผลก็คือปี 2 ทำออกมาได้สนุกมากขึ้นจริงๆ ครับ ส่วนหนึ่งคงเพราะสามารถจับทิศทางของตัวเองได้แบบชัดเจนแล้ว คือปีแรกยังสะเปะสะปะ บางทีก็เหมือนๆ จะรบกับไฮดร้า บางทีก็เหมือนๆ จะตามหาผู้มีพลังพิเศษมาร่วมกับชิลด์ จนมันไม่สุดสักทาง แต่มาปีนี้หนังจัดเต็มในการปะทะกับไฮดร้าครับ

ความน่าติดตามเริ่มตั้งแต่ตอนแรกๆ เลย เมื่อมีการปูพื้นว่าพวกไฮดร้ากำลังพยายามตามของมีค่าชิ้นหนึ่ง ซึ่งของชิ้นนี้อาจซ่อนความลับรวมถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดเอาไว้ เลยทำให้พวกไฮดร้าที่เหลือตามล่าเอาของชิ้นนี้ไป และทำให้ ฟิล โคลสัน (Clark Gregg) ต้องโดดลงมาขวาง

นอกจากการตีกับไฮดร้าแล้ว หนังยังมีพล็อตว่าด้วยเรื่องของ Inhuman มนุษย์สายพันธุ์พิเศษซึ่งมีผลทั้งในแง่การทิ้งปมปริศนาในเราติดตาม อีกทั้งในแง่ของดราม่าก็ถือว่ามีผลเช่นกันครับ เพราะมันจะมีปมมาเกี่ยวเนื่องกับตัวละครหลักในทีมของโคลสันด้วย

ดูแล้วติดเลยครับ ไม่เหมือนปีแรกที่กว่าจะรู้สึกสนุกก็ปาเข้าไปตอนที่ 17 เห็นจะได้ คือใกล้จะจบเต็มทีน่ะครับ แต่กับปีนี้มันสนุกตั้งแต่ตอนแรกๆ เลย อาจมีผ่อนๆ บ้างในตอนกลางๆ แต่ก็แค่ไม่นานครับ เพราะตอนอื่นๆ ล้วนดูสนุกทั้งสิ้น


หนังมาครบทั้งเรื่องการตามปมปริศนา, ฉากแอ็กชันก็ทำได้ถึงเครื่องมากขึ้น หลายฉากนี่บอกได้ว่ามันส์เลยล่ะ ผมประทับใจซีนลองเทคตอนที่สกาย (Chloe Bennet) สำแดงฝีมือลุยน่ะครับ เป็นอะไรที่มันส์และตื่นตาพอดูเมื่อเทียบกับมาตรฐานซีรี่ส์ด้วยกัน

ดาราในเรื่องก็ลื่นไหลหมดครับ ทุกคนเล่นได้ดี ยามฮาได้ทำถึง ครั้นยามซึ้งก็ทำได้ในระดับน่าพอใจ ต้องเรียกว่าหลายอย่างลงล็อคแล้วครับสำหรับปี 2 ของซีรี่ส์นี้

ช่วงท้ายจัดว่ามันส์ใช้ได้เลยครับ ทำเอาอยากดูปี 3 ต่อทันทีเลยล่ะ ความสนุกถือว่ามาเต็ม อารมณ์ใกล้ๆ กับตอนดู Buffy ทีเดียว (ซึ่งซีรี่ส์นี้ก็ได้ Joss Whedon นี่แหละ ร่วมสร้างกับเขาด้วย) เอาเป็นว่าใครเฉยกับปีแรก ผมอยากให้ลองปี 2 ดูหน่อยครับ มันสนุกขึ้นเยอะมาก น่าติดตามมากในแง่เนื้อเรื่องที่มีปมและความซับซ้อนเยอะ อีกทั้งการหักมุมอีก เรียกว่าสนุกไม่ผิดหวังครับ

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

LUCY LAWLESS, NICK BLOOD, WILMER CALDERON, HENRY SIMMONS, CHLOE BENNET, PATTON OSWALT

+++++++++++++++++++++++++++
++++ ถัดจากนี้มีสปอยล์นะครับ +++++
++ ไม่อยากทราบอย่าเพิ่งอ่านครับ +
++++++++++++++++++++++++++

ตัวละครที่ผมชอบที่สุดในปีนี้ ผมยกให้ คาลวิน พ่อของสกายที่รับบทโดย Kyle MacLachlan น่ะครับ เป็นตัวละครที่ดูน่ากลัวในตอนแรกๆ ที่เจอ แต่พอเราได้รู้จักเขามากขึ้นๆ พี่แกกลายเป็นตัวละครแสนดีที่น่าสงสารไปเลยครับ

ยอมรับว่าระหว่างดูนี่ผมเห็นใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ นะ ยิ่งฉากที่เขาเดินกับสกาย โดยที่ใจเขานึกว่ากำลังจะได้อยู่กับลูกนานๆ แต่ทว่าลูกและเมียกลับกำลังวางแผนทิ้งเขาไป คือเป็นอะไรที่น่าสงสารและสะเทือนใจมาก

แววตายามที่เขามีความสุขยามได้อยู่กับลูกนี่เป็นอะไรที่ได้ใจมากครับ MacLachlan แสดงได้สุดยอด จนผมภาวนาเลยล่ะว่าขออย่าให้เขาตาย และขอให้เขาลงเอยด้วยดี ซึ่งพอปีนี้จบก็อยากจะขอบคุณทีมงานเลยครับที่ช่วยหาทางลงอันเหมาะสมให้กับตัวละครนี้ จบได้ดีมาก ผมนี่ดีใจเลยตอนเห็นว่าบทลงเอยของเขาเป็นอย่างไรน่ะ

The post รีวิวซีรีส์ Agents of S.H.I.E.L.D. ปี 2 (2014 – 2015) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-agents-s-h-e-l-d-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2-2014-2015.html/feed 0
รีวิว Phantasm: Ravager (2016) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-phantasm-ravager-2016.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-phantasm-ravager-2016.html#respond Sat, 18 Feb 2017 03:00:00 +0000 http://www.bktube.net/?p=11092 แน่ใจว่าในบ้านเราคงมีคนรู้จักหนังชุดนี้อยู่ไม่มากครับ และคนที่ดูครบชุดก็น่าจะมีน้อยลงไปอีก (ภาคนี้จะมีแผ่นเข้าบ้านเราไหมก็ยังไม่แน่ใจเลยเนี่ย 555) ดังนั้นบทความนี่จะออกแนวเฉพาะกลุ่มหน่อยๆ ครับ เหมาะสำหรับแฟนๆ หนังชุดนี้ หรือไม่ก็คนที่อยากรู้จักหนังชุดนี้น่ะนะครับ ^_^ Phantasm คือหนังสยองระดับตำนานอีกหนึ่งชุดครับ ภาคแรกถือกำเนิดในปี 1979 ว่าด้วยเพื่อนรักกลุ่มหนึ่งไปค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในสถานที่เก็บศพประจำเมือง ที่นั่นมีชายลึกลับร่างสูง (อันเป็นที่มาของฉายา The Tall Man) ที่มีพละกำลังอย่างเหลือเชื่อ และแอบเอาศพของชาวเมืองไปเพื่อแผนบางอย่าง ภาคแรกทำได้สนุกสุดครับ ลึกลับ น่ากลัว หลอน ชวนฉงน มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง และผู้กำกับอย่าง J.J. Abrams ยังออกตัวว่าชอบมากและเขายังเป็นหัวหอกในการเอาภาคแรกที่ว่ามา Remaster เป็น Blu-Ray แบบ 4K ให้แฟนๆ ได้สะใจกัน (เพราะหลายฉากของหนัง หากดูแบบ HD นะ มันจะสวย+หลอนได้แบบลงตัว – โดยเฉพาะฉาก Tall Man เดินมาเดี่ยวๆ กลางห้องเก็บศพ) แล้วหนังก็ทำตามออกมาจนถึงภาค 4 ครับ (ภาค 3...

The post รีวิว Phantasm: Ravager (2016) appeared first on .

]]>

แน่ใจว่าในบ้านเราคงมีคนรู้จักหนังชุดนี้อยู่ไม่มากครับ และคนที่ดูครบชุดก็น่าจะมีน้อยลงไปอีก (ภาคนี้จะมีแผ่นเข้าบ้านเราไหมก็ยังไม่แน่ใจเลยเนี่ย 555) ดังนั้นบทความนี่จะออกแนวเฉพาะกลุ่มหน่อยๆ ครับ เหมาะสำหรับแฟนๆ หนังชุดนี้ หรือไม่ก็คนที่อยากรู้จักหนังชุดนี้น่ะนะครับ ^_^

Phantasm คือหนังสยองระดับตำนานอีกหนึ่งชุดครับ ภาคแรกถือกำเนิดในปี 1979 ว่าด้วยเพื่อนรักกลุ่มหนึ่งไปค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในสถานที่เก็บศพประจำเมือง ที่นั่นมีชายลึกลับร่างสูง (อันเป็นที่มาของฉายา The Tall Man) ที่มีพละกำลังอย่างเหลือเชื่อ และแอบเอาศพของชาวเมืองไปเพื่อแผนบางอย่าง

ภาคแรกทำได้สนุกสุดครับ ลึกลับ น่ากลัว หลอน ชวนฉงน มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง และผู้กำกับอย่าง J.J. Abrams ยังออกตัวว่าชอบมากและเขายังเป็นหัวหอกในการเอาภาคแรกที่ว่ามา Remaster เป็น Blu-Ray แบบ 4K ให้แฟนๆ ได้สะใจกัน (เพราะหลายฉากของหนัง หากดูแบบ HD นะ มันจะสวย+หลอนได้แบบลงตัว – โดยเฉพาะฉาก Tall Man เดินมาเดี่ยวๆ กลางห้องเก็บศพ)

แล้วหนังก็ทำตามออกมาจนถึงภาค 4 ครับ (ภาค 3 ได้เข้าในไทยในชื่อ “วงจรประหลาด ไม่อุบาทว์-แต่ดุ”) ทุกภาคกำกับโดย Don Coscarelli แล้วก็เว้นช่วงไปนานมากจนผมเองก็คิดว่าคงเลิกสร้างแล้วล่ะ เพราะจริงๆ ตอนจบภาค 4 นั้น หากจะตัดให้มันจบ ณ ตรงนั้นก็ได้เหมือนกัน ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร


แต่ในที่สุดก็มีการเข็นภาค 5 นี้ออกมาครับ ซึ่งสร้างห่างจากภาค 4 ถึง 18 ปี (ปีนี้เป็นปีแห่งหนังภาคต่อข้ามทศวรรษจริงๆ นะ เพราะหนังภาคต่อหลายเรื่องสร้างห่างจากภาคก่อนเป็น 10 ปีทั้งนั้น) โดยคนมากำกับคือ David Hartman แฟนอีกคนของหนังชุดนี้ที่มีประสบการณ์ในหนังแอนิเมชั่นและหนังเน้น CG มาพอสมควร

ภาคนี้ตั้งใจจะให้เป็นภาคจบครับ แต่ผมก็คิดก่อนดูแล้วล่ะว่ามันคงไม่ขมวดจบสรุปเรื่องได้จริงหรอก เนื่องจากสเกลเรื่องมันใหญ่ครับ ภาคแรก The Tall Man ยังเป็นเหมือนปีศาจในเมืองเล็กๆ แต่พอมาถึงภาค 4 นี่พลังอำนาจของมันกลายเป็นมอนสเตอร์ระดับจักรวาล ชนิดที่ถ้าอยากสยบ The Tall Man นะ ต้องไปตามพวก Avengers มาน่ะครับถึงจะเอาอยู่

ภาคนี้เลยเป็นการพยายามหาทาง “แลนดิ้ง” เรื่องราวลง เป็นการพยายามปิดตำนานให้มันสวยๆ สักหน่อย ถ้าถามว่าผลเป็นยังไง ก็รู้สึกได้ครับว่าผมชอบหนังภาคนี้น้อยที่สุด ซึ่งที่บอกว่าน้อยนี่ไม่ได้แปลว่าหนังแย่นะครับ จริงๆ มันก็ดูได้เพลินๆ นั่นแหละ เพียงแต่ความสนุกหรือความน่าติดตามมันเทียบภาคที่แล้วๆ ยังไม่ได้

++++++++++++++++++++++
ถัดจากนี้ก็จะมีสปอยล์ล่ะนะครับ
หากไม่อยากทราบข้ามได้เลยครับ
+++++++++++++++++++++++

จริงๆ ภาคนี้มีบทที่น่าสนใจ มันมีเรื่องมิติคู่ขนานมาเกี่ยวน่ะครับ เรื่องโลกความฝัน-ความจริง แล้วก็การบอกเล่าว่าหลังจากตอนจบภาค 4 แล้วมันเกิดอะไรขึ้นต่อกับเหล่าตัวละคร โดยเนื้อเรื่องน่ะถือว่าน่าสนใจอยู่

แต่การเล่าเรื่องยังไม่ถึงกับน่าติดตามครับ และหนังพยายามเน้น CG มากเกินไป ก็พอเข้าใจล่ะครับว่าอยากสร้างความยิ่งใหญ่ แต่ผมว่าเสน่ห์จริงๆ ของ Phantasm คือความหลอนแบบที่เกิดขึ้นได้ใกล้ๆ ตัว อารมณ์มันจะประมาณว่าในตอนนี้โรงงานใกล้ๆ บ้านเรา หรือหอพักใกล้ๆ บ้านเราอาจเกิดเรื่องหลอนขึ้น อาจมีตัวสยองกำลังค่อยๆ กลืนคนไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ภาคแรกอารมณ์มันจะใกล้ตัวประมาณนั้นน่ะครับ

แต่ก็พอเข้าใจน่ะครับ ภาค 4 ก็เล่าไปซะไกลขนาดนั้นแล้ว ภาคนี้เลยพยายามต่อยอด ถ้าพูดในเชิงเนื้อเรื่องก็โอเคครับ แต่งานภาพที่ CG แบบไม่เนียนเท่าไรมันก็กลบความน่ากลัวที่หนังพึงมี ไปๆ มาๆ ฉากที่น่าสนใจคือฉากง่ายๆ อย่างโถงทางเดินของโรงพยาบาลที่มืดสนิท หรือฉากที่ตัวละครนอนอยู่แล้วเกิดอะไรแปลกๆ ขึ้น แบบนี้เป็นต้น

