http://www.bktube.net Tue, 28 Mar 2017 03:00:15 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.3 รีวิว โรงเรียนผี (2016) Haunted School http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b5-2016-haunted-school.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b5-2016-haunted-school.html#respond Tue, 28 Mar 2017 03:00:15 +0000 http://www.bktube.net/?p=11826 หนังเรื่องนี้สร้างความสยองให้กับผมตั้งแต่เห็นโปสเตอร์ครับ… ไม่ให้สยองได้ยังไงในเมื่อภาพดาราที่ขึ้นอยู่ในนั้นคือพี่หม่ำ พี่เท่ง และโก๊ะตี๋ จนใจนี่กลัวไปไกลคิดว่าหนังจะออกมาแล้วเน้นไปที่ขายฮาแบบที่หลายๆ เรื่องมักจะเป็นกันหรือเปล่าเนี่ย แต่โชคดีครับที่ความสยองแบบนั้นไม่เกิดขึ้น คือไอ้ความขำที่เกิดจากการแสดงตลกน่ะมันก็พอมีครับ แต่มีแค่นิดหน่อยประปราย ไม่ถึงกับทำลายให้หนังกลายเป็นหนังผีเลอะเทอะ และในทางกลับกัน ผมว่าหนังทำหน้าที่สร้างความสะพรึงได้เข้าท่าในระดับหนึ่ง หนังก็มาแนวหลายเรื่องสั้น in 1 ครับ ประมาณว่ามีกลุ่มเด็กมานั่งเล่าเรื่องผีกันในห้อง ซึ่งเรื่องผีที่เอามาเล่าก็เป็นเหตุที่เขาว่ากันว่าเกิดในโรงเรียนนี้ทั้งสิ้น ได้แก่เรื่องผีห้องสมุด, ครูแสงดาว, ภารโรงโก๊ะ, ครูใหญ่, ยายปอบข้างโรงเรียน และผีเพื่อนนักเรียน ผมพอใจกับหนังเรื่องนี้มากกว่าที่คาดไว้ครับ อย่างแรกคือเหล่านักแสดงตลกรุ่นลายครามอย่างหม่ำ, เท่ง, โก๊ะตี๋ และน้าค่อมที่มาร่วมแสดงในเรื่องก็มีวาระสร้างความขำให้กับคนดูอยู่ แต่มันไม่ทำให้หนังเสียจังหวะความน่ากลัวไปครับ ว่าง่ายๆ คือซีนขำก็อยู่ส่วนขำ แต่พอถึงซีนน่ากลัวหนังก็ปรับทางมาเป็นน่ากลัวได้ ช่วงขำมันก็มีอยู่ไม่มาก น่าจะแค่ 20 – 30% น่ะครับ (ยกเว้นตอน “ยายปอบ” ที่ดูจะใส่ลงมาเพื่อความขำโดยเฉพาะ) นอกนั้นมันก็คือการเล่าเรื่องผีที่ใช้บรรยากาศมืดๆ หลอนๆ มาใช้งานได้อย่างพอเหมาะ ดูแล้วมันก็ได้อารมณ์สยองดีน่ะครับ แม้มันจะไม่ถึงกับสุดยอด แต่ก็ดูได้เพลินๆ ล่ะ ระหว่างดูนั้นผมรู้สึกเหมือนได้ดูหนังผีแบบสมัยก่อนที่ไม่เน้นเทคนิคหวือหวา อารมณ์มันเหมือนมิติมืดน่ะครับ ภาพก็เล่าไปตามเรื่อง มันดู Old-Fashioned อยู่ในทีจนคอหนังสยองที่กระหายสิ่งใหม่อาจรู้สึกว่ามันเชยไปบ้าง...

The post รีวิว โรงเรียนผี (2016) Haunted School appeared first on .

]]>

หนังเรื่องนี้สร้างความสยองให้กับผมตั้งแต่เห็นโปสเตอร์ครับ… ไม่ให้สยองได้ยังไงในเมื่อภาพดาราที่ขึ้นอยู่ในนั้นคือพี่หม่ำ พี่เท่ง และโก๊ะตี๋ จนใจนี่กลัวไปไกลคิดว่าหนังจะออกมาแล้วเน้นไปที่ขายฮาแบบที่หลายๆ เรื่องมักจะเป็นกันหรือเปล่าเนี่ย

แต่โชคดีครับที่ความสยองแบบนั้นไม่เกิดขึ้น คือไอ้ความขำที่เกิดจากการแสดงตลกน่ะมันก็พอมีครับ แต่มีแค่นิดหน่อยประปราย ไม่ถึงกับทำลายให้หนังกลายเป็นหนังผีเลอะเทอะ และในทางกลับกัน ผมว่าหนังทำหน้าที่สร้างความสะพรึงได้เข้าท่าในระดับหนึ่ง

หนังก็มาแนวหลายเรื่องสั้น in 1 ครับ ประมาณว่ามีกลุ่มเด็กมานั่งเล่าเรื่องผีกันในห้อง ซึ่งเรื่องผีที่เอามาเล่าก็เป็นเหตุที่เขาว่ากันว่าเกิดในโรงเรียนนี้ทั้งสิ้น ได้แก่เรื่องผีห้องสมุด, ครูแสงดาว, ภารโรงโก๊ะ, ครูใหญ่, ยายปอบข้างโรงเรียน และผีเพื่อนนักเรียน

ผมพอใจกับหนังเรื่องนี้มากกว่าที่คาดไว้ครับ อย่างแรกคือเหล่านักแสดงตลกรุ่นลายครามอย่างหม่ำ, เท่ง, โก๊ะตี๋ และน้าค่อมที่มาร่วมแสดงในเรื่องก็มีวาระสร้างความขำให้กับคนดูอยู่ แต่มันไม่ทำให้หนังเสียจังหวะความน่ากลัวไปครับ ว่าง่ายๆ คือซีนขำก็อยู่ส่วนขำ แต่พอถึงซีนน่ากลัวหนังก็ปรับทางมาเป็นน่ากลัวได้


ช่วงขำมันก็มีอยู่ไม่มาก น่าจะแค่ 20 – 30% น่ะครับ (ยกเว้นตอน “ยายปอบ” ที่ดูจะใส่ลงมาเพื่อความขำโดยเฉพาะ) นอกนั้นมันก็คือการเล่าเรื่องผีที่ใช้บรรยากาศมืดๆ หลอนๆ มาใช้งานได้อย่างพอเหมาะ ดูแล้วมันก็ได้อารมณ์สยองดีน่ะครับ แม้มันจะไม่ถึงกับสุดยอด แต่ก็ดูได้เพลินๆ ล่ะ

ระหว่างดูนั้นผมรู้สึกเหมือนได้ดูหนังผีแบบสมัยก่อนที่ไม่เน้นเทคนิคหวือหวา อารมณ์มันเหมือนมิติมืดน่ะครับ ภาพก็เล่าไปตามเรื่อง มันดู Old-Fashioned อยู่ในทีจนคอหนังสยองที่กระหายสิ่งใหม่อาจรู้สึกว่ามันเชยไปบ้าง แต่สำหรับผมแล้วจะฟอร์มสดหรือไม่สด จะดูเก่าหรือใหม่แต่ขอเพียงทำออกมาได้เข้าท่าแค่นั้นก็โอเคแล้วครับ

มุกสยองในเรื่องก็เป็นมุกคุ้นเคย แต่ที่น่าแปลกใจคือหนังไม่เน้นตุ้งแช่นะ มันเน้นบิ้วอารมณ์หลอนด้วยบรรยากาศในโรงเรียน หรือบางซีนผีก็โผล่ออกมาได้ทั้งๆ ที่บรรยากาศรอบตัวไม่ได้หลอนอะไร ก็เหมือนเป็นการนำเสนอแบบให้เรารู้สึกน่ะครับว่าผีสางมันมีอยู่รอบโรงเรียน แม้เวลากลางวันหรือในยามที่คิดว่าไม่มีอะไร มันก็อาจมีอะไรเกิดขึ้นได้

มุกสยองตุ้งแช่แม้จะไม่ค่อยมี แต่มุก “แช่” น่ะมีไม่น้อยครับ ประเภทเอาภาพผีมาแช่ให้เราเห็นแบบนานนิดนึง ก็เป็นมุกที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังผีระยะหลังที่มักจะตุ้งแช่หรือไม่ก็นำเสนอแบบผีฉับไว เคลื่อนไหวไวอะไรแบบนั้น แต่กับเรื่องนี้ซีนที่แช่ภาพผีไว้ก็ทำได้ไม่เลว น่าจะมีขึ้นรู้สึกหลอนได้เหมือนกัน


ถ้าว่าตามจริง หนังไม่ได้ทำให้ผมสยองจนต้องเบือนหน้าหนีนะครับ ส่วนหนึ่งคงเพราะดูหนังผีมาทั่วทั้งไทยและเทศจนเดามุกได้หรือไม่ก็ขวัญแข็งกันไปข้างหนึ่งแล้ว อีกทั้งระยะหลังมุมมองที่ผมมีต่อเรื่องผีสางมันก็เปลี่ยนไปเยอะแล้วด้วยแหละ (จุดเปลี่ยนก็เริ่มจากอ่านหนังสือ “ผีมีจริงหรือไม่” ของท่านพุทธทาสภิกขุ นั่นเอง)

แต่ผมก็ยังดูด้วยความสนุก มันสนุกในอารมณ์ว่าได้เห็นมุกหนังผีหลายๆ มุกที่ถือเป็นมุกที่ดี แต่เนื่องจากมุกเก่าเลยไม่ค่อยมีคนใช้ ทว่ากับเรื่องนี้ได้เจอภาพผี เจอมุกหลอนแบบที่เราคุ้นเคยเมื่อสมัยเด็กที่ยังกลัวผีอยู่ มันเลยเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าในวันเก่าน่ะครับ (อาจเป็นอารมณ์ที่แปลกสำหรับการดูหนังผี แต่ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ครับ)

และในฐานะคอหนังสยองแบบรวมเรื่องสั้น ผลลัพธ์ที่ได้ในการเล่าเรื่องหรือร้อยเรื่องก็ถือว่าทำได้ดีครับ อย่างที่บอกน่ะว่ามันไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็อย่างที่ผมบอก (อีกนั่นแหละ) เป็นประจำว่าสูตรของหนังบางอย่างแม้จะเก่าแค่ไหน แต่หากคนทำเอามาปรุงให้สุกได้ที่ล่ะก็ มันก็อร่อยเพลินลิ้นได้เหมือนกัน

ผู้ที่รับหน้าที่กำกับเรื่องนี้คือคุณมนัสนันท์ พงษ์สุวรรณครับ ก็อยากขอขอบคุณเลยที่ทำหนังผีที่ได้อารมณ์เก่าๆ เหมือนสมัยเรายังเด็กออกมาได้อย่างพอเหมาะ… ก็แปลกจริงๆ แหละครับเพราะผมดูแล้วผมชอบ แต่ไม่ได้ชอบเพราะมันสยองหรือหลอนสุดๆ จนลืมไม่ลง แต่มันทำให้เรานึกถึงวันเก่าๆ สมัยยังเด็กไม่ว่าจะบรรยากาศในโรงเรียน โต๊ะไม้เก่าๆ พัดลมโทรมๆ หรือเพื่อนกวนๆ รวมถึงอารมณ์หนังผีแบบรายการมิติมืดอะไรประมาณนั้น

ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเรื่องนี้ครับ อันนี้บอกได้เลย ผมเชื่อว่าหลายคนอาจมองว่าหนังงั้นๆ หนังเดิมๆ หนังเชยๆ แต่หากใครอ่านแล้วบังเกิดอารมณ์บางอย่าง (คล้ายกับที่ผมดูแล้วเกิดอารมณ์ย้อนนึกถึงอะไรเก่าๆ) ผมก็อยากให้ลองลิ้มครับ เพราะคุณอาจชอบมันเหมือนผมก็ได้

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว โรงเรียนผี (2016) Haunted School appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b5-2016-haunted-school.html/feed 0
รีวิว Nick off Duty (2016) ปฏิบัติการล่าข้ามโลก http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-nick-off-duty-2016-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-nick-off-duty-2016-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82.html#respond Mon, 27 Mar 2017 03:00:24 +0000 http://www.bktube.net/?p=11817 นิค ชิลเลอร์ (Nick Tschiller) คือตำรวจมือพระกาฬที่ไขคดีมานักต่อนักครับ แต่แล้วเขาก็ต้องเสียภรรยาไปด้วยฝีมือของมาเฟียจอมโหดชาวตรุกี และลูกสาวของนิคก็ทราบความจริงเรื่องนี้เข้า เธอเลยเดินทางไปอิสตันบูลเพื่อแก้แค้นด้วยตนเอง เมื่อนิครู้ว่าลูกของเขาเดินทางไปหาอันตรายแบบนี้ เขาเลยรีบตามไปเพื่อปกป้อง แต่ลูกของเขาก็โดนพวกมาเฟียรัสเซียจับไปซะอีก งานนี้นิคเลยต้องแข่งกับเวลาเพื่อช่วยลูกคืนกลับมา และหาทางยุติบัญชีแค้นของเขาให้ได้ นิค ชิลเลอร์ ชื่อนี้อาจไม่มีความหมายในบ้านเรา แต่สำหรับที่เยอรมันแล้ว นิคคือหนึ่งในตำรวจตัวเอกจากซีรี่ส์ Tatort ละครแนวตำรวจที่สร้างกันมายาวนานตั้งแต่ยุค 70 ซึ่งพล็อตของซีรี่ส์ก็ว่าด้วยตำรวจเยอรมันไขคดีและหยุดยั้งเหล่าร้าย ตัวเอกของซีรี่ส์ก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาครับ (ไม่ได้ใช้ชื่อเดิมแล้วเปลี่ยนดาราแบบ Doctor Who) และตัวเอกก็มีหลายคนที่สลับมาเป็นตัวนำ ซึ่งนิคก็เป็นตัวนำอยู่ 4 ตอน ดังนั้นหนังเรื่องนี้เลยถือเป็นภาคขยายสู่จอใหญ่ของนิคนั่นเอง พล็อตเรื่องชวนให้คิดถึง Taken ครับ ว่าด้วยตัวเอกที่เป็นมือพระกาฬแล้วต้องตามไปช่วยลูกสาวที่ต่างประเทศ โดยต้องค้นหาร่องรอยและรับมือกับเหล่าร้ายระหว่างทาง (ซึ่งทั้งเรื่องนั้นและเรื่องนี้ ตัวลูกสาวลงเอยด้วยการถูกพวกค้าเนื้อสดจับไป) หนังก็ดูได้เรื่อยๆ น่ะนะครับ แต่ก็ไม่ได้สนุกหรือน่าติดตามเป็นพิเศษแค่อย่างใด อารมณ์เหมือนหนังทีวีหรือเกรดบีที่เดินเรื่องแบบเรื่อยๆ มีฉากบู๊ประปราย แต่ไม่ได้มีความเร้าใจหรือตื่นเต้นอะไรมาก พวกความยิ่งใหญ่ก็มีน้อยครับ จุดที่บั่นทอนความสนุกของหนังลงไปคือความยืดครับ หนังอืดและยืดมากจนยาว 2 ชั่วโมงหน่อยๆ ซึ่งหนังก็เสียเวลากับการเดินเรื่องช้าๆ ในบางจังหวะ แล้วก็การสืบที่ไม่ค่อยมีความสืบหน้าเท่าไรด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ความสนุกของหนังไหลมาไม่เต็มที่ จริงๆ หนังทำให้กระชับกว่านี้ได้ครับ...

The post รีวิว Nick off Duty (2016) ปฏิบัติการล่าข้ามโลก appeared first on .

]]>

นิค ชิลเลอร์ (Nick Tschiller) คือตำรวจมือพระกาฬที่ไขคดีมานักต่อนักครับ แต่แล้วเขาก็ต้องเสียภรรยาไปด้วยฝีมือของมาเฟียจอมโหดชาวตรุกี และลูกสาวของนิคก็ทราบความจริงเรื่องนี้เข้า เธอเลยเดินทางไปอิสตันบูลเพื่อแก้แค้นด้วยตนเอง

เมื่อนิครู้ว่าลูกของเขาเดินทางไปหาอันตรายแบบนี้ เขาเลยรีบตามไปเพื่อปกป้อง แต่ลูกของเขาก็โดนพวกมาเฟียรัสเซียจับไปซะอีก งานนี้นิคเลยต้องแข่งกับเวลาเพื่อช่วยลูกคืนกลับมา และหาทางยุติบัญชีแค้นของเขาให้ได้

นิค ชิลเลอร์ ชื่อนี้อาจไม่มีความหมายในบ้านเรา แต่สำหรับที่เยอรมันแล้ว นิคคือหนึ่งในตำรวจตัวเอกจากซีรี่ส์ Tatort ละครแนวตำรวจที่สร้างกันมายาวนานตั้งแต่ยุค 70 ซึ่งพล็อตของซีรี่ส์ก็ว่าด้วยตำรวจเยอรมันไขคดีและหยุดยั้งเหล่าร้าย

ตัวเอกของซีรี่ส์ก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาครับ (ไม่ได้ใช้ชื่อเดิมแล้วเปลี่ยนดาราแบบ Doctor Who) และตัวเอกก็มีหลายคนที่สลับมาเป็นตัวนำ ซึ่งนิคก็เป็นตัวนำอยู่ 4 ตอน ดังนั้นหนังเรื่องนี้เลยถือเป็นภาคขยายสู่จอใหญ่ของนิคนั่นเอง


พล็อตเรื่องชวนให้คิดถึง Taken ครับ ว่าด้วยตัวเอกที่เป็นมือพระกาฬแล้วต้องตามไปช่วยลูกสาวที่ต่างประเทศ โดยต้องค้นหาร่องรอยและรับมือกับเหล่าร้ายระหว่างทาง (ซึ่งทั้งเรื่องนั้นและเรื่องนี้ ตัวลูกสาวลงเอยด้วยการถูกพวกค้าเนื้อสดจับไป)

หนังก็ดูได้เรื่อยๆ น่ะนะครับ แต่ก็ไม่ได้สนุกหรือน่าติดตามเป็นพิเศษแค่อย่างใด อารมณ์เหมือนหนังทีวีหรือเกรดบีที่เดินเรื่องแบบเรื่อยๆ มีฉากบู๊ประปราย แต่ไม่ได้มีความเร้าใจหรือตื่นเต้นอะไรมาก พวกความยิ่งใหญ่ก็มีน้อยครั

จุดที่บั่นทอนความสนุกของหนังลงไปคือความยืดครับ หนังอืดและยืดมากจนยาว 2 ชั่วโมงหน่อยๆ ซึ่งหนังก็เสียเวลากับการเดินเรื่องช้าๆ ในบางจังหวะ แล้วก็การสืบที่ไม่ค่อยมีความสืบหน้าเท่าไรด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ความสนุกของหนังไหลมาไม่เต็มที่

จริงๆ หนังทำให้กระชับกว่านี้ได้ครับ ทำแค่ชั่วโมงครึ่งยังได้เลย เพราะพล็อตจริงๆ มันก็มาแนวเดียวกับ Taken นั่นแหละ ถ้าหนังเล่าแบบเน้นๆ เนื้อๆ ไม่ต้องเสียเวลากับฉากปลีกย่อยหรือฉากที่เรื่องไม่เดินไปข้างหน้า มันก็น่าจะโอเคกว่าที่เป็น


Schweiger ที่รับบทนิคมาตั้งแต่ฉบับทีวีก็ทำหน้าที่ได้ดีครับ บางอารมณ์ชวนให้คิดว่าพี่แกมาเล่น Transporter ก็น่าจะได้นะ เพราะท่าทางทะมัดทะแมงดี เพียงแต่ความเด่นในคาแรคเตอร์อาจยังไม่เยอะ (อย่างที่บอกว่าโดนทอนด้วยความนอกประเด็นของหนังไปพอสมควร)

สำหรับดาราคนนี้หลายคนอาจคุ้นหน้าครับเพราะเขาโผล่มาเล่นหนังฮอลลีวู้ดอยู่หลายเรื่อง เช่น Driven, Lara Croft Tomb Raider: The Cradle of Life, Far Cry, Inglourious Basterds, The Three Musketeers และ This Means War

ส่วนผู้กำกับก็คือ Christian Alvart ที่มีผลงานผ่านตาเราไปอย่าง Case 39 และ Pandorum อีกทั้งยังเป๋นคนกำกับ Tatort ตอนที่นิคเป็นตัวเอกอีกด้วย ซึ่งถ้าว่ากันถึงผลที่ได้ ก็คงต้องบอกว่ายังไม่เด็ดเท่าหนังอย่าง Pandorum ครับ

โดยรวมแล้วหนังออกมาเรื่อยๆ ครับ ไม่ได้เด่นจนน่าจดจำอะไร ในเชิงความมันส์ก็ไม่เท่าไร ความน่าติดตามก็ออกแนวเรื่อยๆ แต่หากอยากจะลองลิ้มก็ไม่ว่ากันครับ

คะแนนความชอบ 5.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Nick off Duty (2016) ปฏิบัติการล่าข้ามโลก appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-nick-off-duty-2016-%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82.html/feed 0
รีวิว Ouija: Origin of Evil (2016) กำเนิดกระดานปีศาจ http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-ouija-origin-evil-2016-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-ouija-origin-evil-2016-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b.html#respond Sun, 26 Mar 2017 03:00:19 +0000 http://www.bktube.net/?p=11810 ภาคต่อที่ย้อนไปเล่าเรื่องที่มาที่ไปของผีสางที่สร้างความสยองให้กับเหล่าวัยรุ่นใน Ouija ภาคแรก ซึ่งก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่แม้จะไม่ใหม่ แต่ก็ดีเหมือนกันครับ สำหรับผมสิ่งที่น่าสนใจคือหนังกำกับโดย Mike Flanagan แห่ง Oculus, Hush และ Before I Wake ที่แม้ว่าผลงานของเขาอาจไม่ถึงกับสุดยอดจนห้ามพลาด แต่ผลที่ออกมาก็จัดว่าดูได้เพลินๆ มีฉากน่ากลัวที่จัดว่าได้ผลอยู่พอสมควร และจุดที่ผมชอบคือหนังของ Flanagan มักมีประเด็นสาระที่ชวนให้คิดแทรกอยู่เป็นระยะครับ และกับเรื่องนี้ก็จัดว่ามีประเด็นที่มากกว่าแค่การเป็นหนังสยองภาคต่อทั่วๆ ไปด้วย หนังย้อนไปปี 1967 แนะนำให้เรารู้จักกับครอบครัวแซนเดอร์ที่ประกอบด้วย อลิซ (Elizabeth Reaser) หญิงสาวที่สามีเสียชีวิตไป ทำให้เธอต้องดูแลลูกสาวเพียงลำพัง ซึ่งลูกๆ ของเธอก็ได้แก่ ลีน่า (Annalise Basso) และ ดอริส (Lulu Wilson) อลิซประกอบอาชีพเป็นคนทรงเจ้าเข้าผีที่ไม่ได้มีพลังจริงๆ แต่เน้นสร้างบรรยากาศและเทคนิคให้คนเชื่อ หาเงินประทังชีพไปวัน จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขาก็ได้กระดานผีถ้วยแก้วมา แล้วนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานความสยอง ไปๆ มาๆ ตัวหนังเน้นดราม่าค่อนข้างมากครับ ดังนั้นใครคาดหวังความสยองแบบเต็มๆ ก็ขอให้ปรับใจก่อนดูเพราะครึ่งแรกของหนังเน้นไปที่เรื่องราวความสัมพันธ์ของ 3 แม่ลูกเป็นหลัก ในขณะที่เรื่องสยองมันจะไหลมาครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แต่ผมกลับชอบนะครับ แน่นอนว่าถ้ามุ่งเน้นจะดูความสยอง...