อีกอย่างคือจังหวะการเล่าเรื่องมันยังไม่เด่นครับ 4 ภาคแรกน่ะได้ Don Coscarelli คุมตลอด และเขาก็เก่งอยู่แล้วในการเล่าเรื่องแบบชวนฉงน (แต่ดูรู้เรื่อง) ในขณะที่ Hartman ชั่วโมงบินยังไม่ถึงน่ะครับ การเล่าเรื่องเลยยังไม่โดนเต็มที่ และบางฉากก็ดูเป็นหนังเกรดบีค่อนไปทางซีเลยก็มี (ในขณะที่งานของ Coscarelli แม้จะออกแนวเกรดบีเหมือนกัน แต่ก็เป็นเกรดบีมีคลาส มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองอยู่เสมอ)

แต่แนวคิดเรื่องมิติคู่ขนานถือว่าไม่เลวครับ เป็นการแลนดิ้งที่ดี คือแม้สุดท้ายการต่อสู้ระหว่างพวกตัวเอกกับ Tall Man จะยังไม่จบลงจริงๆ ก็ตาม แต่เราก็จะได้เห็นบทสรุปของ “อีกโลกหนึ่ง” ว่าเป็นเช่นไร แต่ก็อย่างที่บอกครับ จังหวะการสลับระหว่างโลกความฝัน-ความจริง มันยังไม่จับใจ ไม่เหมือนภาคก่อนๆ ที่ลีลาการเล่ามันมีชั้นเชิงกว่านี้


สรุปว่าลำดับความชอบของผมที่มีต่อหนังชุดนี้ก็เรียงไปตามภาคเลยครับ 1 2 3 4 5 ซึ่งคนที่น่าจะโอกับหนังเรื่องนี้ก็คงเป็นแฟนๆ ที่ตามกันมานานน่ะครับ ไหนๆ ก็ดูแล้ว ก็ตามมาดูกันให้จบ (แต่แฟนๆ หลายคนดูแล้วไม่ชอบก็มีครับ) แต่หากใครเป็นขาจร ก็น่าจะเฉยๆ หรือไม่ก็งงว่าตกลงมันเรื่องอะไรกัน

แล้วก็สนุกเล็กๆ ที่ได้เจอตัวละครเก่าๆ อย่าง สาวในชุดสีลาเวนเดอร์จากภาคแรก (Kathy Lester) และ ร็อกกี้ จากภาค 3 (Gloria Lynne Henry) แม้จะเจอแค่อย่างละนิดละหน่อยก็เถอะ

สำหรับผมก็ถือเป็นการโบกมืออำลา Angus Scrimm เจ้าของบท Tall Man ด้วยครับ เพราะท่านเสียชีวิตไปเมื่อต้นปี 2016 ที่ผ่านมา ขอไว้อาลัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ (เคยเห็นคลิปเบื้องหลัง ท่านน่ารักมากๆ และพูดภาษาไทยได้ด้วยนะ)

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Phantasm: Ravager (2016) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-phantasm-ravager-2016.html/feed 0
รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (สปอยล์เต็มๆ 2) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1-3.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1-3.html#respond Fri, 17 Feb 2017 03:00:43 +0000 http://www.bktube.net/?p=11077 บทความนี้มีสปอยล์ครับ เหมาะแก่การอ่านเพื่อเพิ่มอรรถรสหลังชมแล้วเท่านั้น ลึกๆ ผมว่าเวอร์จิลเชื่อว่ายังมี “ของจริง” ซ่อนอยู่ในความรักปลอมๆ ที่แคลร์ มอบให้ นอกจากนี้ไม่แน่ว่าเขาอาจยังคง “มั่นใจ” ในความสามารถของเขา ว่าสามารถมองหา “ของจริง” ใน “ของปลอม” ได้… ผมจึงรู้สึกว่าฉากสุดท้ายมันเจือไว้ด้วยความโรแมนติก (แบบความรักแท้อันงมงาย) อันที่จริงนี่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของงานกำกับของ Tornatore ก็ว่าได้ นั่นคือเราจะได้เห็นตัวเอกที่รัก/ผูกพัน/หลงใหลอะไรบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง และความลึกซึ้งที่ว่านี้ก็มักจะส่งอิทธิพลต่อชีวิตของตัวเอกนั้นๆ เสมอ ตัวเอกใน Cinema Paradiso รักลึกซึ้งในภาพยนตร์, ตัวเอกใน The Legend of 1900 ผูกพันลึกซึ้งกับดนตรี และตัวเอกใน Malena ตอนแรกอาจหลงใหลสาวสวยประจำเมืองอย่างมาเลน่าเพียงเพราะรูปกายภายนอก+อารมณ์วัยหนุ่มที่กำลังกลัดมัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความหลงใหลภายนอกกลับค่อยๆ ลึกซึ้งจนกลายเป็นความเข้าใจในที่สุด และเวอร์จิลในเรื่องก็อยู่กับงานศิลปะจนผูกพัน ไม่ใช่แค่สามารถแยกของจริงของปลอมได้ แต่ถึงขั้นกะเก็งได้เลยว่าของชิ้นไหนจะสูงค่าขึ้นในอนาคต และจะว่าไปแล้วมุมมองหรือปรัชญาหลายอย่างที่เขามี ก็ได้จากการคลุกคลีอยู่กินกับศิลปวัตถุทั้งหลายนี่แหละ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้การที่เวอร์จิลไปนั่งรอแคลร์ที่นั่น อาจสื่อถึงความรัก/หลงใหลที่เขามีต่อเธออย่างมากมาย หรืออาจสื่อถึงความเชื่อ/ความหวังที่เขามีต่อเธอ… สภาวะเหล่านี้ที่ผุดขึ้นมาในตัวเวอร์จิล ก็คือสิ่งที่ความรัก/ผูกพัน/หลงใหลในศิลปะมีส่วนหล่อหลอมให้เขาเป็น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์อีกอย่างในหนังของ Tornatore คือ ไม่ใช่ว่าตัวเอก Type แบบ...

The post รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (สปอยล์เต็มๆ 2) appeared first on .

]]>
b009

บทความนี้มีสปอยล์ครับ เหมาะแก่การอ่านเพื่อเพิ่มอรรถรสหลังชมแล้วเท่านั้น

ลึกๆ ผมว่าเวอร์จิลเชื่อว่ายังมี “ของจริง” ซ่อนอยู่ในความรักปลอมๆ ที่แคลร์ มอบให้ นอกจากนี้ไม่แน่ว่าเขาอาจยังคง “มั่นใจ” ในความสามารถของเขา ว่าสามารถมองหา “ของจริง” ใน “ของปลอม” ได้… ผมจึงรู้สึกว่าฉากสุดท้ายมันเจือไว้ด้วยความโรแมนติก (แบบความรักแท้อันงมงาย)

อันที่จริงนี่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของงานกำกับของ Tornatore ก็ว่าได้ นั่นคือเราจะได้เห็นตัวเอกที่รัก/ผูกพัน/หลงใหลอะไรบางสิ่งอย่างลึกซึ้ง และความลึกซึ้งที่ว่านี้ก็มักจะส่งอิทธิพลต่อชีวิตของตัวเอกนั้นๆ เสมอ

ตัวเอกใน Cinema Paradiso รักลึกซึ้งในภาพยนตร์, ตัวเอกใน The Legend of 1900 ผูกพันลึกซึ้งกับดนตรี และตัวเอกใน Malena ตอนแรกอาจหลงใหลสาวสวยประจำเมืองอย่างมาเลน่าเพียงเพราะรูปกายภายนอก+อารมณ์วัยหนุ่มที่กำลังกลัดมัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปความหลงใหลภายนอกกลับค่อยๆ ลึกซึ้งจนกลายเป็นความเข้าใจในที่สุด

b010

และเวอร์จิลในเรื่องก็อยู่กับงานศิลปะจนผูกพัน ไม่ใช่แค่สามารถแยกของจริงของปลอมได้ แต่ถึงขั้นกะเก็งได้เลยว่าของชิ้นไหนจะสูงค่าขึ้นในอนาคต และจะว่าไปแล้วมุมมองหรือปรัชญาหลายอย่างที่เขามี ก็ได้จากการคลุกคลีอยู่กินกับศิลปวัตถุทั้งหลายนี่แหละ

ด้วยเหตุนี้เลยทำให้การที่เวอร์จิลไปนั่งรอแคลร์ที่นั่น อาจสื่อถึงความรัก/หลงใหลที่เขามีต่อเธออย่างมากมาย หรืออาจสื่อถึงความเชื่อ/ความหวังที่เขามีต่อเธอ… สภาวะเหล่านี้ที่ผุดขึ้นมาในตัวเวอร์จิล ก็คือสิ่งที่ความรัก/ผูกพัน/หลงใหลในศิลปะมีส่วนหล่อหลอมให้เขาเป็น

ขณะเดียวกันเอกลักษณ์อีกอย่างในหนังของ Tornatore คือ ไม่ใช่ว่าตัวเอก Type แบบ “รัก/ผูกพัน/หลงใหล” จะได้พบกับบทสรุปที่ Happy Ending เสมอไป อันที่จริงบางเรื่องออกแนว Sad Ending ด้วยซ้ำ

ดังนั้นบทสรุปของเวอร์จิล เอาเข้าจริงมันอาจจบลงอย่างน่าเศร้า น่าขัน หรือชวนหดหู่ แต่แม้ปลายทางมันจะเป็นเช่นนั้น ทว่าเขาก็ยินดีเลือกมันด้วยใจเต็มร้อย… ถ้ามองในแง่โรแมนติก ก็จะรู้สึกว่าเวอร์จิลรักลึกซึ้งจนยอมเสี่ยงทุกอย่างอีกสักหน

b011

หรือถ้ามองในแง่อื่น… เวอร์จิลก็เหมือนคนอีกมากมายที่จมอยู่กับความหลงใหลในอะไรสักอย่าง จนสุดท้ายก็ฉุดชีวิตดิ่งลงเหว ถอนตัวไม่ขึ้น และไม่มีวันได้กลับมาเป็นคนปกติเหมือนเดิมได้อีกเลย…

คงเพราะอะไรเหล่านี้น่ะครับ เลยทำให้ผมมองว่าหนังเรื่องนี้มี “ของดี” มันมีนัย, สัญญะ และมุมให้มอง ให้ค้นหา แต่ทั้งหมดนี่ก็คือมุมมองของผมน่ะครับ ไม่จำเป็นว่าทุกท่านจะต้องมองในแนวเดียวกัน ^_^

แต่นี่ก็เพียงพอที่จะทำให้บอกได้ว่าผมชอบหนังเรื่องนี้แค่ไหน (คงมีดูซ้ำอีกหลายรอบล่ะครับ)

ปล. หลายอย่างในเรื่องผมเดาได้นะ แต่เรื่องแคลร์ตัวจริงนี่นึกไม่ถึงจริงๆ อันนี้อึ้งจริงครับ

และเผื่ออยากรู้นะครับ ร้าน Night and Day ไม่มีอยู่จริงครับ (เชื่อว่าหลายคนอยากไปตามหา เลยบอกไว้ก่อน) แต่ร้านที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำนั้นมีจริงครับ ชื่อร้านคือ U Milosrdných เพียงแต่ภายในร้านไม่ได้ถูกตกแต่งด้วยฟันเฟืองนาฬิกาแบบที่เห็นในหนังครับ

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

b012

The post รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (สปอยล์เต็มๆ 2) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1-3.html/feed 0
รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (สปอยล์เต็มๆ) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1-2.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1-2.html#respond Thu, 16 Feb 2017 03:00:56 +0000 http://www.bktube.net/?p=11070 บทความนี้มีสปอยล์ครับ ไม่อยากทราบไม่ควรอ่าน (เหมาะสำหรับเพิ่มอรรถรส สำหรับผู้ที่ดูแล้วครับ) “มักจะมีของจริงบางอย่างซ่อนอยู่ในของปลอม” ^_^ ผมชอบที่หนังเล่นกับประเด็นนี้น่ะครับ โดยหนังเปิดประเด็นนี้ในแง่มุมศิลปะก่อน ประมาณว่าเวอร์จิลเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปวัตถุ เขาจะบอกได้ว่าอันไหนของปลอม อันไหนของจริง แต่เขาไม่ใช่แค่แยกว่าปลอมหรือจริงแล้วจบแค่นั้น ทว่าเขาต่อยอดมุมมองในเชิงที่ว่า แม้ของทำเลียนแบบจะพยายามทำให้เหมือนของจริงแค่ไหน แต่อัตตาของผู้ทำของปลอม ยังไงก็จะหาทางแสดงตัวตนลงในผลงานชิ้นนั้นจนได้ ดังนั้นแม้ของชิ้นนั้นจะปลอม แต่มันจะก็ยังมี “ตัวตนของจริง” ของผู้ทำแทรกอยู่ในนั้นเสมอ ทีนี้พอหนังมาถึงตอนจบ เราจะเห็นว่าเวอร์จิลหมดอาลัยตายอยากหลังรู้ว่าตัวเองโดนหลอกครั้งใหญ่ แต่กระนั้นฉากสุดท้ายเราก็จะเห็นเขาเดินทางไปยังร้าน Night and Day ร้านที่แคลร์ (ตัวปลอม) พูดไว้ว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญในความทรงจำของเธอ ฉากนั้นเวอร์จิลเข้าไปนั่งที่นั่นเหมือนผู้แพ้ แล้วเขายังบอกกับพนักงานเสิร์ฟด้วยว่ากำลังรอคน นั่นยิ่งเหมือนทำให้เขาดูเป็นผู้แพ้ที่แพ้แล้วแพ้อีก หรืออาจถึงกับดูเป็น “คนโง่” ในสายตาคนดูบางท่าน แต่ผมมองในแง่ที่ว่า เหตุผลที่ทำให้เขาทำเช่นนั้น เป็นเพราะเขาเชื่อว่า “มักจะมีของจริงบางอย่างซ่อนอยู่ในของปลอม” แบบที่เขาเชื่อเสมอมา เพียงแต่หนนี้ของที่เขาตรวจสอบไม่ใช่ศิลปวัตถุที่ไร้ชีวิต แต่มันคือ “ความรัก” ในจิตใจของคน น่าสนใจเหมือนกันที่ ณ จุดหนึ่งในหนัง เราจะได้ยินเวอร์จิลกับโรเบิร์ต (Sturgess) สนทนากันเปรียบเปรยว่าความรักปลอมได้หรือไม่ ก่อนจะโยงว่าขนาดศิลปะยังปลอมได้ แล้วทำไมความรักจะปลอมไม่ได้ แต่แม้ความรักจะปลอม ทว่ามันก็ย่อมมีเศษเสี้ยวของความจริงเจืออยู่ในสิ่งปลอมนั้น (เช่นเดียวกับงานศิลปะ)…...

The post รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (สปอยล์เต็มๆ) appeared first on .

]]>
b005

บทความนี้มีสปอยล์ครับ ไม่อยากทราบไม่ควรอ่าน (เหมาะสำหรับเพิ่มอรรถรส สำหรับผู้ที่ดูแล้วครับ)

“มักจะมีของจริงบางอย่างซ่อนอยู่ในของปลอม” ^_^

ผมชอบที่หนังเล่นกับประเด็นนี้น่ะครับ โดยหนังเปิดประเด็นนี้ในแง่มุมศิลปะก่อน ประมาณว่าเวอร์จิลเป็นผู้เชี่ยวชาญศิลปวัตถุ เขาจะบอกได้ว่าอันไหนของปลอม อันไหนของจริง

แต่เขาไม่ใช่แค่แยกว่าปลอมหรือจริงแล้วจบแค่นั้น ทว่าเขาต่อยอดมุมมองในเชิงที่ว่า แม้ของทำเลียนแบบจะพยายามทำให้เหมือนของจริงแค่ไหน แต่อัตตาของผู้ทำของปลอม ยังไงก็จะหาทางแสดงตัวตนลงในผลงานชิ้นนั้นจนได้ ดังนั้นแม้ของชิ้นนั้นจะปลอม แต่มันจะก็ยังมี “ตัวตนของจริง” ของผู้ทำแทรกอยู่ในนั้นเสมอ

ทีนี้พอหนังมาถึงตอนจบ เราจะเห็นว่าเวอร์จิลหมดอาลัยตายอยากหลังรู้ว่าตัวเองโดนหลอกครั้งใหญ่ แต่กระนั้นฉากสุดท้ายเราก็จะเห็นเขาเดินทางไปยังร้าน Night and Day ร้านที่แคลร์ (ตัวปลอม) พูดไว้ว่ามันเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญในความทรงจำของเธอ

b006

ฉากนั้นเวอร์จิลเข้าไปนั่งที่นั่นเหมือนผู้แพ้ แล้วเขายังบอกกับพนักงานเสิร์ฟด้วยว่ากำลังรอคน นั่นยิ่งเหมือนทำให้เขาดูเป็นผู้แพ้ที่แพ้แล้วแพ้อีก หรืออาจถึงกับดูเป็น “คนโง่” ในสายตาคนดูบางท่าน

แต่ผมมองในแง่ที่ว่า เหตุผลที่ทำให้เขาทำเช่นนั้น เป็นเพราะเขาเชื่อว่า “มักจะมีของจริงบางอย่างซ่อนอยู่ในของปลอม” แบบที่เขาเชื่อเสมอมา เพียงแต่หนนี้ของที่เขาตรวจสอบไม่ใช่ศิลปวัตถุที่ไร้ชีวิต แต่มันคือ “ความรัก” ในจิตใจของคน

น่าสนใจเหมือนกันที่ ณ จุดหนึ่งในหนัง เราจะได้ยินเวอร์จิลกับโรเบิร์ต (Sturgess) สนทนากันเปรียบเปรยว่าความรักปลอมได้หรือไม่ ก่อนจะโยงว่าขนาดศิลปะยังปลอมได้ แล้วทำไมความรักจะปลอมไม่ได้

แต่แม้ความรักจะปลอม ทว่ามันก็ย่อมมีเศษเสี้ยวของความจริงเจืออยู่ในสิ่งปลอมนั้น (เช่นเดียวกับงานศิลปะ)… และความคิดนี้อาจทำให้เวอร์จิลคิดหา “ของจริง” ที่ซ่อนอยู่ในความรักปลอมๆ ครั้งนี้

b007

จึงไม่แปลกหากเขาจะค้นหา “ของจริง” ที่ว่าโดยการนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เขาได้อยู่กับแคลร์ และหนึ่งในนั้นเขาก็สังเกตว่าตอนแคลร์กอดเขาในห้องนิรภัย เธอบอกว่า “ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเรา ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันรักคุณจริงๆ”

หากเราพิจารณาดีๆ จะพบว่าประโยคนี้ที่เธอพูดมีสิ่งน่าสนใจ เพราะนาทีนั้นเธอได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้ว เธอได้เข้าไปในห้องนิรภัยอันเป็นเป้าหมายที่เธอ (และพรรคพวก) ต้องการแล้ว ที่เหลือก็แค่แอบมาขโมยของไปเท่านั้นเอง… เวอร์จิลหมดประโยชน์เรียบร้อยแล้วในตอนนั้น

จริงๆ นาทีนั้นเธอน่าจะคิดถึงแต่ตัวเอง คิดถึงแต่ของที่ตัวเองกำลังจะได้ คิดถึงความร่ำรวยหรือส่วนแบ่ง แต่การที่เธอพูดมันออกมามันเพราะอะไร? เพราะรู้สึกผิดต่อเขา? เพราะสงสารเขา? เพราะเริ่มรักเขา? หรือต่อให้เธอไม่ได้รักเขา แต่เธอก็ต้องรู้สึกอะไรบางอย่างกับเขา ไม่งั้นคงไม่เอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา

นี่อาจเป็น “ของจริง” ที่ซ่อนอยู่ใน “ของปลอม” ก็เป็นได้… มันอาจไม่ใช่ร่องรอยที่ใหญ่โต แต่ปกติของจริงที่ซ่อนอยู่ในของปลอมก็มักเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ดูจะไม่สลักสำคัญอะไร และหลายครั้งที่มันก็ถูกทิ้งร่องรอยไว้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ยังไม่จบ พรุ่งนี้มาต่อกันครับ

รีวิวโดย หมื่นทิพ

b008

The post รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (สปอยล์เต็มๆ) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1-2.html/feed 0
The Raid ดึงตัวผู้กำกับคนใหม่ในเวอร์ชั่นฮอลลีวูด http://www.bktube.net/the-raid-%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83.html http://www.bktube.net/the-raid-%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83.html#respond Wed, 15 Feb 2017 16:39:40 +0000 http://www.bktube.net/?p=11724 โจ คาร์นาแฮน ผู้กำกับจาก The Grey เตรียมนั่งแท่นกำกับและโปรดิวเซอร์หนังเรื่อง The Raid จากต้นฉบับอินโดนีเซีย มาสู่เวอร์ชั่นฮอลลีวูด พร้อมดึงตัว แฟรงค์ กริลโล มารับบทนำ   สำหรับคอหนังแอ็คชั่นบู๊เลือดสาดคงไม่มีใครไม่รู้จักหนังเรื่อง The Raid หนังแอ็คชั่นสัญชาติอินโดนีเซียอย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดมีข่าวดีมาว่ามีโปรเจครีเมคหนังเรื่องนี้โดยได้ตัวผู้กำกับคนใหม่เข้ามาดูแล ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเขาคือ โจ คาร์นาแฮน (Joe Carnahan) ผู้กำกับฝีมือดีจากหนังเรื่อง The Grey และ The A-Team นั่นเอง โดยเขาได้ประกาศผ่านอินสตาแกรม carnojoe ว่าเขาจะนั่งแท่นกำกับหนังบู๊เรื่อง The Raid ฉบับรีเมค โดยมีหนุ่ม แฟรง กริลโล (Frank Grillo) ถูกวางตัวให้กลับมารับบทนำเหมือนเดิม ส่วนตัวหนัง The Raid เวอร์ชั่นรีเมคจะเป็นการสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่โดยใช้สถานการณ์เดิม ที่ให้อารมณ์เดียวกับ The Grey และ Narc เรื่องราวต้นฉบับของ...

The post The Raid ดึงตัวผู้กำกับคนใหม่ในเวอร์ชั่นฮอลลีวูด appeared first on .

]]>
โจ คาร์นาแฮน ผู้กำกับจาก The Grey เตรียมนั่งแท่นกำกับและโปรดิวเซอร์หนังเรื่อง The Raid จากต้นฉบับอินโดนีเซีย มาสู่เวอร์ชั่นฮอลลีวูด พร้อมดึงตัว แฟรงค์ กริลโล มารับบทนำ

 

สำหรับคอหนังแอ็คชั่นบู๊เลือดสาดคงไม่มีใครไม่รู้จักหนังเรื่อง The Raid หนังแอ็คชั่นสัญชาติอินโดนีเซียอย่างแน่นอน ซึ่งล่าสุดมีข่าวดีมาว่ามีโปรเจครีเมคหนังเรื่องนี้โดยได้ตัวผู้กำกับคนใหม่เข้ามาดูแล ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเขาคือ โจ คาร์นาแฮน (Joe Carnahan) ผู้กำกับฝีมือดีจากหนังเรื่อง The Grey และ The A-Team นั่นเอง โดยเขาได้ประกาศผ่านอินสตาแกรม carnojoe ว่าเขาจะนั่งแท่นกำกับหนังบู๊เรื่อง The Raid ฉบับรีเมค โดยมีหนุ่ม แฟรง กริลโล (Frank Grillo) ถูกวางตัวให้กลับมารับบทนำเหมือนเดิม ส่วนตัวหนัง The Raid เวอร์ชั่นรีเมคจะเป็นการสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่โดยใช้สถานการณ์เดิม ที่ให้อารมณ์เดียวกับ The Grey และ Narc

เรื่องราวต้นฉบับของ The Raid เล่าถึงภารกิจของหน่วยรบพิเศษหรือ S.W.A.T. ที่บุกทลายอพาร์ทเมนท์เสื่อมโทรมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นรังลับของเจ้าพ่อค้ายาเสพติดและแก๊งอาชญากร ซึ่งการเข้าโจมตีในแต่ละชั้น สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญก็คือการต่อต้านของผู้คนในตึกที่ทำให้ทีมจู่โจมต้องหาทางเอาชีวิตรอดไปจากตึกนี้พร้อมกับปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จด้วยฝีมือและสัญชาตญาณดิบของตัวเอง

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post The Raid ดึงตัวผู้กำกับคนใหม่ในเวอร์ชั่นฮอลลีวูด appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/the-raid-%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83.html/feed 0
รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (ปลอดสปอยล์) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1.html#respond Wed, 15 Feb 2017 03:00:23 +0000 http://www.bktube.net/?p=11063 เป็นหนังที่มีคนถามกันเข้ามามากที่สุดในตอนนี้เลยครับ ถามว่าผมดูหรือยัง ราวกับรู้ใจน่ะครับว่าเรื่องนี้ผมเล็งรอดูแน่นอน เพราะผู้กำกับคือ Giuseppe Tornatore แห่ง Cinema Paradiso, The Legend of 1900 และ Malena แต่ละเรื่องที่ว่านี่ผมก็โปรดปรานทั้งนั้นเลย เรื่องของนักค้าศิลปวัตถุมือเก๋า เวอร์จิล โอลด์แมน (Geoffrey Rush) ที่เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงและพิถีพิถัน (จนบางทีก็ออกแนวเยอะ) แล้วจู่ๆ เขาก็ได้รับการติดต่อจากแคลร์ อิบเบทสัน สาวลึกลับเจ้าของคฤหาสน์หลังโตที่เต็มไปด้วยของโบราณมากมาย แคลร์อยากให้เวอร์จิลไปช่วยประเมินราคาศิลปวัตถุต่างๆ แต่ตอนแรกเวอร์จิลก็ไม่ชอบใจเท่าไรเพราะแคลร์เหมือนจะหลบเลี่ยง ไม่ยอมมาพบหน้าเขาเลย แต่กระนั้นเขาก็ยังรับงานนี้ต่อ… ถัดจากนี้ผมไม่เล่าล่ะนะครับ เพราะการดูเอง รู้เองจะทำให้ท่านได้อรรถรสสูงสุดในการชมหนังเรื่องนี้ครับ ฟันธงเลยว่าผมชอบครับ ^_^ คนอื่นจะชอบหรือไม่อันนี้ไม่อาจทราบ แต่ผมบอกได้เลยว่าชอบมาก หนังออกแนวลึกลับครับ แต่ไม่ใช่ลึกลับแบบระทึกขวัญนะ ธีมจริงๆ มันคือหนังชีวิต+จิตวิทยาที่ตัวละครมาพร้อมความลึกลับ โดยหนังจะค่อยๆ พาเราไปรู้จักกับเวอร์จิล ก่อนที่จะพาเวอร์จิลไปรู้จักกับแคลร์ ซึ่งแคลร์นี่แหละครับที่เต็มไปด้วยความลับและปริศนา ความรู้สึกระหว่างดูมันเหมือนผมได้ดูหนังลึกลับสไตล์ Roman Polanski น่ะครับ แบบเรื่อง Chinatown, Rosemary Baby, The...

The post รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (ปลอดสปอยล์) appeared first on .

]]>
b001

เป็นหนังที่มีคนถามกันเข้ามามากที่สุดในตอนนี้เลยครับ ถามว่าผมดูหรือยัง ราวกับรู้ใจน่ะครับว่าเรื่องนี้ผมเล็งรอดูแน่นอน เพราะผู้กำกับคือ Giuseppe Tornatore แห่ง Cinema Paradiso, The Legend of 1900 และ Malena แต่ละเรื่องที่ว่านี่ผมก็โปรดปรานทั้งนั้นเลย

เรื่องของนักค้าศิลปวัตถุมือเก๋า เวอร์จิล โอลด์แมน (Geoffrey Rush) ที่เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงและพิถีพิถัน (จนบางทีก็ออกแนวเยอะ) แล้วจู่ๆ เขาก็ได้รับการติดต่อจากแคลร์ อิบเบทสัน สาวลึกลับเจ้าของคฤหาสน์หลังโตที่เต็มไปด้วยของโบราณมากมาย

แคลร์อยากให้เวอร์จิลไปช่วยประเมินราคาศิลปวัตถุต่างๆ แต่ตอนแรกเวอร์จิลก็ไม่ชอบใจเท่าไรเพราะแคลร์เหมือนจะหลบเลี่ยง ไม่ยอมมาพบหน้าเขาเลย แต่กระนั้นเขาก็ยังรับงานนี้ต่อ… ถัดจากนี้ผมไม่เล่าล่ะนะครับ เพราะการดูเอง รู้เองจะทำให้ท่านได้อรรถรสสูงสุดในการชมหนังเรื่องนี้ครับ

ฟันธงเลยว่าผมชอบครับ ^_^ คนอื่นจะชอบหรือไม่อันนี้ไม่อาจทราบ แต่ผมบอกได้เลยว่าชอบมาก หนังออกแนวลึกลับครับ แต่ไม่ใช่ลึกลับแบบระทึกขวัญนะ ธีมจริงๆ มันคือหนังชีวิต+จิตวิทยาที่ตัวละครมาพร้อมความลึกลับ โดยหนังจะค่อยๆ พาเราไปรู้จักกับเวอร์จิล ก่อนที่จะพาเวอร์จิลไปรู้จักกับแคลร์ ซึ่งแคลร์นี่แหละครับที่เต็มไปด้วยความลับและปริศนา