The post รีวิว Ouija: Origin of Evil (2016) กำเนิดกระดานปีศาจ appeared first on .

]]>

ภาคต่อที่ย้อนไปเล่าเรื่องที่มาที่ไปของผีสางที่สร้างความสยองให้กับเหล่าวัยรุ่นใน Ouija ภาคแรก ซึ่งก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่แม้จะไม่ใหม่ แต่ก็ดีเหมือนกันครับ

สำหรับผมสิ่งที่น่าสนใจคือหนังกำกับโดย Mike Flanagan แห่ง Oculus, Hush และ Before I Wake ที่แม้ว่าผลงานของเขาอาจไม่ถึงกับสุดยอดจนห้ามพลาด แต่ผลที่ออกมาก็จัดว่าดูได้เพลินๆ มีฉากน่ากลัวที่จัดว่าได้ผลอยู่พอสมควร

และจุดที่ผมชอบคือหนังของ Flanagan มักมีประเด็นสาระที่ชวนให้คิดแทรกอยู่เป็นระยะครับ และกับเรื่องนี้ก็จัดว่ามีประเด็นที่มากกว่าแค่การเป็นหนังสยองภาคต่อทั่วๆ ไปด้วย

หนังย้อนไปปี 1967 แนะนำให้เรารู้จักกับครอบครัวแซนเดอร์ที่ประกอบด้วย อลิซ (Elizabeth Reaser) หญิงสาวที่สามีเสียชีวิตไป ทำให้เธอต้องดูแลลูกสาวเพียงลำพัง ซึ่งลูกๆ ของเธอก็ได้แก่ ลีน่า (Annalise Basso) และ ดอริส (Lulu Wilson)


อลิซประกอบอาชีพเป็นคนทรงเจ้าเข้าผีที่ไม่ได้มีพลังจริงๆ แต่เน้นสร้างบรรยากาศและเทคนิคให้คนเชื่อ หาเงินประทังชีพไปวัน จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขาก็ได้กระดานผีถ้วยแก้วมา แล้วนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานความสยอง

ไปๆ มาๆ ตัวหนังเน้นดราม่าค่อนข้างมากครับ ดังนั้นใครคาดหวังความสยองแบบเต็มๆ ก็ขอให้ปรับใจก่อนดูเพราะครึ่งแรกของหนังเน้นไปที่เรื่องราวความสัมพันธ์ของ 3 แม่ลูกเป็นหลัก ในขณะที่เรื่องสยองมันจะไหลมาครึ่งชั่วโมงสุดท้าย

แต่ผมกลับชอบนะครับ แน่นอนว่าถ้ามุ่งเน้นจะดูความสยอง มันก็อาจชวนผิดหวังอยู่ แต่หากเราปรับใจมาซึมซับรับรู้เรื่องเชิงดราม่าที่หนังพยายามนำเสนอ ก็ถือว่าหนังบอกเล่าได้ไม่เลวครับ ทั้งนักแสดงก็แสดงได้เหมาะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย

หนังทำให้เราเห็นถึงความลำบากที่ 3 แม่ลูกต้องเผชิญ ไหนจะต้องดูแลกันและกันโดยไม่มีหัวหน้าครอบครัว แล้วตอนหลังยังมาเจอเรื่องผีอีก หากมองจริงๆ แล้วผมรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ประหนึ่งโศกนาฎกรรมครับ (พอถึงตอนจบนี่รู้สึกสงสารเลยล่ะ อารมณ์คล้ายๆ The Shining กับลัดดาแลนด์)


บอกตรงๆ ว่าดูแล้วรู้สึกโกรธผีนะ คือแม่ลูกเขาก็พยายามอยู่กันดีๆ พยายามเอาตัวรอดและพยายามหาเงิน แต่ผีบ้าก็อุตส่าห์มาก่อเรื่อง ซึ่งมันก็สะท้อนโลกความจริงได้เหมือนกันน่ะนะครับว่าเราอาจเจอเรื่องร้ายได้เสมอ ต่อให้เราพยายามทำสิ่งดีหรือไม่ได้เป็นคนเลวอะไรนักก็ตาม

ในแง่ความสยองก็ถือว่ากลางๆ ครับ มุกหลอนให้เรื่องก็มีทั้งมุกแบบสร้างบรรยากาศกับมุกตุ้งแช่ซึ่งก็ไม่ได้สดใหม่อะไร แต่ก็ถือว่าทำได้ไม่เลว ส่วนหนึ่งก็ต้องชม Wilson ที่รับบทดอริสยามถูกผีสิงได้ชวนหลอนดี ขนาดตอนยังไม่ได้เมคอัพก็ยังดูขนลุกได้ เล่นได้ดีครับ

โดยรวมแล้วผมชอบมากกว่าภาคแรกนะ อาจเพราะปมเชิงดราม่ามันก็ถือว่าน่าสนใจ แม้มันจะไม่ใหม่ แต่ก็ทำให้หนังเป็นมากกว่าแค่หนังสยองภาคต่อที่ขายความสยอง แต่ก็นั่นล่ะครับ หากใครไม่ชอบดราม่าแต่อยากดูความสยองมากกว่า ก็อาจโอเคกับภาคแรกมากกว่าก็ได้

ตอนนี้รอจับตาผลงานเรื่องต่อไปของ Flanagan ครับ นั่นคือ Gerald’s Game ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Stephen King ได้ข่าวว่า King ลองไปนั่งดูรอบสกรีนแล้วเอ่ยปากว่าชอบครับ แต่เราจะชอบด้วยกับแกไหมก็คงต้องรอให้หนังฉายก่อนน่ะครับ

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Ouija: Origin of Evil (2016) กำเนิดกระดานปีศาจ appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-ouija-origin-evil-2016-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b.html/feed 0
รีวิว Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-beauty-beast-2017-%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-beauty-beast-2017-%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html#respond Sat, 25 Mar 2017 03:00:51 +0000 http://www.bktube.net/?p=12080 ถ้าว่ากันถึงรายได้ ตอนนี้หนังทำเงินลอยลำเกิน $200 ล้านในอเมริกาแล้วครับ ส่วนรวมทั่วโลกก็ไปถึง $420 ล้านแล้ว ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจริงๆ สำหรับตัวหนังนั้นก็ถอดเอาเค้าโครงรวมถึงบทเพลงมาจากฉบับการ์ตูนเลยครับ เรื่องของเบลล์ (Emma Watson) สาวน้อยนักอ่านที่เชื่อว่ายังมีเรื่องน่าสนใจรอเธออยู่นอกหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยกฎและกรอบ แล้ววันหนึ่งพ่อของเธอ (Kevin Kline) ก็โดนเจ้าชายอสูร (Dan Stevens) กักตัวไว้ เบลล์เลยตามไปช่วยพร้อมเสนอว่าจะอยู่แทนพ่อ ทำให้อสูรปล่อยพ่อของเธอไป และกักตัวเบลล์ไว้แทน ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ว่าด้วยการที่สารพัดข้าวของเครื่องใช้ในปราสาท (ที่จริงๆ คือมนุษย์ แต่โดนสาปไปพร้อมกับเจ้าชาย) ก็พยายามจูนหัวใจให้เบลล์กับเจ้าชายได้ตกหลุมรักกัน เพราะทางเดียวที่จะถอนคำสาปให้ปราสาทแห่งนี้ได้ก็คือจะต้องทำให้เจ้าชายได้เรียนรู้ความหมายแห่งรักเท่านั้น ในแง่งานสร้างก็อลังการสมทุน $160 ล้านครับ ทั้งฉาก ทั้งเครื่องแต่งกาย ถือว่าเนรมิตได้อย่างน่าพอใจ แม้สารพัดข้าวของที่มีชีวิตอาจดู CG ไปบ้างแต่ก็รับได้ครับ ส่วนเครื่องแต่งกายก็นับว่าน่าประทับใจ แต่ละชุดถอดแบบมาจากสมัยการ์ตูนได้อย่างดี บทเพลงก็คุ้นเคยครับ ผมนั้นดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบ่อยจนแทบจะร้องตามได้เลย ซึงบทเพลงทั้งหลายก็ไพเราะขึ้นแท่นอยู่แล้วครับ แล้วหนังยังใส่เพลงใหม่ลงไปอีกด้วย ก็ถือเป็นการเพิ่มรายละเอียดที่ดีครับ ทำให้ฉบับหนังไม่ดูเหมือนฉบับการ์ตูนมากเกินไป ยอมรับครับว่าระหว่างดูตอนต้นๆ มีความรู้สึกว่าจังหวะหนังยังไม่ลื่นเต็มที่ มีขัดๆ อยู่เล็กๆ ส่วนหนึ่งเพราะหนังใช้วิธีเล่าเรื่องคล้ายละครเวทีที่เล่าเป็นองก์ๆ น่ะครับ ประมาณว่าจบองก์นี้แล้วไปต่อองก์นั้น ไม่ได้เชื่อมเรื่องกันแบบภาษาหนังทั่วไป เลยทำให้ความต่อเนื่องบางอย่าง...

The post รีวิว Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร appeared first on .