MCDBEOF EC154

ความรู้สึกระหว่างดูมันเหมือนผมได้ดูหนังลึกลับสไตล์ Roman Polanski น่ะครับ แบบเรื่อง Chinatown, Rosemary Baby, The Ninth Gate, Death and the Maiden, The Ghost Writer (ใครชอบหนังพวกนี้ ผมก็แนะนำให้ดูเรื่องนี้เลยครับ คาดว่าต้องโดน)

อันว่าหนังลึกลับสไตล์ Polanski นั้นจะโดดเด่นในการสร้างความฉงนในหัวผู้ชม คือมันจะมีโมเมนต์ให้เรางงว่านี่มันกำลังเกิดอะไรขึ้น? มันจะมีการทิ้งจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ให้เราตามเก็บไปตลอดเรื่อง แต่ประเด็นคือจิ๊กซอว์เหล่านั้นน่ะ อาจจะนำหรือไม่นำเราไปสู่ภาพจริงก็ได้ ซึ่งนี่เป็นทีเด็ดในหนังลึกลับแบบ Polanski เลยล่ะครับ (คือคุณอาจ “ถูกหลอก” หรือไม่ก็ “หลอกตัวเอง” ได้ทุกเมื่อ)

และกับ The Best Offer นี้ Tornatore ก็ทำได้ไม่ยิ่งหย่อนครับ แม้มันจะไม่ได้คลาสสิกหรือสุดยอดเท่า Chinatown หรือ Rosemary Baby แต่ก็ทำออกมาได้น่าติดตาม พลังสำคัญอย่างแรกคือการแสดงระดับยอดเยี่ยมของ Rush ที่วาดลีลาได้สุดยอด เขาดูเป็นคนเย่อหยิ่ง ยะโส แต่ไม่ใช่คนไม่ดีนะครับ เขาแค่ไม่เก่งเรื่องการเข้าสังคม และเพราะเขารู้ในงานศิลปะแบบขั้นเทพ เลยทำให้เขามีอีโก้เยอะ

แต่ลึกๆ ภายในเขาก็โหยหาความสัมพันธ์และความรักไม่ต่างจากคนอื่นๆ (ดูจากของสะสมของเขาก็ได้ครับ มันสื่ออะไรได้เยอะเลย) ซึ่งทั้งหมดนี่ Rush แสดงได้สุดยอด แล้วยังได้ดาราสมทบอย่าง Jim Sturgess, Donald Sutherland และ Sylvia Hoeks มาเสริมทีม ทุกคนต่างก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาดี

b003

จุดน่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ แม้การแสดงของแต่ละคนจะน่าจดจำขนาดไหน แต่พวกเขาจะไม่เล่นจนจัดจ้าน ไม่เด่นจนบดบัง “ตัวเอกที่แท้จริงของหนัง” ซึ่งก็คือ “ความลึกลับน่าค้นหาของเรื่องราว” ซึ่งก็ต้องชม Tornatore ล่ะครับที่คุมทุกส่วนให้ออกมาได้พอดิบพอดีแบบนี้ (แล้วคราวนี้เขายังควบตำแหน่งเขียนบทเองอีกด้วยครับ)

องค์ประกอบอื่นๆ ก็ถึงฟอร์มครับ ไม่ว่าจะศิลปวัตถุต่างๆ, สถานที่สวยๆ หรือฉากบางฉากก็อาจไม่ได้สวย แต่ก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของมัน (อย่างภายในคฤหาสน์ที่แสนลึกลับของแคลร์เป็นต้น) และที่ลืมไม่ได้คือ Ennio Morricone คอมโพเซอร์ระดับตำนานที่รู้จังหวะในการบรรเลงดนตรีให้เหมาะกับเรื่องราวได้เสมอ

เป็นหนังที่ผมดูแล้วรู้สึกมีความสุขมากครับ เพราะไม่ได้เจอหนังลึกลับผสมดราม่าที่น่าติดตามแบบนี้มานานแล้ว ดูแล้วติดจริงๆ มันอยากรู้น่ะครับว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น และอยากรู้ว่าหนังจะพาเราไปสุดที่ไหน อันที่จริงเมื่อถึงจุดหนึ่งผมเดาได้นะว่ามันจะจบแบบไหน แต่ด้วยความน่าติดตามและพลังที่หนังมีระหว่างทางมันทำให้เรารู้สึกเพลินน่ะครับ

และถ้าให้ว่าตามจริงแล้ว ผมว่าจุดเฉลยปมน่ะยังไม่ถือว่าเป็นตอนจบจริงๆ หรอก มันต้องฉากสุดท้ายถึงจะเรียกว่าเป็นบทสรุป ซึ่งผมถือว่าเป็นบทสรุปที่เปี่ยมความหมายและทำให้หนังโดนใจผมขึ้นอีกเยอะทีเดียว

เดี๋ยวผมจะสปอยล์ตอนจบนะครับ หากไม่อยากทราบไม่ควรอ่านต่อ เอาเป็นว่าผมอยากให้คอหนังลึกลับสไตล์ Polanski, แฟนหนัง Tornatore หรือแฟนผลงานของ Rush ได้ลองชมสักครั้งคราครับ หนังมีคุณค่าและน่าดูจริงๆ

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

b004

The post รีวิว The Best Offer (2013) ปริศนาคฤหาสน์มรณะ (ปลอดสปอยล์) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-best-offer-2013-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1.html/feed 0
รีวิว If Cats Disappeared From The World (2016) (สปอยล์เต็มๆ) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cats-disappeared-world-2016-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%86.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cats-disappeared-world-2016-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%86.html#respond Tue, 14 Feb 2017 03:00:39 +0000 http://www.bktube.net/?p=11346 สำหรับคนรักแมว ก็บอกไว้ก่อนครับว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีน้องแมวน่ารักๆ มาปรากฏบนเจอมากมายอะไร เอาเข้าจริงคือโผล่ตอนต้นนิดๆ ก่อนจะโผล่มามีบทอีกทีก็ 1 ชั่วโมงล่วงไปแล้ว และบทของน้องแมวก็ไม่ใช่มาทำตัวน่ารักแบบหนัง Disney หรือหนังเด็กที่มีสัตว์เป็นตัวเอก แต่จะรับบทเป็น “สิ่งที่มีความหมาย” ที่ทำให้น้องแมวนั้นมีคุณค่ามากกว่าความน่ารักน่าเอ็นดู ว่าง่ายๆ ก็คือ หากใครคาดหวังจะได้เห็นแมวเยอะๆ ก็ต้องเผื่อใจไว้ครับ พื้นที่บนจอของน้องแมวไม่ได้มากหรอก (แต่ความหมายน่ะมากอยู่) ดนตรีในเรื่องไพเราะดีครับ มันไม่โฉ่งฉ่าง มันไม่ได้เป็นธีมที่เด่นมากมาย แต่มันสอดรับกับอารมณ์หนัง มันคลอไปกับหนังได้อย่างพอเหมาะ ถือเป็นหนังชีวิตที่ตอนต้นๆ อาจดูเหมือนไม่มีอะไร ต่อพอหนังเริ่มเข้าเรื่องจริงๆ แล้ว ความน่าติดตามเริ่มมา ความน่าสนใจเริ่มมา แต่ถ้าถามว่าสนุกไหน หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังตลก หรือหนังเน้นบันเทิง แต่ขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่หนังดราม่าสายเครียด เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้อยู่ระหว่างกลาง เป็นหนังที่ไม่ได้สนุกแบบระเบิดระเบ้อ แต่ก็พอจะบันเทิงอยู่บ้าง และเต็มไปด้วยเนื้อเรื่องดีๆ แง่คิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิต หนังอีกเรื่องที่ผมนึกถึงตอนดูเรื่องนี้จบคือ It’s A Wonderful Life ครับ อารมณ์และหลายๆ อย่างมาทางเดียวกัน ดังนั้นใครชอบเรื่องนั้นก็อยากให้ลองตามมาดูเรื่องนี้ครับ ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้เรามีพลังนะ ทำให้เราเสพชีวิตได้อิ่มเอมมากขึ้น ทำให้เราย้อนไปมองวันเก่าๆ ของชีวิตด้วยตาที่ “เติบโต” ยิ่งขึ้น และมันจะมีส่วนช่วยให้เราใช้ชีวิตไปข้างหน้าได้ด้วยใจที่ผ่องแผ่วยิ่งขึ้น...

The post รีวิว If Cats Disappeared From The World (2016) (สปอยล์เต็มๆ) appeared first on .

]]>

สำหรับคนรักแมว ก็บอกไว้ก่อนครับว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีน้องแมวน่ารักๆ มาปรากฏบนเจอมากมายอะไร เอาเข้าจริงคือโผล่ตอนต้นนิดๆ ก่อนจะโผล่มามีบทอีกทีก็ 1 ชั่วโมงล่วงไปแล้ว

และบทของน้องแมวก็ไม่ใช่มาทำตัวน่ารักแบบหนัง Disney หรือหนังเด็กที่มีสัตว์เป็นตัวเอก แต่จะรับบทเป็น “สิ่งที่มีความหมาย” ที่ทำให้น้องแมวนั้นมีคุณค่ามากกว่าความน่ารักน่าเอ็นดู

ว่าง่ายๆ ก็คือ หากใครคาดหวังจะได้เห็นแมวเยอะๆ ก็ต้องเผื่อใจไว้ครับ พื้นที่บนจอของน้องแมวไม่ได้มากหรอก (แต่ความหมายน่ะมากอยู่)

ดนตรีในเรื่องไพเราะดีครับ มันไม่โฉ่งฉ่าง มันไม่ได้เป็นธีมที่เด่นมากมาย แต่มันสอดรับกับอารมณ์หนัง มันคลอไปกับหนังได้อย่างพอเหมาะ

ถือเป็นหนังชีวิตที่ตอนต้นๆ อาจดูเหมือนไม่มีอะไร ต่อพอหนังเริ่มเข้าเรื่องจริงๆ แล้ว ความน่าติดตามเริ่มมา ความน่าสนใจเริ่มมา แต่ถ้าถามว่าสนุกไหน หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังตลก หรือหนังเน้นบันเทิง แต่ขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่หนังดราม่าสายเครียด

เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้อยู่ระหว่างกลาง เป็นหนังที่ไม่ได้สนุกแบบระเบิดระเบ้อ แต่ก็พอจะบันเทิงอยู่บ้าง และเต็มไปด้วยเนื้อเรื่องดีๆ แง่คิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิต

หนังอีกเรื่องที่ผมนึกถึงตอนดูเรื่องนี้จบคือ It’s A Wonderful Life ครับ อารมณ์และหลายๆ อย่างมาทางเดียวกัน ดังนั้นใครชอบเรื่องนั้นก็อยากให้ลองตามมาดูเรื่องนี้ครับ

ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้เรามีพลังนะ ทำให้เราเสพชีวิตได้อิ่มเอมมากขึ้น ทำให้เราย้อนไปมองวันเก่าๆ ของชีวิตด้วยตาที่ “เติบโต” ยิ่งขึ้น และมันจะมีส่วนช่วยให้เราใช้ชีวิตไปข้างหน้าได้ด้วยใจที่ผ่องแผ่วยิ่งขึ้น

++++++++++

สปอยล์ครับ

++++++++++

เมื่อย้อนมองไปที่ 5 Stages of Grief ก็รู้สึกได้ว่าสิ่งต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ ก็ดำเนินตามขั้นตอนในโมเดลที่ว่านั้น

ตัวเอกช็อก ปฏิเสธ เกรี้ยวกราด (ในใจ) ไม่ยอมรับความจริง เมื่อทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งและมีชีวิตอยู่ได้เพียงอีกไม่นาน

แล้วปีศาจก็โผล่มายื่นข้อเสนอให้ตัวเอกต่อรอง (และเมื่อดูไปถึงตอนท้าย ก็ดูเหมือนว่า “ปีศาจ” ตนนี้ จะยิ่งตอกย้ำขั้นตอน “ต่อรอง” ในตัวพระเอกชัดมากขึ้น) ตามด้วยการที่พระเอกย้อนคิดถึงวันเก่าๆ อีกทั้งเจอสถานการณ์ What If ว่าโลกจะเป็นอย่างไรเมื่อสิ่งของนั้นๆ ไม่มีอีกต่อไป ระหว่างนั้นเขาก็มีภาวะเศร้า หมดอาลัยเกิดขึ้นเป็นระยะ

แต่เมื่อถึงที่สุดแล้ว เขาก็ยอมรับความจริง และกล้าเผชิญกับมัน ทั้งเผชิญกับโรคที่เขาเป็น และเผชิญกับ “ชีวิตที่เขามี” ไม่ว่าจะเรื่องพ่อ เรื่องแม่ เรื่องคนรัก หรือเรื่องเพื่อน… เขายอมรับในแต่ละสิ่ง และพร้อมเดินต่อไป แม้เส้นทางนั้นจะจบลงด้วยความตาย

จริงที่เขาต้องตาย… แต่อย่างน้อยก่อนตายเขาได้ปลดแอกบางสิ่งที่คาอยู่ในใจ เขาได้ปล่อยวางความอัดอั้นที่เคยเกิดในแต่ละช่วงของชีวิต

… ใช้ชีวิตให้คุ้มค่านะ

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว If Cats Disappeared From The World (2016) (สปอยล์เต็มๆ) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cats-disappeared-world-2016-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b9%86.html/feed 0
รีวิว If Cats Disappeared From The World (2016) (ปลอดสปอยล์) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cats-disappeared-world-2016-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cats-disappeared-world-2016-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89.html#respond Mon, 13 Feb 2017 03:00:06 +0000 http://www.bktube.net/?p=11339 ยามคนเราประสบกับความสูญเสีย, ผิดหวัง หรือได้รับข่าวร้ายที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างรุนแรง (เช่น รู้ตัวว่าเป็นโรคร้าย หรือคนใกล้ตัวต้องมาจากไป) คนเรามักจะมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้นอยู่ 5 ขั้น ได้แก่ 1. Denial ปฏิเสธสิ่งที่ได้รับรู้ 2. Anger โกรธ เจ็บปวด 3. Bargaining พยายามต่อรองเพื่อหาทางยื้อชีวิตตน และหมุนวนอยู่กับคำว่า What If… 4. Depression ซึมเศร้า ไร้เรี่ยวแรง ขาดความกระตือริอร้น 5. Acceptance ยอมรับความจริงในที่สุด แต่ละขั้นที่เกิดกับแต่ละคนนั้นจะไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอน บางคนอาจโกรธนาน แต่บางคนอาจเกรี้ยวกราดอยู่แค่ชั่วครู่ หรือบางคนอาจนั่งรำลึก What If อยู่เป็นนาน ในขณะที่บางคนก็สามารถก้าวต่อไปได้เร็วกว่านั้น แต่ละขั้นที่เกิด คือปฏิกิริยาที่เรามีต่อสิ่งที่รับรู้จากภายนอก ขณะเดียวกันมันยังถือเป็นกระบวนการเยียวยา คล้ายๆ กับเป็นกลไกในการ “กอบรวมจิตใจ” ที่อาจจะแหลกสลายจากการได้รับรู้ความสูญเสียนั้น นั่นคือ 5 Stages of Grief หรือ Kubler-Ross Model จากหนังสือ...

The post รีวิว If Cats Disappeared From The World (2016) (ปลอดสปอยล์) appeared first on .

]]>

ยามคนเราประสบกับความสูญเสีย, ผิดหวัง หรือได้รับข่าวร้ายที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างรุนแรง (เช่น รู้ตัวว่าเป็นโรคร้าย หรือคนใกล้ตัวต้องมาจากไป) คนเรามักจะมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้นอยู่ 5 ขั้น ได้แก่

1. Denial ปฏิเสธสิ่งที่ได้รับรู้
2. Anger โกรธ เจ็บปวด
3. Bargaining พยายามต่อรองเพื่อหาทางยื้อชีวิตตน และหมุนวนอยู่กับคำว่า What If…
4. Depression ซึมเศร้า ไร้เรี่ยวแรง ขาดความกระตือริอร้น
5. Acceptance ยอมรับความจริงในที่สุด

แต่ละขั้นที่เกิดกับแต่ละคนนั้นจะไม่มีช่วงเวลาที่แน่นอน บางคนอาจโกรธนาน แต่บางคนอาจเกรี้ยวกราดอยู่แค่ชั่วครู่ หรือบางคนอาจนั่งรำลึก What If อยู่เป็นนาน ในขณะที่บางคนก็สามารถก้าวต่อไปได้เร็วกว่านั้น

แต่ละขั้นที่เกิด คือปฏิกิริยาที่เรามีต่อสิ่งที่รับรู้จากภายนอก ขณะเดียวกันมันยังถือเป็นกระบวนการเยียวยา คล้ายๆ กับเป็นกลไกในการ “กอบรวมจิตใจ” ที่อาจจะแหลกสลายจากการได้รับรู้ความสูญเสียนั้น

นั่นคือ 5 Stages of Grief หรือ Kubler-Ross Model จากหนังสือ On Death and Dying ของ Elisabeth Kübler-Ross

ชายคนหนึ่งจู่ๆ ก็พบว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และอาจจะอยู่ได้อีกเพียงไม่นาน ท่ามกลางความสับสนเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปนั้น จู่ๆ ก็มีปีศาจโผล่มายื่นข้อเสนอว่า เขาจะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 วัน โดยต้องแลกกับการที่ของบางสิ่งหายไปตลอดกาล ซึ่งปีศาจจะเป็นผู้เลือกสิ่งของนั้นๆ และเสนอให้ตัวเอกตัดสินใจว่าจะแลกหรือไม่

เช่น ถ้าปีศาจเสนอว่าจะทำให้โทรศัพท์หายไป เขาก็ต้องเลือกว่าจะรับข้อเสนอหรือไม่ หากรับก็จะได้เวลาชีวิตเพิ่มอีก 1 วัน (แล้วโทรศัพท์ก็จะหายไป เสมือนว่าไม่เคยมีโทรศัพท์มาก่อน) แต่หากไม่รับข้อเสนอ ก็เท่ากับปล่อยให้ตัวเองตายไป

ซึ่งคนดูอย่างเราๆ ก็จะได้รู้จักพระเอกผ่านทาง “การเลือก” ของเขานี่เอง (ผมถือว่าเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ฉลาดมากครับ)

ตอนต้นๆ ผมออกจะเรื่อยๆ กับหนัง ซึ่งก็แทบปเ็นปกติสำหรับหนังญี่ปุ่นที่ชอบเปิดเรื่องมากแบบชิลด์ๆ สบายๆ เหมือนจะพาไปกินลมชมวิว ดูไม่มีเนื้อหาอะไรชัดเจน แต่ครั้นพอถึงตอนจะเข้าเรื่อง หนังก็สามารถดึงความสนใจจากเราได้แทบจะทันทีอยู่เหมือนกัน

สำหรับผม หนังมาดึงความสนใจได้แบบหนักๆ ตอนพระเอกพบกับปีศาจ แล้วจากนั้นความน่าสนใจก็มาเรื่อยๆ ครับ มันมาพร้อมกับการแสดงดีๆ, เรื่องราวดีๆ, แง่มุมอันหลากหลายเกี่ยวกับชีวิต และมิติอันหลากหลายของมนุษย์

เราจะได้รู้จักพระเอกผ่าน “สิ่งต่างๆ” ที่ปีศาจยกขึ้นมา ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งทำให้เรารู้จักพระเอกมากขึ้น บางครั้งก็สุขไปกับเขา บางครั้งก็เหงาไปกับเขา และบางครั้งก็เจ็บปวดโศกเศร้าไปกับเขา

และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราก็เข้าใจชีวิตพระเอกชัดเจนขึ้น และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ชีวิตของพระเอกมีส่วนทำให้เราเข้าใจชีวิตคนเรามากขึ้น ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของบางสิ่ง และขำขันกับตัวเองที่บางครั้งก็ตัดสินมองอะไรแค่ “เปลือก” อย่างง่ายๆ จนเกินไป จนทำให้เราพลาดแก่นสำคัญของอะไรบางอย่างไป

เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่ผมดูแล้วพูดกับตัวเองระหว่างดูว่า “เนื้อเรื่องดีจังเลย” คือมันสัมผัสได้ครับว่าหนังเรื่องนี้เล่าได้ดี และมีประเด็นดีๆ เยอะแยะมาให้เราหยิบจับ ไม่ว่าจะจับไปทำให้เราอินกับหนัง หรือจับไปใส่หัวเพื่อเพิ่มมุมมองให้กับตัวเรา

ผมจำได้ว่าหนังที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้เรื่องแรก คือ The Legend of 1900 หนังในดวงใจอีกเรื่องของผมที่กำกับโดย Giuseppe Tornatore (แห่ง Cinema Paradiso) เพราะเรื่องราวในหนังเรื่องนั้น มันเต็มไปด้วยรสชาติของชีวิตและเปี่ยมความสวยงามอย่างมาก… ใช่ครับ ผมนึกเชื่อมหนังเรื่องนี้เข้ากับ The Legend of 1900 ตอนดูไปได้สักพักหนึ่ง

แล้วจู่ๆ หนังเรื่องนี้ก็มีตัวละครหนึ่งเอ่ยประโยคทำนองว่า “ชีวิตเราไม่มีวันจนมุม ตราบใดที่ยังมีเรื่องดีๆ มีคนเอาไว้เล่าให้ฟัง” ตอนได้ยินประโยคนี้ผมเอะใจ เพราะมันตรงกับประโยคที่ แม็กซ์ (Pruitt Taylor Vince) ตัวละครใน The Legend of 1900 พูดไว้

แล้วปรากฏว่า ประโยคที่ตัวละครในเรื่องนี้พูด คือประโยคจากหนัง The Legend of 1900 จริงๆ (เพียงแต่การแปลที่ต่างกัน เลยอาจทำให้ถ้อยคำไม่เหมือนซะทีเดียว แต่ใจความก็ยังถือว่าใกล้เคียงกัน)

ผมอึ้งไปพักหนึ่ง… มันแปลกดีครับ ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วจู่ๆ ก็นึกถึง The Legend of 1900 ตั้งแต่ก่อนที่จะมีตัวละครในหนังพูดประโยคที่ว่าซะอีก…

หนังเรื่องนี้คงมีอะไรบางอย่างผูกสื่อถึงหนัง The Legend of 1900 จนทำให้ผู้ชมบางคน (อย่างผม) สัมผัสได้ ก่อนจะมีประโยคนั้นโผล่มาให้เราเข้าใจตรงกันอีกที

สำหรับผมแล้ว “อะไรบางอย่างที่ว่า” คงเป็น “เนื้อเรื่องดีจังเลย” ที่หนังทั้ง 2 เรื่องมีเหมือนกันละกระมัง…

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว If Cats Disappeared From The World (2016) (ปลอดสปอยล์) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cats-disappeared-world-2016-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89.html/feed 0
รีวิว Spectral (2016) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-spectral-2016.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-spectral-2016.html#respond Sun, 12 Feb 2017 03:00:52 +0000 http://www.bktube.net/?p=11332 ด้วยหน้าหนังตอนแรกทำให้ผมนึกว่านี่จะเป็นหนังเกี่ยวกับหน่วยพิฆาตผี ประมาณว่ากองทัพฝึกหน่วยนี้มาเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับกองทัพภูตผีปีศาจต่างๆ แต่ครั้นพอได้ดูก็พบว่ามันไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียวครับ ตัวเอกคือ ดร.มาร์ก ไคลน์ (James Badge Dale) นักวิทยาศาสตร์ของ DARPA ที่ถูกส่งไปช่วยเหล่าทหารในสงครามที่มอลโดวา (อยู่แถบยุโรปตะวันออก) เนื่องจากมีการพบว่ามีบางสิ่งที่ล่องหนได้ ไล่สังหารทหารในแถบนั้นอยู่ ที่บอกว่าผิดจากที่คาดก็คือ ตอนแรกนึกว่าจะเปิดมาแล้วลุยกับผีเลย แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าทางกองทัพก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับผีครับ บางฝ่ายคิดไปว่ามันคือชุดล่องหนที่ฝ่ายตรงข้ามประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยซ้ำ แล้วจากนั้นมาร์กกับเหล่าทหารก็ลงภาคสนามไปค้นหาความจริง ก่อนจะโดนพวกผีไล่สังหารกันไปพอสมควร จนพวกเขาติดอยู่ในพื้นที่สงคราม (ที่ผีเหล่านี้ชุมไปหมด) แล้วพอถึงจุดหนึ่ง พอมาร์กเริ่มเข้าใจอะไร การสู้ตอบพวกผีถึงจะเริ่มต้น ครับ ถ้าใครคาดหวังหนังบู๊แบบต่อเนื่องประมาณว่าหน่วยพิเศษเอาอาวุธเจ๋งๆ มาสู้กับผีล่ะก็ ขอให้ปรับความคาดหวังโดยไวครับ เพราะมันไม่ใช่เลย เนื่องจาก 30 นาทีแรกคือการปูพื้นครับ แล้ว 30 นาทีต่อมาเหล่าทหารถึงจะได้เจอกับพวกผีแบบจริงๆ จังๆ แต่กระนั้นก็ยังทำอะไรมันไม่ได้มากนัก (เพราะพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจแบบชัดๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่) ต้องรอจนผ่านไป 1 ชั่วโมงน่ะครับ ถึงเริ่มจะมีการสู้บ้าง แต่ก็ยังไม่สู้แบบเต็มตัวนะ ต้องรอจนตอนไคลแม็กซ์นั่นแหละ เหล่าทหารถึงจะสามารถรบกับพวกมันแบบจริงๆ จังๆ ดังนั้นถ้าใครอยากเห็นฉากการไล่ยิงมันส์ๆ แบบตลอดๆ ล่ะก็ บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ความมันส์อะไรแบบนั้นครับ...

The post รีวิว Spectral (2016) appeared first on .

]]>

ด้วยหน้าหนังตอนแรกทำให้ผมนึกว่านี่จะเป็นหนังเกี่ยวกับหน่วยพิฆาตผี ประมาณว่ากองทัพฝึกหน่วยนี้มาเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับกองทัพภูตผีปีศาจต่างๆ แต่ครั้นพอได้ดูก็พบว่ามันไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียวครับ

ตัวเอกคือ ดร.มาร์ก ไคลน์ (James Badge Dale) นักวิทยาศาสตร์ของ DARPA ที่ถูกส่งไปช่วยเหล่าทหารในสงครามที่มอลโดวา (อยู่แถบยุโรปตะวันออก) เนื่องจากมีการพบว่ามีบางสิ่งที่ล่องหนได้ ไล่สังหารทหารในแถบนั้นอยู่

ที่บอกว่าผิดจากที่คาดก็คือ ตอนแรกนึกว่าจะเปิดมาแล้วลุยกับผีเลย แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าทางกองทัพก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับผีครับ บางฝ่ายคิดไปว่ามันคือชุดล่องหนที่ฝ่ายตรงข้ามประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยซ้ำ

แล้วจากนั้นมาร์กกับเหล่าทหารก็ลงภาคสนามไปค้นหาความจริง ก่อนจะโดนพวกผีไล่สังหารกันไปพอสมควร จนพวกเขาติดอยู่ในพื้นที่สงคราม (ที่ผีเหล่านี้ชุมไปหมด) แล้วพอถึงจุดหนึ่ง พอมาร์กเริ่มเข้าใจอะไร การสู้ตอบพวกผีถึงจะเริ่มต้


ครับ ถ้าใครคาดหวังหนังบู๊แบบต่อเนื่องประมาณว่าหน่วยพิเศษเอาอาวุธเจ๋งๆ มาสู้กับผีล่ะก็ ขอให้ปรับความคาดหวังโดยไวครับ เพราะมันไม่ใช่เลย เนื่องจาก 30 นาทีแรกคือการปูพื้นครับ แล้ว 30 นาทีต่อมาเหล่าทหารถึงจะได้เจอกับพวกผีแบบจริงๆ จังๆ แต่กระนั้นก็ยังทำอะไรมันไม่ได้มากนัก (เพราะพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจแบบชัดๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่)

ต้องรอจนผ่านไป 1 ชั่วโมงน่ะครับ ถึงเริ่มจะมีการสู้บ้าง แต่ก็ยังไม่สู้แบบเต็มตัวนะ ต้องรอจนตอนไคลแม็กซ์นั่นแหละ เหล่าทหารถึงจะสามารถรบกับพวกมันแบบจริงๆ จังๆ ดังนั้นถ้าใครอยากเห็นฉากการไล่ยิงมันส์ๆ แบบตลอดๆ ล่ะก็ บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ความมันส์อะไรแบบนั้นครับ

เมื่อดูจบแล้วผมมองว่านี่เป็นหนังสงครามมากกว่าจะมองเป็นหนังแอ็กชันครับ ทำให้เห็นขั้นตอนในสงคราม เริ่มจากการเกิดคำถาม แล้วก็ตั้งสมมติฐานมาตามหาคำตอบ ก่อนจะส่งคนเข้าไปหาคำตอบในสถานที่จริง แล้วจากนั้นก็เอาข้อมูลมาหาทางโต้กลับหรือตีคืนพวกข้าศึก มันคือกระบวนยุทธในการรบนั่นเอง (อาจไม่ใช่กระบวนที่ล้ำลึก แต่ก็ถือเป็นกระบวนที่มีการเอามาใช่บ่อยๆ)