]]>

ถ้าว่ากันถึงรายได้ ตอนนี้หนังทำเงินลอยลำเกิน $200 ล้านในอเมริกาแล้วครับ ส่วนรวมทั่วโลกก็ไปถึง $420 ล้านแล้ว ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจริงๆ

สำหรับตัวหนังนั้นก็ถอดเอาเค้าโครงรวมถึงบทเพลงมาจากฉบับการ์ตูนเลยครับ เรื่องของเบลล์ (Emma Watson) สาวน้อยนักอ่านที่เชื่อว่ายังมีเรื่องน่าสนใจรอเธออยู่นอกหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยกฎและกรอบ

แล้ววันหนึ่งพ่อของเธอ (Kevin Kline) ก็โดนเจ้าชายอสูร (Dan Stevens) กักตัวไว้ เบลล์เลยตามไปช่วยพร้อมเสนอว่าจะอยู่แทนพ่อ ทำให้อสูรปล่อยพ่อของเธอไป และกักตัวเบลล์ไว้แทน

ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ว่าด้วยการที่สารพัดข้าวของเครื่องใช้ในปราสาท (ที่จริงๆ คือมนุษย์ แต่โดนสาปไปพร้อมกับเจ้าชาย) ก็พยายามจูนหัวใจให้เบลล์กับเจ้าชายได้ตกหลุมรักกัน เพราะทางเดียวที่จะถอนคำสาปให้ปราสาทแห่งนี้ได้ก็คือจะต้องทำให้เจ้าชายได้เรียนรู้ความหมายแห่งรักเท่านั้น


ในแง่งานสร้างก็อลังการสมทุน $160 ล้านครับ ทั้งฉาก ทั้งเครื่องแต่งกาย ถือว่าเนรมิตได้อย่างน่าพอใจ แม้สารพัดข้าวของที่มีชีวิตอาจดู CG ไปบ้างแต่ก็รับได้ครับ ส่วนเครื่องแต่งกายก็นับว่าน่าประทับใจ แต่ละชุดถอดแบบมาจากสมัยการ์ตูนได้อย่างดี

บทเพลงก็คุ้นเคยครับ ผมนั้นดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบ่อยจนแทบจะร้องตามได้เลย ซึงบทเพลงทั้งหลายก็ไพเราะขึ้นแท่นอยู่แล้วครับ แล้วหนังยังใส่เพลงใหม่ลงไปอีกด้วย ก็ถือเป็นการเพิ่มรายละเอียดที่ดีครับ ทำให้ฉบับหนังไม่ดูเหมือนฉบับการ์ตูนมากเกินไป

ยอมรับครับว่าระหว่างดูตอนต้นๆ มีความรู้สึกว่าจังหวะหนังยังไม่ลื่นเต็มที่ มีขัดๆ อยู่เล็กๆ ส่วนหนึ่งเพราะหนังใช้วิธีเล่าเรื่องคล้ายละครเวทีที่เล่าเป็นองก์ๆ น่ะครับ ประมาณว่าจบองก์นี้แล้วไปต่อองก์นั้น ไม่ได้เชื่อมเรื่องกันแบบภาษาหนังทั่วไป เลยทำให้ความต่อเนื่องบางอย่าง (โดยเฉพาะทางอารมณ์) มันเกิดความสะดุดบ้าง

อีกจุดที่รู้สึกคือการตัดต่อที่บางจังหวะก็ไวไป อารมณ์ยังไม่ทันมาก็ตัดสลับไปฉากอื่นแล้ว หรือการจับอารมณ์ของตัวละครอย่างเบลล์นั้น ดูจะไม่มากเท่าไรในตอนต้นๆ คือถ่ายมุมกว้าง ถ่ายองค์รวม ถ่ายตอนเต้นตอนร้อง แต่ไม่ค่อยจับภาพใบหน้าเวลาแสดงอารมณ์สักเท่าไร


อันนี้แอบเสียดายนิดๆ น่ะครับเพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้อยากดูคืออยากดูการแสดงของ Emma Watson นี่แหละ ซึ่งเธอก็แสดงดีล่ะครับ เหมาะกับบทเบลล์ เพียงแต่การตัดต่อหรือการเดินเรื่องที่ดูไวไปในบางจังหวะ มันไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้ยิงซีนอารมณ์แบบเต็มๆ (เหมือนเน้นขายฉากใหญ่ๆ มากจนพร่องไปในการถ่ายทอดเรื่องอารมณ์)

แต่ก็ยังดีที่ช่วงครึ่งหลังจังหวะเริ่มเหมาะมากขึ้น อีกทั้งมีการดัดแปลงรายละเอียดบางอย่างในตอนท้ายซึ่งเป็นการดัดแปลงที่ดีครับ ทำให้หนังมีรสชาติและมีลุ้นมากขึ้น เรียกว่าสำหรับผมแล้วเครื่องมาติดแบบเยอะหน่อยก็ครึ่งหลังน่ะครับ อารมณ์เหมาะ จังหวะได้ บทสรุปก็ถือว่าเติมเต็มจากฉบับการ์ตูนได้สวยทีเดียว

โดยรวมแล้วผมสนุกกับหนังครับ ถือเป็นการดัดแปลงจากการ์ตูนมาเป็นภาพยนตร์ได้อย่างน่าพอใจ ก็ต้องยอมรับครับว่าหนังรวมของดีไว้เยอะ ไม่ว่าจะดาราหรืองานฉากต่างๆ ไหนจะเพลงเพราะๆ อีก ผลที่ได้เลยจัดว่าน่าพอใจ แต่ยังไงฉบับการ์ตูนดั้งเดิมก็ยังขึ้นแท่นในใจผมมากกว่าอยู่ดี (อย่างในแง่อารมณ์ ผมยังรู้สึกว่าฉบับการ์ตูนมันถ่ายทอดทั้งฉากเพลงและฉากอารมณ์มาผสมกันในสัดส่วนที่พอเหมาะดูเป็นธรรมชาติ … ทั้งที่มันเป็นการ์ตูนน่ะครับ แต่ความ “ถึงอารมณ์” ก็ยังมาเรื่อยๆ และปฏิเสธไม่ได้ครับว่าการที่ฉบับหนังยกเอาซีนทั้งซีนจากฉบับการ์ตูนมาถ่ายทอด มันก็อดไม่ได้ที่จะเกิดการเปรียบเทียบขึ้นในใจ)

ถ้าถามว่าผมชอบตัวละครไหนสุด ผมชอบ “เลอฟู” ครับ Josh Gad เล่นได้ดีและถือเป็นตัวละครที่มีพัฒนาการเยอะที่สุดแล้วในเรื่อง

เป็นหนังที่ทำออกมาได้น่าพอใจครับ ดูได้ไม่ผิดหวัง (เพียงไม่ตั้งความหวัง ก็ไม่ผิดหวังแล้วครับ)

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Beauty and the Beast (2017) โฉมงามกับเจ้าชายอสูร appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-beauty-beast-2017-%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html/feed 0
รีวิว Cross Wars (2017) ครอส พลังกางเขนโค่นเดนนรก 2 http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cross-wars-2017-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b9%82.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cross-wars-2017-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b9%82.html#respond Fri, 24 Mar 2017 03:00:13 +0000 http://www.bktube.net/?p=11782 บอกตรงๆ เลยคือผมไม่นึกว่ามันจะมีภาคต่ออกมาอีกนะเนี่ย… ถึงจุดนี้ผมเชื่อว่าหลายคนคงงงว่านี่มันมีภาคแรกออกมาก่อนด้วยหรือ คำตอบก็คือ มีครับ ภาคแรกคือ Cross หนังปี 2011 ที่กำกับโดย Patrick Durham คนที่ตามมากำกับภาค 2 นี่แหละครับ เรื่องราวในภาคแรกก็ทำออกมาอารมณ์ซูเปอร์ฮีโร่ ว่าด้วยเรื่องของโลกที่มีปีศาจร้ายคอยคุกคามความสงบ เบื้องบนเลยสร้างให้มีวัตถุวิเศษไว้ใช้ต่อกรกับความชั่ว และหนึ่งในนั้นคือกางเขนศักดิ์สิทธิ์ครับ ซึ่งตัวเอกอย่างคัลแลน (Brian Austin Green) ก็ต้องออกโรงปกป้องและใช้พลังของกางเขนในการปราบปีศาจและขจัดภัยพาลให้สิ้นไป จริงๆ หน้าหนังเหมือนจะเป็นแนวซูเปอร์ฮีโร่ แต่แนวทางกลับชวนให้นึกถึง “คมแฝก” และเอาเข้าจริงๆ ผมว่าคมแฝกบ้านเรายังดูเพลินกว่าอีกครับ (555) คือมันยังมีพล็อตมีอะไรให้ติดตาม แต่กับเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ ในเรื่องก็ให้เหล่าตัวเอกมีของวิเศษครอบครองแล้วก็สู้รบปรบมือกับคนชั่ว แต่เราไม่ค่อยได้เห็นพวกเขาได้บู๊ในเชิงอภินิหารสักเท่าไร เหมือนตำรวจไล่ปราบคนร้ายไปเรื่อยๆ มากกว่า หรือกระทั่งตัวร้ายเองก็ไม่ได้มีพลังมากมายอะไร เหมือนอยู่ในระดับอันธพาลทั่วๆ ไปมากกว่า ครับ ภาคแรกออกมาประมาณไหน ภาคนี้ก็ออกมาประมาณนั้น มันไม่ได้สนุกไปกว่ากันหรอก แต่ในภาคแรกจะมีดารามีชื่อมาร่วมจอหลายคน ไม่ว่าจะ Michael Clarke Duncan, Vinnie Jones, Danny Trejo, Robert Carradine,...

The post รีวิว Cross Wars (2017) ครอส พลังกางเขนโค่นเดนนรก 2 appeared first on .

]]>

บอกตรงๆ เลยคือผมไม่นึกว่ามันจะมีภาคต่ออกมาอีกนะเนี่ย… ถึงจุดนี้ผมเชื่อว่าหลายคนคงงงว่านี่มันมีภาคแรกออกมาก่อนด้วยหรือ คำตอบก็คือ มีครับ

ภาคแรกคือ Cross หนังปี 2011 ที่กำกับโดย Patrick Durham คนที่ตามมากำกับภาค 2 นี่แหละครับ เรื่องราวในภาคแรกก็ทำออกมาอารมณ์ซูเปอร์ฮีโร่ ว่าด้วยเรื่องของโลกที่มีปีศาจร้ายคอยคุกคามความสงบ เบื้องบนเลยสร้างให้มีวัตถุวิเศษไว้ใช้ต่อกรกับความชั่

และหนึ่งในนั้นคือกางเขนศักดิ์สิทธิ์ครับ ซึ่งตัวเอกอย่างคัลแลน (Brian Austin Green) ก็ต้องออกโรงปกป้องและใช้พลังของกางเขนในการปราบปีศาจและขจัดภัยพาลให้สิ้นไป

จริงๆ หน้าหนังเหมือนจะเป็นแนวซูเปอร์ฮีโร่ แต่แนวทางกลับชวนให้นึกถึง “คมแฝก” และเอาเข้าจริงๆ ผมว่าคมแฝกบ้านเรายังดูเพลินกว่าอีกครับ (555) คือมันยังมีพล็อตมีอะไรให้ติดตาม แต่กับเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ


ในเรื่องก็ให้เหล่าตัวเอกมีของวิเศษครอบครองแล้วก็สู้รบปรบมือกับคนชั่ว แต่เราไม่ค่อยได้เห็นพวกเขาได้บู๊ในเชิงอภินิหารสักเท่าไร เหมือนตำรวจไล่ปราบคนร้ายไปเรื่อยๆ มากกว่า หรือกระทั่งตัวร้ายเองก็ไม่ได้มีพลังมากมายอะไร เหมือนอยู่ในระดับอันธพาลทั่วๆ ไปมากกว่า

ครับ ภาคแรกออกมาประมาณไหน ภาคนี้ก็ออกมาประมาณนั้น มันไม่ได้สนุกไปกว่ากันหรอก แต่ในภาคแรกจะมีดารามีชื่อมาร่วมจอหลายคน ไม่ว่าจะ Michael Clarke Duncan, Vinnie Jones, Danny Trejo, Robert Carradine, Jake Busey แต่รายที่ผมจำได้แม่นสุดต้องยกให้ Susie Abromeit สาวสวยอีกคนที่ยังไม่ได้แจ้งเกิดแบบเต็มๆ สักที