ถ้าถามว่าดูสนุกไหม ก็จัดว่าเรื่อยๆ ครับ คือมันไม่ได้เร้าใจหรือตื่นเต้นอะไรมาก อันที่จริงคือมีช่วงให้มันส์บ้างล่ะครับ แต่มีเป็นพักๆ มาเป็นช่วงๆ โดยในแต่ละช่วงก็โชว์ Effect กันในระดับที่น่าพอใจนะ อย่างน้อย CG ผีก็ทำได้เข้าท่าดี


ถ้าจะให้ว่าตรงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเกิดความมันส์ในฉากแอ็กชันเหล่านั้น จริงๆ คือดนตรีครับ เพราะภาพที่เห็นก็จัดว่าโอเคในระดับหนึ่ง แต่มันยังไม่ถึงกับกระตุ้นต่อมเร้าใจได้แบบเต็มๆ ทว่าที่เลือดเราสูบฉีดระหว่างดู เป็นเพราะดนตรีฝีมือของ Junkie XL ที่สร้างความมโหระทึกมาแล้วจาก Mad Max: Fury Road, Deadpool และ Batman v Superman: Dawn of Justice ชนิดที่ว่าถ้าขาดดนตรีของพี่เขาไป ความอร่อยของหนังอาจลดลงไปเยอะเลยล่ะครับ

โดยรวมๆ แล้วก็รู้สึกว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ มีช่วงอืดให้เบื่อบ้างในตอนต้นๆ แล้วก็มีประปรายระหว่างทาง ส่วนฉากแอ็กชันในเรื่องก็ถือว่าโอเค แต่ไม่ถึงขั้นมันส์หรือตื่นเต้นเป็นล้นพ้น อย่างน้อย CG ฉากผีไล่ต้อนคนก็ทำได้เข้าท่าดี

เป็นงานกำกับครั้งแรกของ Nic Mathieu ที่ไม่เคยทำหนังมาก่อนเลย โดยบทก็ถูกเขียนโดย Mathieu กับ Ian Fried (รายหลังเคยทำหนังสั้นมาแค่เรื่องเดียว) ก่อนที่บทจะถูกเกลาเป็นเรื่องเป็นราวโดย George Nolfi รายนี้มือเก๋ากว่าเขาเพื่อนครับ เขาคือคนเขียนบท Ocean’s Twelve, The Bourne Ultimatum และ The Adjustment Bureau

สรุปว่าแล้วแต่ความสนใจเลยครับ เพราะจริงๆ หนังก็น่าสนใจ เพียงแต่การนำเสนออาจไม่เด่นหรือเจ๋งจนถึงขั้นห้ามพลาด

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Spectral (2016) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-spectral-2016.html/feed 0
รีวิว Seoul Station (2016) ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-seoul-station-2016-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%84.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-seoul-station-2016-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%84.html#respond Sat, 11 Feb 2017 03:00:02 +0000 http://www.bktube.net/?p=11321 นี่คือแอนิเมชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดก่อนเหตุการณ์ใน Train to Busan ครับ แต่อาจจะไม่ใช่ภาคก่อนแบบตรงๆ เพราะมันไม่ได้มีจุดเชื่อมแบบชัดๆ กับ TtB ครับ แค่เป็นเรื่องเกี่ยวกับซอมบี้ไล่กัดคนในเกาหลีเหมือนกัน อยู่ในจักรวาลเดียวกัน เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมากครับ มีคนป่วยท่าทางไม่สบายหนักๆ มาเดินป้วนเปี้ยน ก่อนเขาจะกลายเป็นซอมบี้ แล้วจากนั้นก็ไล่กัดไล่กินคนจนส่งผลให้จำนวนซอมบี้เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่เหลือรอดต้องหนีตายกันไป ผมเล่าเรื่องย่อนี่ก็เหมือนเดจาวูนะ เพราะหนังซอมบี้ก็ประมาณนี้แหละครับ เปิดเรื่องมาก็นิ่งๆ แนะนำตัวละครกันไป ก่อนจะมีซอมบี้ตัวแรกปรากฏ (ซึ่งหนังหลายเรื่องก็มักไม่ค่อยบอกว่ามันมาจากไหน) แล้วความสยองก็จะเริ่มจากตรงนั้น ถ้าว่ากันถึงความสนุกแล้ว มันสู้ TtB ไม่ได้ครับ เรื่องราวมันไม่ได้เข้มข้นหรือเร้าใจอะไรแบบนั้น ยิ่งทำออกมาเป็นแอนิเมชั่นแล้ว ความอินหรืออารมณ์ร่วมของคนดูก็ยิ่งน้อยลงไป เพราะระหว่างเห็นตัวการ์ตูนกัดตัวการ์ตูน กับเห็นคนกันคนจริงๆ อารมณ์มันย่อมต่างกันอยู่แล้ว ว่ากันว่าจริงๆ SS นี่ทำเสร็จออกมาก่อน TtB ครับ แต่บ้างก็ว่าเพราะผู้สร้างกลัวว่าหนังแอนิเมชั่นหากฉายแล้วมันอาจไม่เวิร์ก มีโอกาสไม่ทำเงินสูงมาก ก็เลยมีการให้ทำเป็นฉบับหนังออกมาก่อน แล้วพอหนังจุดติดก็ค่อยเอา SS ออกฉาย หรือบ้างก็ว่าผู้สร้างมาเห็น SS แล้วเกิดชอบ เลยสั่งให้ผู้กำกับทำออกมาเป็นฉบับหนังใหญ่ ผลที่ได้ก็ออกมาเป็น TtB แล้วจากนั้นก็ค่อยเอา SS เรื่องนี้ฉายตามออกมา...

The post รีวิว Seoul Station (2016) ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง appeared first on .

]]>

นี่คือแอนิเมชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดก่อนเหตุการณ์ใน Train to Busan ครับ แต่อาจจะไม่ใช่ภาคก่อนแบบตรงๆ เพราะมันไม่ได้มีจุดเชื่อมแบบชัดๆ กับ TtB ครับ แค่เป็นเรื่องเกี่ยวกับซอมบี้ไล่กัดคนในเกาหลีเหมือนกัน อยู่ในจักรวาลเดียวกัน

เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมากครับ มีคนป่วยท่าทางไม่สบายหนักๆ มาเดินป้วนเปี้ยน ก่อนเขาจะกลายเป็นซอมบี้ แล้วจากนั้นก็ไล่กัดไล่กินคนจนส่งผลให้จำนวนซอมบี้เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่เหลือรอดต้องหนีตายกันไป

ผมเล่าเรื่องย่อนี่ก็เหมือนเดจาวูนะ เพราะหนังซอมบี้ก็ประมาณนี้แหละครับ เปิดเรื่องมาก็นิ่งๆ แนะนำตัวละครกันไป ก่อนจะมีซอมบี้ตัวแรกปรากฏ (ซึ่งหนังหลายเรื่องก็มักไม่ค่อยบอกว่ามันมาจากไหน) แล้วความสยองก็จะเริ่มจากตรงนั้น

ถ้าว่ากันถึงความสนุกแล้ว มันสู้ TtB ไม่ได้ครับ เรื่องราวมันไม่ได้เข้มข้นหรือเร้าใจอะไรแบบนั้น ยิ่งทำออกมาเป็นแอนิเมชั่นแล้ว ความอินหรืออารมณ์ร่วมของคนดูก็ยิ่งน้อยลงไป เพราะระหว่างเห็นตัวการ์ตูนกัดตัวการ์ตูน กับเห็นคนกันคนจริงๆ อารมณ์มันย่อมต่างกันอยู่แล้ว


ว่ากันว่าจริงๆ SS นี่ทำเสร็จออกมาก่อน TtB ครับ แต่บ้างก็ว่าเพราะผู้สร้างกลัวว่าหนังแอนิเมชั่นหากฉายแล้วมันอาจไม่เวิร์ก มีโอกาสไม่ทำเงินสูงมาก ก็เลยมีการให้ทำเป็นฉบับหนังออกมาก่อน แล้วพอหนังจุดติดก็ค่อยเอา SS ออกฉาย

หรือบ้างก็ว่าผู้สร้างมาเห็น SS แล้วเกิดชอบ เลยสั่งให้ผู้กำกับทำออกมาเป็นฉบับหนังใหญ่ ผลที่ได้ก็ออกมาเป็น TtB แล้วจากนั้นก็ค่อยเอา SS เรื่องนี้ฉายตามออกมา

ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใด ทั้ง Seoul Station และ Train to Busan ก็ถูกสร้างออกมาให้เราได้ยลโฉมกันเรียบร้อยครับ ผลก็อย่างที่บอกว่า TtB เหนือกว่าจริงๆ แต่กระนั้น Seoul Station ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรให้พูดถึงเลย

หนังทั้ง 2 เรื่องกำกับและเขียนบทโดย Yeon Sang-ho ซึ่งประเด็นน่าสนใจที่ทั้ง 2 เรื่องมีเหมือนกันคือการสะท้อนสังคม พร้อมทั้งเสียดสี+วิพากษ์สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “คน” แบบค่อนข้างจะตรงไปตรงมาอยู่ไม่น้อย


โดยส่วนตัวผมมองว่า SS สะท้อนด้านมืดของคนได้ชัดและเยอะกว่า TtB เพราะใน TtB แม้จะมีการสะท้อนด้านเห็นแก่ตัวของคน (ผ่านทางคุณลุงเจ้าของบริษัทใหญ่นั่น) แต่ขณะเดียวกันเราก็จะได้เห็นด้านดีหรือด้านเสียสละของคนในสัดส่วนที่มากกว่า

แต่สำหรับ SS แล้ว เราจะได้เห็นด้านมืดของคนมากมายเต็มจอไปหมดครับ คนไม่สนใจกัน, คนไม่แคร์กัน, คนเห็นแก่เงิน, คนเอาแต่อารมณ์ หรือคนที่อยากทำอะไรก็ทำตามแต่ใจ โดยไม่สนว่ามันจะถูกหรือผิด ฯลฯ โดยสัดส่วนในหนัง SS แล้ว เราจะเจอคนเหล่านี้มากกว่าจะเจอคนดีมีน้ำใจ

มันคือการวิพากษ์สังคมที่เข้าท่าดีครับ เหมือนผู้กำกับก็ยอมรับกลายๆ ว่าคนในสังคมบ้านเขาเมืองเขาก็เห็นแก่ตัวใส่กันทั่วไปหมด ไหนจะฉากที่ตัวละครหนึ่งป่าวประกาศว่าตัวเองทำดีตั้งเยอะ ทำเพื่อคนอื่นหรือเพื่อประเทศตั้งมาก แต่ทำไมเขาถึงไม่ได้ดี ทำไมเขาต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ก็เป็นการบอกให้คิดแบบตรงๆ ล่ะครับว่าคนที่ทำดี ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้รับผลดีเสมอไป

ทุกอย่างมันเป็นไปตามเหตุปัจจัยครับ ไม่ใช่ “ทำดี 1 แต้ม เอาไปแลกของรางวัลได้ 1 อย่าง” มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ในชีวิตจริงน่ะ

เอาเป็นว่าหนังเหมาะให้คนดูที่ดู TtB มาดูต่อให้ครบ Universe ของมันครับ ได้รู้ว่าก่อนจะเกิดเรื่องใน TtB มันเคยเกิดเหตุแบบนี้มาก่อน และได้รู้ว่าโลกนี้ก็เต็มไปด้วยซอมบี้ในร่างมนุษย์ (คนเห็นแก่ตัว) มาตั้งแต่ก่อนซอมบี้ตัวจริงจะออกอาละวาดแล้ว

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Seoul Station (2016) ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-seoul-station-2016-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%84.html/feed 0
ลีโอนาร์โด เตรียมรับบทตำรวจสายสืบใน The Black Hand http://www.bktube.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%95.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%95.html#respond Fri, 10 Feb 2017 16:51:20 +0000 http://www.bktube.net/?p=11720 ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ร่วมสร้างและรับบทตำรวจสายสืบผู้มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ผู้กวาดล้างมาเฟียในหนังดราม่าเรื่อง The Black Hand หากนึกถึงหนังที่มีตัวละครอิงบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงแล้ว ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo Dicaprio) คือนักแสดงอีกคนหนึ่งที่รับบทบาทแนวนี้มากเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งล่าสุดเขาจะมาสวมบทบุคคลในประวัติศาสตร์อีกครั้งในบทนำของหนังเรื่อง The Black Hand ของค่าย Paramount Pictures พร้อมกับควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ในนามของสตูดิโอ Gotham Group และ Appian Way ที่เขาเป็นเจ้าของอีกด้วย The Black Hand หยิบยกเรื่องราวจากหนังสือของ สเตฟาน ทอลธี (Stephan Talty) ที่เล่าเรื่องจริงของแก๊งมาเฟียในอเมริกาช่วงต้นศตวรรษที่ 1900 ซึ่งลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จะรับบทเป็นนายตำรวจสายสืบ NYPD โจ เปโตรซิโน ที่ไล่ล่าแก๊งมาเฟียจอมโหด The Black Hand ซึ่งอพยพมาจากอิตาลีและก่อความวุ่นวายโดยการลักพาตัวผู้คนมาเรียกค่าไถ่   ที่มา : kapook.com เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post ลีโอนาร์โด เตรียมรับบทตำรวจสายสืบใน The Black Hand appeared first on .