ส่วนภาคนี้ดาราก็ลดขนาดลงครับ เหลือที่พอมีชื่อแค่ Trejo, Jones และ Sizemore โดย Trejo มีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม จนตอนแรกผมนึกว่าจะมาเป็นบิ๊กบอส ซึ่งจริงๆ พี่เขาก็เป็นบิ๊กบอสจริงๆ นั่นแหละครับ เพียงแต่ในเรื่องแค่โผล่มารวบรวมของวิเศษ แต่ยังไม่มีการสู้กับพระเอกแบบเป็นทางการ

ดูๆ ไปนี่ผมรู้สึกเหมือนพี่ Trejo แกเป็นธาโนสน่ะครับ อยู่เบื้องหลังเรื่องต่างๆ แล้วก็รวบรวมของวิเศษเพื่อเอาไว้ใช้พิชิตชัย คือมันใช่เลยนะ ยิ่งหนังพยายามทำให้ตัวเองเป็นแนวซูเปอร์ฮ่โร่คอมมิคอีก คือมันเป็นการเดินตามรอยแบบชัดเจนมาก


แต่อย่าถามถึงผลลัพธ์ครับ มันไม่ได้สนุกอะไรสักเท่าไร จริงๆ หนังก็พยายามทำอะไรในสไตล์ของตัวเองออกมานะ อย่างการเดินเรื่องที่มันดูทีเล่นทีจริง มันไม่ได้ดูจริงจังอะไรมาก เลยทำให้มันไม่มีความตื่นเต้น แต่สำหรับบางคนหากชอบสไตล์นี้ก็อาจมองว่ามันแนวดีก็ได้

แล้วตอนจบยังไม่วายลงท้ายว่า Cross Will Return นั่นประกาศชัดเลยครับว่าพี่แกจะกลับมาอีกแน่ๆ ซึ่งถ้ามาจริงๆ ผมก็พร้อมดูนั่นแหละครับ ไหนๆ ดูมา 2 ภาคแล้ว ตามดูต่ออีกสักภาคจะเป็นไร เผื่อมันจะสนุกขึ้นมาแบบพลิกความคาดหมาย

หากอยากลองลิ้มผมก็ไม่ห้ามครับ แต่ใจจริงก็อยากบอกว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นก็ได้นะครับ ไปดูหนัง Marvel, DC หรือหนังบู๊เรื่องอื่นๆ ที่เคยดูแล้ว เอามาดูซ้ำอีกก็ได้ แบบนั้นเวลาที่ใช้ไปน่าจะคุ้มค่ากว่านะครับ แต่ก็อีกนั่นแหละ ถามว่ามีคนชอบหนังแบบนี้ไหม คำตอบคือ “มี” ครับ

ได้ยินมาเหมือนกันว่าหนังก็อาจจะเป็น Cult อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติครับ หนังเรื่องหนึ่งก็ต้องมีคนที่ชอบบ้างเป็นของธรรมดา แม้คนไม่ชอบจะเยอะแค่ไหนก็เถอะ แต่มันอาจถูกเส้นคนบางกลุ่มเข้าก็ได้

แค่ว่าผมไม่ได้อยู่ในคนกลุ่มนั้นเท่านั้นเอง

คะแนนความชอบ 4/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Cross Wars (2017) ครอส พลังกางเขนโค่นเดนนรก 2 appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cross-wars-2017-%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%aa-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b9%82.html/feed 0
รีวิวซีรี่ส์ Gotham ปี 2 (2015 – 2016) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%8c-gotham-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2-2015-2016.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%8c-gotham-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2-2015-2016.html#respond Thu, 23 Mar 2017 03:00:17 +0000 http://www.bktube.net/?p=11499 สารภาพเลยครับว่าปีแรกไม่ถึงกับติดอะไรมาก แม้มันจะเป็นซีรี่ส์ที่ทำออกมาดีก็เถอะ แต่ความสนุกไม่ถึงกับเยอะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผมคาดผิดไปน่ะครับ ผมมองว่ามันน่าจะออกมาประมาณ Arrow หรือ The Flash ที่มีกลิ่นอายความเป็นหนังจากคอมมิคซูเปอร์ฮีโร่ ครั้นพอได้ดูจริงก็รู้สึกว่ามันเน้นเรื่องของเจ้าพ่อและโลกใต้ดินมาก (ดูๆ ไปนึกว่า Boardwalk Empire) และยังมาเน้นโฟกัสที่เพนกวินมากจนนึกว่าซีรี่ส์ชุดนี้ชื่อ Penguin ซะอีก ซึ่งก็ไม่ปฏิเสธครับว่า Robin Lord Taylor เล่นได้เจ๋งแท้ในบทเพนกวิน แต่ความเพลินและลื่นไหลของเรื่องอาจยังไม่เยอะเท่าไร เพราะเรื่องมันออกจะหนักน่ะครับ ทั้งหมดทั้งปวงเลยทำให้พอดูจบปีแรกแล้ว ผมเลยเว้นไปนานเลยครับกว่าจะเอาปี 2 มาดูต่อ (อารมณ์เดียวกับ Agent of S.H.I.E.L.D. ครับ พอปีแรกไม่ติด เลยรอนานเหมือนกันกว่าจะสานต่อปี 2) แล้วผลที่ได้ในปีนี้ก็ค่อยรู้สึกว่ามันสนุกเข้าทางขึ้นมาหน่อย คาดว่าทีมงานเองก็คงได้รับฟีดแบ๊คพอสมควรน่ะครับ เลยปรับทิศทาง หลังจากจริงจังและออกแนวโลกเจ้าพ่อเมื่อปีแรก พอมาปีนี้โทนก็เปลี่ยนครับ เนื้อเรื่องดูมีสีสัน มีอารมณ์แฟนตาซีและได้อารมณ์คอมมิคซูเปอรฮีโร่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม จุดสนุกของปีนี้อยู่ที่เรื่องราวที่เข้มข้น จริงๆ ปีก่อนก็เข้มข้นครับ แต่ด้วยความหม่นและหนักมันเลยไม่เพลิน แต่ปีนี้มันเพลินครับ ทีนี้พอความเพลินมาเจอกับความเข้มข้น ผลที่ได้เลยเป็นความสนุกชวนติดตาม โดยแต่ละตอนก็จะมีพล็อตหลักแบบจบในตอน แล้วก็จะมีพล็อตใหญ่ของปีเดินเรื่องต่อเนื่องกันไป จุดสนุกต่อมาคือตัวร้ายของโลกแบทแมนเริ่มฉายแสงเปล่งสีสันกันจัดจ้านขึ้น คนที่ได้ใจและเด่นโคตรต้องยกให้เจอโรม...

The post รีวิวซีรี่ส์ Gotham ปี 2 (2015 – 2016) appeared first on .

]]>

สารภาพเลยครับว่าปีแรกไม่ถึงกับติดอะไรมาก แม้มันจะเป็นซีรี่ส์ที่ทำออกมาดีก็เถอะ แต่ความสนุกไม่ถึงกับเยอะ ส่วนหนึ่งก็เพราะผมคาดผิดไปน่ะครับ ผมมองว่ามันน่าจะออกมาประมาณ Arrow หรือ The Flash ที่มีกลิ่นอายความเป็นหนังจากคอมมิคซูเปอร์ฮีโร่

ครั้นพอได้ดูจริงก็รู้สึกว่ามันเน้นเรื่องของเจ้าพ่อและโลกใต้ดินมาก (ดูๆ ไปนึกว่า Boardwalk Empire) และยังมาเน้นโฟกัสที่เพนกวินมากจนนึกว่าซีรี่ส์ชุดนี้ชื่อ Penguin ซะอีก ซึ่งก็ไม่ปฏิเสธครับว่า Robin Lord Taylor เล่นได้เจ๋งแท้ในบทเพนกวิน แต่ความเพลินและลื่นไหลของเรื่องอาจยังไม่เยอะเท่าไร เพราะเรื่องมันออกจะหนักน่ะครับ

ทั้งหมดทั้งปวงเลยทำให้พอดูจบปีแรกแล้ว ผมเลยเว้นไปนานเลยครับกว่าจะเอาปี 2 มาดูต่อ (อารมณ์เดียวกับ Agent of S.H.I.E.L.D. ครับ พอปีแรกไม่ติด เลยรอนานเหมือนกันกว่าจะสานต่อปี 2)

แล้วผลที่ได้ในปีนี้ก็ค่อยรู้สึกว่ามันสนุกเข้าทางขึ้นมาหน่อย คาดว่าทีมงานเองก็คงได้รับฟีดแบ๊คพอสมควรน่ะครับ เลยปรับทิศทาง หลังจากจริงจังและออกแนวโลกเจ้าพ่อเมื่อปีแรก พอมาปีนี้โทนก็เปลี่ยนครับ เนื้อเรื่องดูมีสีสัน มีอารมณ์แฟนตาซีและได้อารมณ์คอมมิคซูเปอรฮีโร่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม


จุดสนุกของปีนี้อยู่ที่เรื่องราวที่เข้มข้น จริงๆ ปีก่อนก็เข้มข้นครับ แต่ด้วยความหม่นและหนักมันเลยไม่เพลิน แต่ปีนี้มันเพลินครับ ทีนี้พอความเพลินมาเจอกับความเข้มข้น ผลที่ได้เลยเป็นความสนุกชวนติดตาม โดยแต่ละตอนก็จะมีพล็อตหลักแบบจบในตอน แล้วก็จะมีพล็อตใหญ่ของปีเดินเรื่องต่อเนื่องกันไป

จุดสนุกต่อมาคือตัวร้ายของโลกแบทแมนเริ่มฉายแสงเปล่งสีสันกันจัดจ้านขึ้น คนที่ได้ใจและเด่นโคตรต้องยกให้เจอโรม (Cameron Monaghan) ที่ฟังจากเสียงหัวเราะก็รู้ว่าหมอนี่มีอนาคตเป็นโจ๊กเกอร์แหงๆ รายนี้เด่นทุกฉากที่ปรากฏตัวครับ

คนต่อมาที่เริ่มเด่นแบบชัดขึ้นก็คือ เอ็ดเวิร์ด นิกม่า (Cory Michael Smith) ที่ฉายแววความเป็นริดเลอร์มากขึ้น ในขณะที่ Taylor ก็ไปได้สวยเช่นเดิมกับบทเพนกวินครับ โผล่ทีไรก็เด่นเสมอ (มีซีนหนึ่งตอนท้ายๆ ที่พี่แกเท่ห์มาก ตอนที่ถือบาซูก้ามาน่ะครับ เท่ห์ได้ใจจริงๆ)

ตัวละครอื่นๆ ก็เล่นกันได้ดีครับ แต่มีคนหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าบทมีความเปลี่ยนแปลงเยอะเลย นั่นคือ ฮาร์วี่ย์ บูลล็อก (Donal Logue) ที่ปีแรกพี่แกออกแนวเครียด แต่พอมาปีนี้พี่แกดูเบาลง บางจังหวะนี่แทบจะเป็นตัวฮาเลยล่ะครับ ถือเป็นตัวละครที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับธีมของ Gotham ที่ดูเบาลง เน้นอารมณ์ขันและแฟนตาซีมากขึ้น


สไตล์ของปีนี้ยังเหมือนกับแบ่งเป็นครึ่งแรก-ครึ่งหลังน่ะครับ เหมือนครึ่งแรกก็มีบอสใหญ่ตัวหนึ่ง พอมาครึ่งหลังก็เน้นไปที่อีกสตอรี่หนึ่ง ซึ่งจริงๆ ผมว่าก็ดีนะ เพราะหลายซีรี่ส์พยายามจะมีแต่พล็อตหลักพล็อตเดียว แล้วยืดเรื่องให้จบทั้งปี (ประมาณ 22 – 24 ตอน) ซึ่งบางทีก็ยืดแล้วอืด หรือยืดแล้วลดความสนุกลง

แต่กับเรื่องนี้เดินเรื่องไวครับ ไม่ต้องมาอืดมายืดให้ครบเวลา ซึ่งถือเป็นข้อดีนะ อารมณ์มันต่างจากตอนดูปีแรกอยู่เหมือนกัน เพราะปีแรกเหมือนเรื่องมันยังเดินไปไม่ถึงไหน แต่สำหรับปีนี้พอดูจบปุ๊บ เหมือน Gotham พาเราเดินทางมาไกลจากเดิมพอสมควรเลย

อีกจุดที่ผมชอบคือตัวละครเริ่มออกจาก “โลกสวย Zone” แล้วครับ เริ่มตั้งคำถามกับการเดินในกรอบว่ามันจะทำให้ชนะพวกผู้ร้ายได้จริงเหรอ อย่างการทำตนเป็นสุภาพชนไม่ลงมือสังหารคนร้ายตอนที่มีโอกาส แล้วพอคนร้ายรายนั้นมีโอกาสก็หันมาฆ่าคนต่อ (เรียกว่าถ้าฆ่าแต่แรก คนที่ถูกฆ่าตอนหลังก็อาจไม่ตาย)

คำถามคือการไม่ฆ่าคนร้ายจนส่งผลให้คนร้ายมีโอกาสไปฆ่าคนต่อนั้น มันใช่จริงหรือ แน่นอนว่ามันถูกโดยหลักการ แต่ในความเป็นจริงมันก็เป็นอีกเรื่องที่สามารถเอามาถกกันได้ยาว และหลายๆ ตัวละครใน Gotham ปีนี้ก็เผชิญกับการตั้งคำถามที่ว่า

สรุปว่าปีนี้สนุกเพลิดเพลินครับ ทำให้อยากดูปีต่อไปขึ้นมาเล

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิวซีรี่ส์ Gotham ปี 2 (2015 – 2016) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%8c-gotham-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2-2015-2016.html/feed 0
รีวิวซีรี่ส์ NCIS: New Orleans ปี 2(2015 – 2016) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%8c-ncis-new-orleans-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-22015-2016.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%8c-ncis-new-orleans-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-22015-2016.html#respond Wed, 22 Mar 2017 03:00:35 +0000 http://www.bktube.net/?p=11198 ปีแรกถือว่าเปิดตัวได้ประทับใจดีครับ สำหรับซีรี่ส์ชุดที่แยกออกมาจาก NCIS ที่ตอนนี้ซีรี่ส์ต้นฉบับก็ปาเข้าไป 14 ปีแล้วครับ ส่วนเรื่องนี้แม้จะมาทีหลัง แต่หลายอย่างก็ถือว่าทำออกมาสนุกได้มาตรฐานกำลังดีเลย เสน่ห์สำคัญของซีรี่ส์นี้คือการเอาบรรยากาศของนิวออร์ลีนส์มาใช้จนตัวซีรี่ส์มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตยามราตรี หรือตึกรามบ้านช่องที่จะดูเก่าแก่ เต็มไปด้วยรอยแตกหรือไม่ก็ต้นไม้ที่แทรกถนนแทรกปูนเติบโตขึ้นมา มันเป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้เห็นบนจอทีวีสักเท่าไร ปีนี้เสน่ห์ที่ว่าก็ยังคงอยู่ครับ แม้อาจจะไม่ถึงกับเข้มข้นเท่าปีแรก แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ สำหรับผมนี่ระหว่างดูก็เหมือนได้ดูรายการนำเที่ยวอยู่กลายๆ เพราะหลายสถานที่ในหนังนั้นมันน่าแวะไปเที่ยวสักครั้งจริงๆ ส่วนตัวละครก็ลงตัวมากขึ้นครับ ปีนี้ก็ยกทีมมาจากปีแรกนั่นแหละ แต่ทุกคนดูลื่นไหลและดูเป็นครอบครัวเดียวกันมากขึ้น อย่าง ดเวน ไพรด (Scott Bakula) ก็ดูเป็นผู้นำที่น่ารักมากขึ้น ดูเป็นเจ้านายที่ดีต่อลูกน้อง ห่วงใยและใส่ใจ ชนิดที่ถ้าผมจะมีเจ้านายสักคนนะ ขอแบบนี้เลยครับ เพราะนอกจากความปรารถนาดีแล้ว ไพรดยังสอนบทเรียนดีๆ ให้กับลูกน้องอีกด้วย อีกอย่างที่สังเกตในปีนี้คือไพรดเก่งเรื่องการใช้คนครับ เวลาเขาจะส่งใครไปทำอะไรนั้น เขาก็จะดูว่าใครเก่งอะไร ก่อนจะเลือกใช้คนเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นความเจ๋งอีกอย่างของไพรดก็ว่าได้ ดารารายอื่นเล่นกันได้คล่องหมดครับ ทุกคนเล่นได้ดีและเหมาะสม เรียกว่าปีนี้ทีมได้เป็นทีมแท้ๆ แบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเรียบร้อย ทีนี้พอตัวละครหลักๆ เล่นได้ลื่นไหล ความสนุกมันก็เลยมาเรื่อยๆ ครับ จริงๆ แล้วปีนี้ ถ้าว่าในแง่คดีก็อาจไม่ได้หวือหวาอะไรมากนะครับ ถ้าพูดถึงเนื้อคดีแล้ว ผมว่า NCIS ภาคหลักจะเข้มข้นกว่า ในขณะที่ของ...

The post รีวิวซีรี่ส์ NCIS: New Orleans ปี 2(2015 – 2016) appeared first on .

]]>

ปีแรกถือว่าเปิดตัวได้ประทับใจดีครับ สำหรับซีรี่ส์ชุดที่แยกออกมาจาก NCIS ที่ตอนนี้ซีรี่ส์ต้นฉบับก็ปาเข้าไป 14 ปีแล้วครับ ส่วนเรื่องนี้แม้จะมาทีหลัง แต่หลายอย่างก็ถือว่าทำออกมาสนุกได้มาตรฐานกำลังดีเลย

เสน่ห์สำคัญของซีรี่ส์นี้คือการเอาบรรยากาศของนิวออร์ลีนส์มาใช้จนตัวซีรี่ส์มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตยามราตรี หรือตึกรามบ้านช่องที่จะดูเก่าแก่ เต็มไปด้วยรอยแตกหรือไม่ก็ต้นไม้ที่แทรกถนนแทรกปูนเติบโตขึ้นมา มันเป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้เห็นบนจอทีวีสักเท่าไร

ปีนี้เสน่ห์ที่ว่าก็ยังคงอยู่ครับ แม้อาจจะไม่ถึงกับเข้มข้นเท่าปีแรก แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ สำหรับผมนี่ระหว่างดูก็เหมือนได้ดูรายการนำเที่ยวอยู่กลายๆ เพราะหลายสถานที่ในหนังนั้นมันน่าแวะไปเที่ยวสักครั้งจริงๆ

ส่วนตัวละครก็ลงตัวมากขึ้นครับ ปีนี้ก็ยกทีมมาจากปีแรกนั่นแหละ แต่ทุกคนดูลื่นไหลและดูเป็นครอบครัวเดียวกันมากขึ้น อย่าง ดเวน ไพรด (Scott Bakula) ก็ดูเป็นผู้นำที่น่ารักมากขึ้น ดูเป็นเจ้านายที่ดีต่อลูกน้อง ห่วงใยและใส่ใจ ชนิดที่ถ้าผมจะมีเจ้านายสักคนนะ ขอแบบนี้เลยครับ เพราะนอกจากความปรารถนาดีแล้ว ไพรดยังสอนบทเรียนดีๆ ให้กับลูกน้องอีกด้วย


อีกอย่างที่สังเกตในปีนี้คือไพรดเก่งเรื่องการใช้คนครับ เวลาเขาจะส่งใครไปทำอะไรนั้น เขาก็จะดูว่าใครเก่งอะไร ก่อนจะเลือกใช้คนเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นความเจ๋งอีกอย่างของไพรดก็ว่าได้

ดารารายอื่นเล่นกันได้คล่องหมดครับ ทุกคนเล่นได้ดีและเหมาะสม เรียกว่าปีนี้ทีมได้เป็นทีมแท้ๆ แบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเรียบร้อย ทีนี้พอตัวละครหลักๆ เล่นได้ลื่นไหล ความสนุกมันก็เลยมาเรื่อยๆ ครับ

จริงๆ แล้วปีนี้ ถ้าว่าในแง่คดีก็อาจไม่ได้หวือหวาอะไรมากนะครับ ถ้าพูดถึงเนื้อคดีแล้ว ผมว่า NCIS ภาคหลักจะเข้มข้นกว่า ในขณะที่ของ New Orleans นี่บางคดีก็เดาได้ไม่ยาก หรือคดีที่สนุกสุดของซีซั่นนี้ก็ยังไม่เด็ดเท่า NCIS ภาคหลัก

แต่ก็เพราะบรรยากาศแปลกตากับทีมดาราที่แข็งแกร่งนี่แหละครับที่ทำให้ความสนุกของปีนี้ยังคงเยอะอยู่ สำหรับผมนี่เหมือนไม่ได้มาดูการสืบคดีน่ะครับ แต่มาดูทีม NCIS ที่สนิทกันเหมือนครอบครัวมาร่วมงานกัน มาดูแลกัน แล้วก็มาอำกันแบบขำๆ

แต่ก็นั่นล่ะครับ หากใครคาดว่าเรื่องคดีก็อาจต้องปรับความคาดหวังหน่อย เพราะคดีไม่ได้มีอะไรมาก จริงๆ พอดูตอนแรกๆ มันมีการทิ้งปมที่น่าสนใจเอาไว้ครับ ไม่ว่าจะพวกกลุ่มผู้ร้ายหรือคดีที่เกี่ยวกับ เมเรดิธ โบรดี้ (Zoe McLellan) ที่เปิดปมไว้ดีครับ แต่พอเดินเรื่องไป หรือพอถึงตอนที่ปมเหล่านี้ถูกนำมาเล่าเป็นประเด็นหลัก มันก็ไม่ถึงกับสนุกหรือเด็ดสุดๆ ดังที่คาดหมายไว้

สรุปว่าโดยรวมแล้วไม่ผิดหวังครับ ดูเพลิน ดูสนุก ดูได้เรื่อยๆ เหมือนเดิม แต่ลึกๆ ก็ยังรู้สึกล่ะครับว่าปีแรกคดีมันดูสนุกกว่า ในขณะที่ปีนี้คดีอาจไม่หวือหวา แต่ก็ได้ทีมดาราดีๆ กับบรรยากาศเด่นๆ นี่แหละมาเสริมพลังเอาไว้

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

+++++++++++ถัดจากนี้มีสปอยล์ครับ +++++++++++++

แอบเสียดายครับที่ McLellan ไม่ได้กลับมารับบทโบรดี้อีกในปี 3 ซึ่งก็มีข่าวออกมา 2 กระแสครับ กระแสแรกบอกว่าที่เธอเดินออกจากซีรี่ส์ก็เพราะเธอกับผู้สร้างมี “ความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์แตกต่างกัน” (ถือเป็นเหตุผลคลาสสิกอย่างหนึ่งของฮอลลีวู้ด ยามดาราหรือผู้กำกับเดินออกจากการสร้างหนังสักเรื่อง)