]]>
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ร่วมสร้างและรับบทตำรวจสายสืบผู้มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ผู้กวาดล้างมาเฟียในหนังดราม่าเรื่อง The Black Hand

หากนึกถึงหนังที่มีตัวละครอิงบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงแล้ว ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo Dicaprio) คือนักแสดงอีกคนหนึ่งที่รับบทบาทแนวนี้มากเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งล่าสุดเขาจะมาสวมบทบุคคลในประวัติศาสตร์อีกครั้งในบทนำของหนังเรื่อง The Black Hand ของค่าย Paramount Pictures พร้อมกับควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ในนามของสตูดิโอ Gotham Group และ Appian Way ที่เขาเป็นเจ้าของอีกด้วย

The Black Hand หยิบยกเรื่องราวจากหนังสือของ สเตฟาน ทอลธี (Stephan Talty) ที่เล่าเรื่องจริงของแก๊งมาเฟียในอเมริกาช่วงต้นศตวรรษที่ 1900 ซึ่งลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ จะรับบทเป็นนายตำรวจสายสืบ NYPD โจ เปโตรซิโน ที่ไล่ล่าแก๊งมาเฟียจอมโหด The Black Hand ซึ่งอพยพมาจากอิตาลีและก่อความวุ่นวายโดยการลักพาตัวผู้คนมาเรียกค่าไถ่

 

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post ลีโอนาร์โด เตรียมรับบทตำรวจสายสืบใน The Black Hand appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%95.html/feed 0
รีวิว Blair Witch (2016) แบลร์วิทช์ ตำนานผีดุ http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-blair-witch-2016-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-blair-witch-2016-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2.html#respond Fri, 10 Feb 2017 03:00:15 +0000 http://www.bktube.net/?p=11314 The Blair Witch Project เป็นหนังประเภท Found Footage เรื่องแรกในความทรงจำของผมครับ ณ ตอนที่ดูนั้นจำได้ว่ามันสด มันใหม่ มันหลอน และโดนคนจำนวนมากบ่นว่า “นี่มันหนังบ้าอะไรของมันเนี่ย” แต่สำหรับผมนั้น ผมชอบครับ ไปนั่งกินบรรยากาศหลอนๆ ในโรง เป็นหนังทีได้อารมณ์น่ากลัวดี พอเอามาดูต่อที่บ้านก็ยังอร่อยกับมันนะ ครั้นมาถึงภาค 2 ก็ถือว่าพอดูได้ครับ แม้โดยรวมออกแนวเฉยๆ ก็เถอะ (ผมดูรอบเดียว และไม่ได้ดูอีกเลยครับสำหรับภาค 2) มานับนิ้วดูดีๆ หนังชุดนี้ก็ผ่านมา 18 ปีแล้วครับ จริงๆ อาจช้าไปมากเลยสำหรับการทำภาคต่อ (รู้สึกว่าปี 2016 จะเป็นปีแห่งหนังภาคต่อข้ามทศวรรษจริงๆ นะนี่) แต่พอมีทำออกมา ก็พร้อมจัดไปครับ ภาคนี้เป็นเรื่องของเจมส์ (James Allen McCune) น้องชายของเฮเธอร์ หนึ่งในคนที่หายไปในภาคแรกนั่นเองครับ เขาเกิดไปเห็นคลิปที่มีร่องรอยของพี่เขาใน Youtube ก็เลยตั้งใจออกเดินทางไปป่าแบล็คฮิลล์ เพื่อตามหาพี่สาวของเขา โดยมีเพื่อนๆ ของเจมส์ร่วมเดินทางกันไปด้วย สิ่งแรกที่ผมคิดในใจเลยก็คือ ผ่านมา 10...

The post รีวิว Blair Witch (2016) แบลร์วิทช์ ตำนานผีดุ appeared first on .

]]>

The Blair Witch Project เป็นหนังประเภท Found Footage เรื่องแรกในความทรงจำของผมครับ ณ ตอนที่ดูนั้นจำได้ว่ามันสด มันใหม่ มันหลอน และโดนคนจำนวนมากบ่นว่า “นี่มันหนังบ้าอะไรของมันเนี่ย”

แต่สำหรับผมนั้น ผมชอบครับ ไปนั่งกินบรรยากาศหลอนๆ ในโรง เป็นหนังทีได้อารมณ์น่ากลัวดี พอเอามาดูต่อที่บ้านก็ยังอร่อยกับมันนะ ครั้นมาถึงภาค 2 ก็ถือว่าพอดูได้ครับ แม้โดยรวมออกแนวเฉยๆ ก็เถอะ (ผมดูรอบเดียว และไม่ได้ดูอีกเลยครับสำหรับภาค 2)

มานับนิ้วดูดีๆ หนังชุดนี้ก็ผ่านมา 18 ปีแล้วครับ จริงๆ อาจช้าไปมากเลยสำหรับการทำภาคต่อ (รู้สึกว่าปี 2016 จะเป็นปีแห่งหนังภาคต่อข้ามทศวรรษจริงๆ นะนี่) แต่พอมีทำออกมา ก็พร้อมจัดไปครับ

ภาคนี้เป็นเรื่องของเจมส์ (James Allen McCune) น้องชายของเฮเธอร์ หนึ่งในคนที่หายไปในภาคแรกนั่นเองครับ เขาเกิดไปเห็นคลิปที่มีร่องรอยของพี่เขาใน Youtube ก็เลยตั้งใจออกเดินทางไปป่าแบล็คฮิลล์ เพื่อตามหาพี่สาวของเขา โดยมีเพื่อนๆ ของเจมส์ร่วมเดินทางกันไปด้วย


สิ่งแรกที่ผมคิดในใจเลยก็คือ ผ่านมา 10 กว่าปีถึงจะเดินทางไปตามหาเนี่ยนะ (555) ก็เข้าใจล่ะครับว่ามันคือการผูกพล็อตให้เชื่อมกับภาคแรก แต่เอาแค่จุดนี้ก็ดูไม่น่าเชื่อเท่าไร คือจริงๆ ถ้าจะกำหนดพล็อตให้เป็นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งไปลองของก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ ขอให้ทำออกมาสนุกก็น่าจะพอแล้ว

ครั้นพอได้ดู ยอมรับเลยว่าหนึ่งชั่วโมงแรกค่อนข้างนิ่งครับ ความน่าติดตามมันไม่ได้เยอะขนาดนั้น หรือความหลอนมันก็ไม่ได้มากนะ แม้หลายอย่างจะยกมาจากภาคแรกก็ตาม เช่น เสียงแปลกๆ ตอนกลางคืนที่นอกเต้นท์ หรือหุ่นไม้แปลกๆ ที่ถูกเอามาแขวนรอบๆ เต้นท์ ทั้งหมดนี่คือการเอาของจากภาคแรกมาใส่ในภาคนี้ แต่ความขลังหรือความน่ากลัวมันไม่มากเท่าของเก่า

ผมว่าภาคแรกมันเวิร์กเพราะหลายอย่างดูสมจริง ตัวละครในเรื่องก็ดูพอดีๆ ไม่ได้เว่อร์วังหรือดูเป็นนักแสดงมากจนเกินไป แต่กับเรื่องนี้ ตัวละครแต่ละคนดูจะ “แสดง” อยู่ครับ ไม่ได้ดูดิบแบบภาคแรกที่ให้อารมณ์เหมือนจริงกว่ากันเยอ

การเดินเรื่องชั่วโมงแรกไม่มีจุดที่น่าติดตามแบบเต็มๆ อาจมีการเอาตำนานแม่มดแบลร์มาเล่าบ้าง แต่ส่วนมากจะใช้เวลาไปกับกิจวัตรของเหล่าตัวละครในเรื่องที่ก็ไม่ได้น่าสนใจอะไร พอเข้าไปในป่าเราก็จะได้เห็นพฤติกรรมกวนๆ, อารมณ์ร้อน หรือไม่ก็ขาดสติของเหล่าตัวละครเป็นหลัก


อดคิดไม่ได้ว่าผู้กำกับตั้งใจจะวิพากษ์คนรุ่นใหม่ผ่านหนังเรื่องนี้หรือเปล่า ประมาณว่าทำอะไรก็ไม่ค่อยคิด ทำอะไรเอาแต่ใจ ใจร้อน ไม่ค่อยใช้สติ มักพึ่งพาแต่เทคโนโลยีมากกว่าจะพึ่งพาตนเอง ฯลฯ เพราะตลอดทั้งเรื่อง เราจะได้เห็นตัวละครหนุ่มสาวแสดงพฤติกรรมในแนวนี้ตลอด

และอาจเพราะพฤติกรรมเหล่านี้ดูนำรำคาญในบางวาระ ก็เลยพลอยทำให้รู้สึกเรื่อยๆ กับหนังน่ะครับ ไม่ได้รู้สึกว่ามันน่าติดตามแบบเต็มที่สักเท่าไร ต้องรอจนประมาณครึ่งชั่วโมงสุดท้ายน่ะครับ ช่วงนั้นความตื่นเต้นและระทึกก็ค่อยไหลมาเยอะหน่อย

แต่ก็ติดอยู่พอสมควรตรงที่กล้องเหวี่ยงมาก ส่ายมาก เรียกว่าหนักกว่า Hardcore Henry อีกครับ ดังนั้นใครแพ้หนังกล้องเหวี่ยงก็บอกเลยว่าท่านน่าจะเวียนหัวกับหนังเรื่องนี้แน่ๆ ส่ายและเขย่าไปมาจนผมแอบพักสายตาเป็นระยะ (บ่งบอกถึงความแก่ครับ 555)

จริงๆ หนังมีปมแล้วก็มีรายละเอียดหลายอย่างเพิ่มขึ้นมา ทำให้อาถรรพ์แม่มดดูจะมีอะไรน่าสนใจมากขึ้น แต่จังหวะการเล่าที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้เราเข้าใจอะไรๆ มากนัก (ช่วงต้นไม่ค่อยมีอะไรครับ มามีอะไรหนักๆ ตอนท้าย แต่ตอนท้ายที่ว่าก็เคลื่อนกล้องฉับไวจนมึนหัวได้ง่ายๆ ซะอีก เลยทำให้ไม่อินหรือไม่มีเวลาให้คิดเกี่ยวกับปมบางอย่างที่หนังพยายามอธิบาย, ทิ้งให้คิด หรือเฉลย)


สรุปว่าแฟนๆ แม่มดแบลร์ลองตามมาดูก็ได้ครับ ท่านอาจจะชอบกันนะ หรือไม่ก็อาจต้องมีการดูซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียดอีกที อาจจะทำให้มันสนุกขึ้นก็ได้ แต่ใครแพ้หนังกล้องส่ายก็บอกไว้ก่อนเลยว่าโอกาสมึนหัวมีสูงมากในฉากท้ายๆ

ส่วนผมรู้สึกเรื่อยๆ ครับ ชั่วโมงแรกมันเรื่อยไปหน่อยไม่ได้มีอะไรให้ชวนติดตามมากนัก ส่วนช่วงท้ายจริงๆ น่าสนใจครับ ถ้ามองในแง่อารมณ์มันก็ชวนสับสนดี ทุกอย่างดูเร็วและไวจนไม่ทั้งตั้งตัว แต่ถ้าวัดกันด้วยอารมณ์หลอนแล้ว ผมว่าช้าๆ เย็นๆ แบบภาคแรกน่ะหลอนลึกกว่ากันเยอะ

คะแนนความชอบ 5.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Blair Witch (2016) แบลร์วิทช์ ตำนานผีดุ appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-blair-witch-2016-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%8a%e0%b9%8c-%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2.html/feed 0
เหี้ยนกันกลางเวหาไปกับผี ซามาร่า ในฉากเปิดเรื่องจาก Rings http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html#respond Thu, 09 Feb 2017 16:49:29 +0000 http://www.bktube.net/?p=11716 ชมความเหี้ยนของผู้สาว ซามาร่า กับการคร่าชีวิตผู้คนกันถึงบนเครื่องบนในฉากเปิดเรื่องจาก Rings ห่างหายกันไปนานหลายปีกับความสยองขวัญจากหนังเรื่อง The Ring ซึ่งในภาค 3 นี้ผีสาว ซามาร่า ผู้ไร้ความปรานีจากวิดีโอต้องสาปได้ออกมาเผยฤทธิเดชกันแบบเหนือฟ้าใต้พิภพไปได้หมดในคลิปเปิดตัวจากค่าย Paramount Pictures https://www.youtube.com/watch?v=xG2gJdgiUJg จากคลิปแรกความยาว 3 นาที เป็นเหตุการณ์ที่ ซามาร่า เล่นงานเครื่องบินที่กำลังอยู่บนท้องฟ้าโดยมีชีวิตของผู้โดยสารทั้งลำเป็นเดิมพัน ขณะที่คลิปที่สองเป็นเรื่องราวของตัวละคร กาเบรียล ที่ได้ชมวิดีโอเทปต้องสาปเป็นครั้งแรก https://www.youtube.com/watch?v=2zmSFEmvZ9w เรื่องราวสยองขวัญของ Rings เป็นเรื่องราวของ จูเลีย หญิงสาวที่ห่วงว่าแฟนหนุ่มอย่าง ฮอล์ท จากตกอยู่ในอันตรายหลังจากที่เขาได้ค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในวิดีโอสยองขวัญที่สามารถฆ่าใครก็ตามที่ดูมันไปแล้วภายใน 7 วัน ในความพยายามอย่างหนักของจูเลียที่จะสละตัวเองเพื่อช่วยแฟนหนุ่มจะนำพาเธอไปพบความน่ากลัวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหนังอีกเรื่องที่ถูกซ่อนไว้ในวิดีโอเทปดังกล่าว และตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน สำหรับแฟน ๆ The Ring ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าความสยองขวัญของ Rings ภายใต้การกำกับของ เอฟ. ฌาแวร์ กูเทียเรซ (F. Javier Gutierrez) จะเข้ามาบ้านเราเมื่อไร หลังจากที่มีกำหนดฉายในสหรัฐฯ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่มา : kapook.com...

The post เหี้ยนกันกลางเวหาไปกับผี ซามาร่า ในฉากเปิดเรื่องจาก Rings appeared first on .