แต่อีกกระแสก็บอกว่าจริงๆ McLellan ก็ยังอยากเล่นอยู่ครับ แต่เธอเจอมรสุมใหญ่ต่อเนื่องมาหลายปี มรสุมที่ว่าคือเธอโดนสามีฟ้องหย่า ว่ากันว่าตัวสามีมาฟ้องหย่าตอนเธอได้เล่น NCIS ชุดนี้นี่แหละ โดยเขาจะขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกอีกด้วย แต่หลายฝ่ายก็คาดการณ์ว่าที่สามีฟ้องหย่าก็เพื่อมุ่งหมายมาที่เรื่องเงินเป็นหลักครับ

การฟ้องหย่าเริ่มตั้งแต่ปี 2014 แล้วก็ลากยาวมาจนเพิ่งจะจบไปในปี 2016 นี่เอง อันว่ามรสุมนี่ก็หนักมากมายจนเธอตระหนักครับว่าเธอควรจะพักงานแสดงไว้ก่อน และเธอจะได้มีเวลาให้กับลูกมากขึ้นด้วย… ก็ขอเป็นกำลังใจให้เธอผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ด้วยดีนะครับ

 

The post รีวิวซีรี่ส์ NCIS: New Orleans ปี 2(2015 – 2016) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%8c-ncis-new-orleans-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-22015-2016.html/feed 0
รีวิว The Cobbler (2014) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cobbler-2014.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cobbler-2014.html#respond Tue, 21 Mar 2017 03:00:50 +0000 http://www.bktube.net/?p=11191 สำนวนภาษาอังกฤษที่ผมชอบมากอันหนึ่งคือ put oneself in someone’s shoes แปลตามศัพท์คือ “ใครบางคนลองไปใส่รองเท้าของอีกคน” ซึ่งความหมายก็ประมาณว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือลองไปยืนในมุม/จุดที่คนอื่นเขาอยู่ดู และหนังเรื่องนี้ก็จับเอาสำนวนที่ว่ามาผูกเป็นเรื่องครับ ตัวเอกคือ แม็กซ์ ซิมคิน (Adam Sandler) ช่างซ่อมรองเท้าที่รับช่วงงานนี้ต่อมาจากพ่อ (โดยที่พ่อก็รับช่วงต่อจากพ่อของพ่ออีกที) ซึ่งเป็นชีวิตที่ไม่ได้มีสีสัน ไม่หวือหวา ไม่มีใครสนใจ อันที่จริงมันติดจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ แล้ววันหนึ่งเขาก็ไปใช้เครื่องมือพิเศษที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษครับ มันจะทำให้รองเท้าคู่ที่ผ่านเครื่องนั้นกลายเป็นรองเท้าวิเศษ ที่หากเขาใส่รองเท้าคู่นั้นเมื่อไร เขาก็จะกลายร่างเป็นเจ้าของรองเท้าคู่นั้นในทันที พล็อตน่าสนใจดีครับ จริงๆ คือมันสามารถต่อยอดเป็นหนังชีวิตสไตล์ค้นหาตนเองและค้นหาความหมายของชีวิตได้เลยล่ะ แต่ผลที่ได้กลับไม่ใช่แบบนั้นครับ (ไม่ใช่ทั้งในแง่สิ่งที่หนังเป็นและในแง่ความสนุกด้วย) สิ่งที่ได้พบในหนังคือหนังกลายเป็นแนวเบาสมอง แต่ที่แปลกใจหน่อยๆ คือมันไม่เชิงเป็นหนังฮาสไตล์ Sandler ที่จะติงต๊องหลุดโลกหรือเว่อร์วังแบบที่เราเคยเจอ (แบบ The Water Boy, Mr.Deeds หรือ Big Daddy)ทว่าหนังออกมาในโทนเบาสมองแบบกึ่งจริงจังครับ เหมือนพยายามจะเอาหนังตลกมาบวกกับหนังชีวิตและหนังระทึกขวัญอาชญากรรม แต่ถ้าให้พูดตรงๆ แล้ว หนังยังจับเอาส่วนผสมที่ว่านี้มารวมกันได้แบบไม่ลงตัวนักในแง่อารมณ์ขัน หนังอาจมีบ้างครับ แต่ก็ไม่มากเท่าไร ขณะเดียวกันหนังก็มีพล็อตจริงจังนิดๆ โผล่มาในตอนหลังๆ ประมาณว่าแม็กซ์ไปสวมรองเท้าที่พาไปสู่ปัญหา พาชีวิตแม็กซ์ไปสู่เรื่องระทึก...

The post รีวิว The Cobbler (2014) appeared first on .

]]>

สำนวนภาษาอังกฤษที่ผมชอบมากอันหนึ่งคือ put oneself in someone’s shoes แปลตามศัพท์คือ “ใครบางคนลองไปใส่รองเท้าของอีกคน” ซึ่งความหมายก็ประมาณว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือลองไปยืนในมุม/จุดที่คนอื่นเขาอยู่ดู

และหนังเรื่องนี้ก็จับเอาสำนวนที่ว่ามาผูกเป็นเรื่องครับ ตัวเอกคือ แม็กซ์ ซิมคิน (Adam Sandler) ช่างซ่อมรองเท้าที่รับช่วงงานนี้ต่อมาจากพ่อ (โดยที่พ่อก็รับช่วงต่อจากพ่อของพ่ออีกที) ซึ่งเป็นชีวิตที่ไม่ได้มีสีสัน ไม่หวือหวา ไม่มีใครสนใจ อันที่จริงมันติดจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ

แล้ววันหนึ่งเขาก็ไปใช้เครื่องมือพิเศษที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษครับ มันจะทำให้รองเท้าคู่ที่ผ่านเครื่องนั้นกลายเป็นรองเท้าวิเศษ ที่หากเขาใส่รองเท้าคู่นั้นเมื่อไร เขาก็จะกลายร่างเป็นเจ้าของรองเท้าคู่นั้นในทันที

พล็อตน่าสนใจดีครับ จริงๆ คือมันสามารถต่อยอดเป็นหนังชีวิตสไตล์ค้นหาตนเองและค้นหาความหมายของชีวิตได้เลยล่ะ แต่ผลที่ได้กลับไม่ใช่แบบนั้นครับ (ไม่ใช่ทั้งในแง่สิ่งที่หนังเป็นและในแง่ความสนุกด้วย)


สิ่งที่ได้พบในหนังคือหนังกลายเป็นแนวเบาสมอง แต่ที่แปลกใจหน่อยๆ คือมันไม่เชิงเป็นหนังฮาสไตล์ Sandler ที่จะติงต๊องหลุดโลกหรือเว่อร์วังแบบที่เราเคยเจอ (แบบ The Water Boy, Mr.Deeds หรือ Big Daddy)
ทว่าหนังออกมาในโทนเบาสมองแบบกึ่งจริงจังครับ เหมือนพยายามจะเอาหนังตลกมาบวกกับหนังชีวิตและหนังระทึกขวัญอาชญากรรม แต่ถ้าให้พูดตรงๆ แล้ว หนังยังจับเอาส่วนผสมที่ว่านี้มารวมกันได้แบบไม่ลงตัวนักในแง่อารมณ์ขัน หนังอาจมีบ้างครับ แต่ก็ไม่มากเท่าไร ขณะเดียวกันหนังก็มีพล็อตจริงจังนิดๆ โผล่มาในตอนหลังๆ ประมาณว่าแม็กซ์ไปสวมรองเท้าที่พาไปสู่ปัญหา พาชีวิตแม็กซ์ไปสู่เรื่องระทึก แต่จนแล้วจนรอดปมนี้ก็ยังไม่ถึงกับน่าจดจำครับ จริงๆ คือมันไม่สุดด้วย คือจะเครียดก็ไม่เครียด จะดราม่าก็ไม่ดราม่า บางช่วงก็เหมือนจะทำให้ขำ แต่มันก็ไม่ขำเท่าไร ดูกั๊กๆ เกินๆ พิกลยอมรับว่าแปลกใจกับโทนของหนังเหมือนกันครับ มันดูหม่นๆ จริงจังๆ ซึ่งจริงๆ ก็พอเข้าใจครับหาก Sandler จะลองอะไรที่มันแตกต่าง อันที่จริงเขาเคยลองมาแล้ว และได้ผลจนน่าชื่นชมมาแล้วใน Reign Over Me เรื่องนั้นเป็นส่วนผสมที่ได้ที่มากๆ ระหว่างหนังเบาสมองแบบจริงจัง ผสมดราม่า


แต่กับเรื่องนี้โทนมันยังไม่กลมกล่อมครับ และที่น่าเสียดายคือบทหนังที่นำพาเราไปตามติดเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับชีวิตของแม็กซ์ แทนที่จะเป็นการพาเราไปเรียนรู้ความหมายชีวิต
จริงๆ ด้วยสารตั้งต้นของหนัง “การที่ตัวเอกสามารถเปลี่ยนร่างเป็นใครก็ได้” นั้น บทมันพาไปได้หลายทิศทางมากครับ เช่น จะให้ตัวเอกหลงระเริงกับการเป็นคนอื่น จนพอถึงจุดหนึ่งถึงจะตระหนักในคุณค่าของตัวเองก็ได้ หรือจะให้ตัวเอกใช้ความสามารถในการเปลี่ยนร่างนี้ ไปช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้กับคนอื่นๆ จนพอถึงจุดหนึ่งเขาก็สามารถเอาเรื่องราวของคนอื่น มาค้นหาความหมายของชีวิตตนเองก็ได้หนังสามารถเดินไปบนเส้นทางที่หนังอย่าง It’s A Wonderful Life, The Family Man, ซีรี่ส์ Quantum Leap หรือ Click (ซึ่งเป็นหนังของ Sandler เอง) ทำสำเร็จมาแล้ว แต่หนังกลับไปในทิศทางอื่นดังที่ผมบอกน่ะครับ ยอมรับเลยว่าเสียดายจริงๆ นะ อุตส่าห์ได้พล็อตตั้งต้นดีๆ แบบนี้แล้วเชียวกลายเป็นหนังวืดของ Sandler ครับ ลงทุน $10 ล้าน แต่ได้คืนมาประมาณ $1.2 ล้าน ดับสนิทเลยครับ แต่ตัวผู้กำกับอย่าง Tom McCarthy แม้เรื่องนี้จะดับ แต่เขาก็แก้มือได้อย่างสวยงามกับ Spotlight หนังยอดเยี่ยมออสการ์ปี 2015 (ส่วน Sandler จนถึงตอนนี้ยังคืนฟอร์มไม่ได้ครับ ที่จริงคือตนนี้พี่แกหันไปทำหนังลง Netflix แทน)

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

ปล. มีสปอยล์ครับ ไม่อยากทราบกรุณาอย่าอ่านครับ

ผมชอบหักมุมตอนท้ายนะ มันอึ้งดีครับ แต่น่าเสียดายที่ตัวหนังก่อนหน้ามันไม่ได้มีอะไรให้ประทับใจสักเท่าไร มันยังไม่ทำให้เรารู้สึกว่า “ครอบครัวซิมกินคือผู้พัทักษ์” แบบที่ตัวละครหนึ่งในตอนท้ายเอ่ยปากขึ้นมา