]]>
ชมความเหี้ยนของผู้สาว ซามาร่า กับการคร่าชีวิตผู้คนกันถึงบนเครื่องบนในฉากเปิดเรื่องจาก Rings

ห่างหายกันไปนานหลายปีกับความสยองขวัญจากหนังเรื่อง The Ring ซึ่งในภาค 3 นี้ผีสาว ซามาร่า ผู้ไร้ความปรานีจากวิดีโอต้องสาปได้ออกมาเผยฤทธิเดชกันแบบเหนือฟ้าใต้พิภพไปได้หมดในคลิปเปิดตัวจากค่าย Paramount Pictures

https://www.youtube.com/watch?v=xG2gJdgiUJg

จากคลิปแรกความยาว 3 นาที เป็นเหตุการณ์ที่ ซามาร่า เล่นงานเครื่องบินที่กำลังอยู่บนท้องฟ้าโดยมีชีวิตของผู้โดยสารทั้งลำเป็นเดิมพัน ขณะที่คลิปที่สองเป็นเรื่องราวของตัวละคร กาเบรียล ที่ได้ชมวิดีโอเทปต้องสาปเป็นครั้งแรก

https://www.youtube.com/watch?v=2zmSFEmvZ9w

เรื่องราวสยองขวัญของ Rings เป็นเรื่องราวของ จูเลีย หญิงสาวที่ห่วงว่าแฟนหนุ่มอย่าง ฮอล์ท จากตกอยู่ในอันตรายหลังจากที่เขาได้ค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในวิดีโอสยองขวัญที่สามารถฆ่าใครก็ตามที่ดูมันไปแล้วภายใน 7 วัน ในความพยายามอย่างหนักของจูเลียที่จะสละตัวเองเพื่อช่วยแฟนหนุ่มจะนำพาเธอไปพบความน่ากลัวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหนังอีกเรื่องที่ถูกซ่อนไว้ในวิดีโอเทปดังกล่าว และตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน

สำหรับแฟน ๆ The Ring ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าความสยองขวัญของ Rings ภายใต้การกำกับของ เอฟ. ฌาแวร์ กูเทียเรซ (F. Javier Gutierrez) จะเข้ามาบ้านเราเมื่อไร หลังจากที่มีกำหนดฉายในสหรัฐฯ วันที่ 3 กุมภาพันธ์

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post เหี้ยนกันกลางเวหาไปกับผี ซามาร่า ในฉากเปิดเรื่องจาก Rings appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a.html/feed 0
DC เดินหน้าจีบ นิโคล คิดแมน เข้าสวมบทแม่ของอควาแมน http://www.bktube.net/dc-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%9a-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1.html http://www.bktube.net/dc-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%9a-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1.html#respond Thu, 09 Feb 2017 16:46:10 +0000 http://www.bktube.net/?p=11710 DC เปิดฉากเจรจา นิโคล คิดแมน หวังให้รับบท แอตแลนนา แม่ของ อควาแมน ในหนังเรื่อง Aquaman ก่อนเปิดกล้องในเดือนเมษายน ใกล้กำหนดเปิดกล้องกันแล้วกับหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC เรื่อง Aquaman ซึ่งตัวละครหลักได้มีการเปิดตัวนักแสดงที่จะเข้ามารับบทไปเรียบร้อยแล้ว เว้นเสียแต่บท แอตแลนนา แม่ของอควาแมน ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะมารับบทนี้กัน ล่าสุดมีข่าวมาว่าทาง Warner Bros. กำลังเจรจาให้นักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) เข้ามารับบทนี้ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าเธอจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่ สำหรับบท แอตแลนนา ในเรื่อง Aquaman นั้น เดิมเธอเป็นสมาชิกราชวงศ์ของอาณาจักรใต้น้ำแอตแลนติส ที่หลบหนีจากโลกของตัวเองก่อนพบรักกับชายดูแลประภาคารจนให้กำเนิด อควาแมน บุตรผู้จะเป็นสะพานเชื่อมโลกทั้งสองเข้าหากัน นอกจากนี้บทวายร้ายอย่าง แบล็ค แมนทา ก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจาให้กับ ยาห์ยา อับดุล-มาทีนที่ 2 ดาราจากซีรีส์ The Get Down เข้ามารับบทนี้ และหากทั้งคู่ตอบรับข้อเสนอแน่นอนว่าเราจะได้เห็นทั้งคู่ร่วมฉากกับ เจสัน โมมัว (Jason...

The post DC เดินหน้าจีบ นิโคล คิดแมน เข้าสวมบทแม่ของอควาแมน appeared first on .

]]>
DC เปิดฉากเจรจา นิโคล คิดแมน หวังให้รับบท แอตแลนนา แม่ของ อควาแมน ในหนังเรื่อง Aquaman ก่อนเปิดกล้องในเดือนเมษายน

ใกล้กำหนดเปิดกล้องกันแล้วกับหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC เรื่อง Aquaman ซึ่งตัวละครหลักได้มีการเปิดตัวนักแสดงที่จะเข้ามารับบทไปเรียบร้อยแล้ว เว้นเสียแต่บท แอตแลนนา แม่ของอควาแมน ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะมารับบทนี้กัน

ล่าสุดมีข่าวมาว่าทาง Warner Bros. กำลังเจรจาให้นักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) เข้ามารับบทนี้ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าเธอจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่

สำหรับบท แอตแลนนา ในเรื่อง Aquaman นั้น เดิมเธอเป็นสมาชิกราชวงศ์ของอาณาจักรใต้น้ำแอตแลนติส ที่หลบหนีจากโลกของตัวเองก่อนพบรักกับชายดูแลประภาคารจนให้กำเนิด อควาแมน บุตรผู้จะเป็นสะพานเชื่อมโลกทั้งสองเข้าหากัน

นอกจากนี้บทวายร้ายอย่าง แบล็ค แมนทา ก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจาให้กับ ยาห์ยา อับดุล-มาทีนที่ 2 ดาราจากซีรีส์ The Get Down เข้ามารับบทนี้ และหากทั้งคู่ตอบรับข้อเสนอแน่นอนว่าเราจะได้เห็นทั้งคู่ร่วมฉากกับ เจสัน โมมัว (Jason Momoa) เจ้าของบท อควาแมน รวมถึง แอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard), วิลเลี่ยม เดโฟ (Willem Dafoe), แพทริค วิลสัน (Patrick Wilson)

Aquaman มีกำหนดเปิดกล้องในเดือนเมษายนที่ประเทศออสเตรเลีย ภายใต้การกำกับของ เจมส์ วาน (James Wan) และหากไม่มีอะไรผิดพลาดเราจะได้ชม Aquaman ในเดือนตุลาคม 2018 สำหรับใครที่อดใจรอไม่ไหว เตรียมพบกับการเปิดตัวของ อควาแมน ได้ในหนังเรื่อง Justice League เดือนพฤศจิกายนนี้ในโรงภาพยนตร์

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post DC เดินหน้าจีบ นิโคล คิดแมน เข้าสวมบทแม่ของอควาแมน appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/dc-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%9a-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a5-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a1.html/feed 0
รีวิว The Julius House: An Aurora Teagarden Mystery (2016) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-julius-house-aurora-teagarden-mystery-2016.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-julius-house-aurora-teagarden-mystery-2016.html#respond Thu, 09 Feb 2017 03:00:33 +0000 http://www.bktube.net/?p=11307 ดำเนินมาถึงภาคที่ 4 แล้วครับสำหรับ “บรรณารักษ์นักสืบสาว” ออโรร่า ทีการ์เดน (Candace Cameron Bure) ประธานชมรมนักสืบ ที่เธอมักจะไปเจอศพตามสถานที่ต่างๆ (ไม่ถึงขั้นเป็นตัวซวยแบบโคนัน เพราะบางศพก็ตายมานานแล้ว) และจากนั้นเธอก็กลายมาเป็นผู้ไขคดีอยู่ตลอดๆ แต่หนนี้เหตุไม่ได้เกิดจากการาเจอศพครับ ทว่ามันเกิดจากการ “ไม่เจอศพ” แทน… เรื่องมันเริ่มเมื่อเธอเจอบ้านในฝันที่ตามหามานานแสนนาน เธอก็ดีใจลัลล้าจนเกือบจะลืมไปว่า บ้านหลังนี้เคยมี “คดีปริศนาที่ไร้คำอธิบาย” เกิดขึ้น คดีที่ว่าคือครอบครัวล่าสุดที่มาอยู่หายไปครับ ไร้ร่องรอย ไร้หลักฐาน เหมือนจู่ๆ พวกเขาก็อันตรธาน (บอกแล้วครับ หนนี้ไม่ได้เริ่มจากการที่เธอเดินไปเจอศพ) ทำให้เธอลงมือไขปริศนาด้วยตนเอง ตามสืบจากพยานและเงื่อนงำต่างๆ จนนำเธอไปสู่คำตอบ ภาคนี้เวิร์กไม่เลวครับ น่าจะเป็นภาคที่ผมชอบสุดในบรรดา 4 ตอน (จนถึงตอนนี้) อย่างแรกคือบรรยากาศที่ยังคงเวิร์กเหมือนเดิม หนังมีภาพเมืองเงียบสงบ มีวิวสวยๆ หรือบ้านในฝันของออโรร่าเองก็ถือว่าสวยไม่น้อยครับ ต่อมาคือตัวละครครับ ภาคนี้เหมือนได้รู้จักออโรร่ามากขึ้น ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะผมคุ้นเคยกับเธอแล้วน่ะครับ เจอมาตั้งหลายภาค ไม่คุ้นก็คงต้องคุ้นบ้างล่ะ บุคลิกของเธอก็น่ารักดี ยิ่งตอนที่เธอคิดอะไรออกนี่ท่าทางเธอจะดูตื่นเต้นและสนุกไปกับมัน (หมายถึงสนุกที่เธอไขปริศนาได้ ไม่ใช่สนุกเพราะได้เจอศพนะครับ) Bure ตอนนี้ก็เป็นออโรร่าแบบเต็มขั้นแล้วครับ เช่นเดียวกับ ไอด้า...

The post รีวิว The Julius House: An Aurora Teagarden Mystery (2016) appeared first on .

]]>

ดำเนินมาถึงภาคที่ 4 แล้วครับสำหรับ “บรรณารักษ์นักสืบสาว” ออโรร่า ทีการ์เดน (Candace Cameron Bure) ประธานชมรมนักสืบ ที่เธอมักจะไปเจอศพตามสถานที่ต่างๆ (ไม่ถึงขั้นเป็นตัวซวยแบบโคนัน เพราะบางศพก็ตายมานานแล้ว) และจากนั้นเธอก็กลายมาเป็นผู้ไขคดีอยู่ตลอดๆ

แต่หนนี้เหตุไม่ได้เกิดจากการาเจอศพครับ ทว่ามันเกิดจากการ “ไม่เจอศพ” แทน… เรื่องมันเริ่มเมื่อเธอเจอบ้านในฝันที่ตามหามานานแสนนาน เธอก็ดีใจลัลล้าจนเกือบจะลืมไปว่า บ้านหลังนี้เคยมี “คดีปริศนาที่ไร้คำอธิบาย” เกิดขึ้น

คดีที่ว่าคือครอบครัวล่าสุดที่มาอยู่หายไปครับ ไร้ร่องรอย ไร้หลักฐาน เหมือนจู่ๆ พวกเขาก็อันตรธาน (บอกแล้วครับ หนนี้ไม่ได้เริ่มจากการที่เธอเดินไปเจอศพ) ทำให้เธอลงมือไขปริศนาด้วยตนเอง ตามสืบจากพยานและเงื่อนงำต่างๆ จนนำเธอไปสู่คำตอบ

ภาคนี้เวิร์กไม่เลวครับ น่าจะเป็นภาคที่ผมชอบสุดในบรรดา 4 ตอน (จนถึงตอนนี้) อย่างแรกคือบรรยากาศที่ยังคงเวิร์กเหมือนเดิม หนังมีภาพเมืองเงียบสงบ มีวิวสวยๆ หรือบ้านในฝันของออโรร่าเองก็ถือว่าสวยไม่น้อยครับ


ต่อมาคือตัวละครครับ ภาคนี้เหมือนได้รู้จักออโรร่ามากขึ้น ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะผมคุ้นเคยกับเธอแล้วน่ะครับ เจอมาตั้งหลายภาค ไม่คุ้นก็คงต้องคุ้นบ้างล่ะ บุคลิกของเธอก็น่ารักดี ยิ่งตอนที่เธอคิดอะไรออกนี่ท่าทางเธอจะดูตื่นเต้นและสนุกไปกับมัน (หมายถึงสนุกที่เธอไขปริศนาได้ ไม่ใช่สนุกเพราะได้เจอศพนะครับ)

Bure ตอนนี้ก็เป็นออโรร่าแบบเต็มขั้นแล้วครับ เช่นเดียวกับ ไอด้า (Marilu Henner) คุณแม่ของออโรร่าที่ภาคนี้ก็มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจในชีวิตเหมือนกัน ผมชอบฉากที่สองแม่ลูกคุยกันน่ะครับ มันดูเปิดใจต่อกันสมกับคนเป็นแม่เป็นลูกกันดี

Lexa Doig ผู้รับบทเพื่อนของออโรร่าก็เล่นได้ลื่นเหมือนเดิมครับ เพียงแต่บทเธออาจไม่มากเท่าไรในตอนท้ายๆ แต่คนที่ดูจะเด่นขึ้นคือ Miranda Frigon เจ้าของบทลินน์ สมิธ ตำรวจสาวคนแกร่งที่ดูจะมีเสน่ห์มากขึ้นจากเดิมพอสมควรครับ

และที่ลืมไม่ได้คือ Yannick Bisson ในบทมาร์ติน หวานใจของออโรร่าที่ดูเข้ากันดีกับความเป็นเธอ ผมชอบตอนพี่แกนับว่าเขากับออโรร่าเดทกันมากี่ครั้งแล้วน่ะครับ มันทำให้พี่แกดูเป็นผู้ชายอบอุ่นและใส่ใจนะ (ไม่ใช่หนุ่มทุกคนนะครับที่จะจำได้ว่านัดเที่ยวกับแฟนแล้วกี่หน)


อีกส่วนที่ผมชอบก็คือบทสนทนาน่ะครับ มันไม่น่าเบื่อเลย อย่างอารมณ์ขันก็มีแทรกเข้ามาเรื่อยๆ ครับ อย่างตอนที่มีคนแซวออโรร่าว่า มันแปลกดีที่เธอไม่สนใจว่าบ้านที่ตัวเองกำลังจะซื้อน่ะมีคดีปริศนา (เพราะถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงโดดไปหาข้อมูลให้ว่อนแล้วล่ะ) ซึ่งเธอก็ตอบว่า ความตื่นเต้นเรื่องบ้านมันทำให้เธอลืมทุกอย่างไปหมดเลย (ก็ถือเป็นมุมแบบผู้หญิงๆ ที่ออโรร่าก็มีกับเขาเหมือนกันนะ)

หรือตอนที่เธอไปสอบพยานบุคคล บทสนทนาก็เผยปริศนาแบบเรื่อยๆ ไม่เร่ง แต่ก็ไม่น่าเบื่อ ผมชอบฉากที่เธอไปสอบคนๆ หนึ่งที่เป็นญาติของครอบครัวนั้น แล้วพอถึงจุดหนึ่งคนๆ นั้นก็บอกว่า เขารับไม่ได้แล้ว และเขาไม่ชอบเลยยามมีคนพยายามมาบอกว่ารู้เกี่ยวกับคดีนี้มากกว่าใครๆ ซึ่งปฏิกิริยาที่ว่านับว่าน่าสนใจไม่น้อย

ส่วนตัวคดีนั้น พอเป็นคดีปริศนาก็ทำให้มีคนมโนไปเรื่อยครับ บางคนถึงขั้นคิดว่าครอบครัวนั้นหายไปเพราะโดนมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ก็ชวนให้คิดนะครับว่าคนเราก็มโนกันไปเรื่อย แต่จะมีสักกี่คนที่พยายามสืบหาความจริงให้พบ

ด้วยเหตุนี้เรื่องลึกลับเลยมักจะเป็นเรื่องลึกลับไปตลอด เพราะไม่มีคนทำให้ความลึกลับมันคลี่คลายลง

โดยรวมแล้วสนุกพอสมควรครับ ถือเป็นหนังตระกูล Mystery ของ Hallmark ที่ทำได้ไม่เลว (แต่ผมยังชอบชุดของ Hannah มากสุดอยู่ดีครับ)

คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว The Julius House: An Aurora Teagarden Mystery (2016) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-julius-house-aurora-teagarden-mystery-2016.html/feed 0