 

The post รีวิว The Cobbler (2014) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-cobbler-2014.html/feed 0
เปิดเบื้องหลังเทคนิคสร้างไดโนเสาร์แบบเก่าใน Jurassic World 2 http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%a3.html http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%a3.html#respond Mon, 20 Mar 2017 17:50:38 +0000 http://www.bktube.net/?p=12060 Jurassic World 2 เปิดเผยเบื้องหลังการสร้างไดโนเสาร์ด้วยเทคนิค Animatronic แม้อยู่ในยุค CG หากพูดถึงเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็กหรือฟอร์มใหญ่ในยุคนี้คงหนีไม่พ้นการใช้ CG หรือคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับหนังไดโนเสาร์ที่คุ้นเคยกันดีและกำลังจะกลับมาอีกครั้งอย่าง Jurassic World 2 กลับใช้เทคนิค Animatronic ที่ใช้คนเชิดเพื่อปลุกความน่ากลัวสมจริงให้กับไดโนเสาร์ในเรื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2017 ผู้กำกับ เจ.เอ. บาโยน่า (J.A. Bayona) ได้เปิดเผยภาพ 11 นักเชิดหุ่นไดโนเสาร์จากกองถ่าย Jurassic World 2 ซึ่งเทคนิค Animatronic จะเป็นการสร้างหุ่นยนต์จำลองขึ้นมา และเทคนิคนี้ถูกใช้ในหนังชุด Jurassic Park ในยุคการถ่ายทำด้วย CG ยังไม่พัฒนามากนัก อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้เคยใช้ในหนัง Jurassic World มาแล้วในฉากที่ไดโนเสาร์ อะแพโทซอรัส (Apatosarus) กำลังจะตาย อย่างไรก็ตามเทคนิค Animatronic กลับไม่สามารถใช้กับ อินโดไมนัส เร็กซ์ (I-Rex) ได้เพราะเป็นสายพันธุ์ที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว...

The post เปิดเบื้องหลังเทคนิคสร้างไดโนเสาร์แบบเก่าใน Jurassic World 2 appeared first on .

]]>
Jurassic World 2 เปิดเผยเบื้องหลังการสร้างไดโนเสาร์ด้วยเทคนิค Animatronic แม้อยู่ในยุค CG

หากพูดถึงเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็กหรือฟอร์มใหญ่ในยุคนี้คงหนีไม่พ้นการใช้ CG หรือคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับหนังไดโนเสาร์ที่คุ้นเคยกันดีและกำลังจะกลับมาอีกครั้งอย่าง Jurassic World 2 กลับใช้เทคนิค Animatronic ที่ใช้คนเชิดเพื่อปลุกความน่ากลัวสมจริงให้กับไดโนเสาร์ในเรื่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2017 ผู้กำกับ เจ.เอ. บาโยน่า (J.A. Bayona) ได้เปิดเผยภาพ 11 นักเชิดหุ่นไดโนเสาร์จากกองถ่าย Jurassic World 2 ซึ่งเทคนิค Animatronic จะเป็นการสร้างหุ่นยนต์จำลองขึ้นมา และเทคนิคนี้ถูกใช้ในหนังชุด Jurassic Park ในยุคการถ่ายทำด้วย CG ยังไม่พัฒนามากนัก อย่างไรก็ตามเทคนิคนี้เคยใช้ในหนัง Jurassic World มาแล้วในฉากที่ไดโนเสาร์ อะแพโทซอรัส (Apatosarus) กำลังจะตาย อย่างไรก็ตามเทคนิค Animatronic กลับไม่สามารถใช้กับ อินโดไมนัส เร็กซ์ (I-Rex) ได้เพราะเป็นสายพันธุ์ที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว

ทั้งนี้การถ่ายทำ Jurassic World 2 ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการอัพเดทความเคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลมีเดียของเหล่านักแสดงและทีมงาน ทำให้แฟนหนังได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำกันแบบใกล้ชิด

ทีมนักแสดงของ Jurassic World 2 ยังคงประกอบไปด้วย คริส แพรตต์ (Chris Pratt), ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด (Bryce Dallas Howard), บี.ดี. หว่อง (B.D. Wong), โทบี้ โจนส์ (Toby Jones) และอีกมากมาย โดยหนังมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 22 มิถุนายน 2018

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post เปิดเบื้องหลังเทคนิคสร้างไดโนเสาร์แบบเก่าใน Jurassic World 2 appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%a3.html/feed 0
เปิดโลกไซไฟใหม่ไปกับทีเซอร์ Valerian ผลงานล่าสุดจาก ลุค เบซง http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5.html http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5.html#respond Mon, 20 Mar 2017 17:03:15 +0000 http://www.bktube.net/?p=12056 พบกับทีเซอร์ตัวใหม่จากหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ Valerian and the City of a Thousand Planets ผลงานการกำกับของ ลุค เบซง ก่อนฉายจริง 21 กรกฎาคมนี้ หากพูดถึงหนังไซไฟน่าดูในปี 2017 แล้วล่ะก็ Valerian and the City of a Thousand Planets นับได้ว่าเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจและยกให้เป็นหนึ่งในหนังไซไฟห้ามพลาดประจำปี 2017 เพราะนอกจากจะเป็นหนังที่กำกับโดยผู้กำกับที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่ออย่าง ลุค เบซง (Luc Besson) แล้วยังดึงดาราดาวรุ่งอย่าง เดน ดีฮาน (Dane DeHaan) มาประกบคู่กับ คาร่า เดอเลวีญ (Cara Delevingne) ซึ่งล่าสุด ลุค เบซง ได้ปล่อยทีเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของหนังเรื่องนี้ให้แฟนหนังได้ชมผ่านทางทวิตเตอร์ Luc Besson ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง พร้อมกับสะกิดต่อมแฟนหนังไปในตัวก่อนจะปล่อยตัวอย่างใหม่ในวันที่ 29 มีนาคมที่จะถึงนี้ Valerian and...

The post เปิดโลกไซไฟใหม่ไปกับทีเซอร์ Valerian ผลงานล่าสุดจาก ลุค เบซง appeared first on .

]]>
พบกับทีเซอร์ตัวใหม่จากหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ Valerian and the City of a Thousand Planets ผลงานการกำกับของ ลุค เบซง ก่อนฉายจริง 21 กรกฎาคมนี้

หากพูดถึงหนังไซไฟน่าดูในปี 2017 แล้วล่ะก็ Valerian and the City of a Thousand Planets นับได้ว่าเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจและยกให้เป็นหนึ่งในหนังไซไฟห้ามพลาดประจำปี 2017 เพราะนอกจากจะเป็นหนังที่กำกับโดยผู้กำกับที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่ออย่าง ลุค เบซง (Luc Besson) แล้วยังดึงดาราดาวรุ่งอย่าง เดน ดีฮาน (Dane DeHaan) มาประกบคู่กับ คาร่า เดอเลวีญ (Cara Delevingne) ซึ่งล่าสุด ลุค เบซง ได้ปล่อยทีเซอร์ตัวใหม่ล่าสุดของหนังเรื่องนี้ให้แฟนหนังได้ชมผ่านทางทวิตเตอร์ Luc Besson ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง พร้อมกับสะกิดต่อมแฟนหนังไปในตัวก่อนจะปล่อยตัวอย่างใหม่ในวันที่ 29 มีนาคมที่จะถึงนี้

Valerian and the City of a Thousand Planets เป็นเรื่องราวของสองนักบินอวกาศ วาเลเรียน และ ลอเรลีน กับภารกิจสำรวจดาวเคราะห์นามว่า แซร์ท ดาวศูนย์กลางของระบบโลกกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งพวกเขาจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าแซร์ทเป็นอันตรายต่อโลกหรือไม่ และสิ่งที่ค้นพบกลับเป็นจักรวรรดิอันเสื่อมโทรม เหล่าประชาชนที่ต้องการปฏิวัติ และเหล่าปัญญาชนผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังฐานที่มั่นของตนเอง

นอกจากนักแสดงนำทั้งสองคนแล้วยังมีเหล่านักแสดงสมทบ อาทิ ไคลฟ์ โอเวน (Clive Owen), อีธาน ฮอว์ก (Ethan Hawke), เฮอร์บี แฮนค็อก (Herbie Hancock) รวมถึง ริฮานน่า (Rihanna) และอีกมากมายร่วมกันค้นหาความจริงใน Valerian and the City of a Thousand Planets 21 กรกฎาคม 2017 นี้แน่นอน

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post เปิดโลกไซไฟใหม่ไปกับทีเซอร์ Valerian ผลงานล่าสุดจาก ลุค เบซง appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%b5.html/feed 0
รีวิว Kong: Skull Island (2017) คอง มหาภัยเกาะกะโหลก http://www.bktube.net/kong-skull-island-2017-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%81.html http://www.bktube.net/kong-skull-island-2017-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%81.html#respond Mon, 20 Mar 2017 03:00:50 +0000 http://www.bktube.net/?p=12026 ตอนนี้ทางค่าย Warner ก็กำลังเตรียมสร้างบทและสร้างเรื่องเพื่อสร้างจักรวาลหนังสัตว์ประหลาดของตัวเองขึ้นมา ว่าง่ายๆ คือเตรียมเอาคองตัวนี้ไปเจอกับพี่ก็อตซิลล่านั่นเอง ตัวหนังนั้นผมถือว่าเวิร์กครับ ดูเพลินทีเดียว คือมันอาจไม่ได้สุดยอดแบบเต็มขั้นนะ ถ้าหากเทียบกันในหนังตระกูล King Kong แล้วผมยังชอบเวอร์ชั่นของ Peter Jackson มากกว่าอยู่ (ชอบในความพิถีพิถัน งานภาพ และอีกหลายๆ อย่าง) สำหรับ Kong นี่ก็ถือว่าทำออกมาได้สนุกน่าติดตามครับ โดยรวมแล้วผมโอกับเรื่องนี้มากกว่า Godzilla (2014) ส่วนหนึ่งคงเพราะโทนเรื่องมันจัดเต็มในส่วนของการผจญภัยครับ อาจมีการปูพื้นบ้างในตอนต้น แต่พอเหล่าตัวเอกเดินทางเข้าไปในเกาะนั้นแล้ว แอ็กชันและการผจญภัยก็ถูกเสิร์ฟเรื่อยๆ ทำให้มีอะไรให้เพลินได้ตลอด ในขณะที่ Godzilla เวอร์ชั่นนั้นอาจมีอารมณ์เนือยนิดๆ เมื่อหนังเล่าเรื่องของตัวละครหลัก และว่าตามจริงในแง่อารมณ์ผจญภัยแล้วเรื่องนั้นยังไม่ถือว่ามากเท่าไร ส่วน Kong นี่ตัวละครไปบุกป่าน่ะครับ จะไม่ผจญภัยก็ไม่ได้เพราะตัวอะไรต่อมิอะไรมันล้อมหน้าล้อมหลัง ความสนุกมันเลยมาเยอะกว่า ระหว่างดูนั้นผมรู้สึกอารมณ์หนังมันชวนให้นึกถึง The Lost World: Jurassic Park หรือ Jurassic Pak III เพราะมันดูจะเน้นที่ “มนุษย์” มากกว่าจะเน้นที่เหล่าสัตว์ยักษ์ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว ตัวละครมนุษย์ก็มาแนวคล้ายๆ...

The post รีวิว Kong: Skull Island (2017) คอง มหาภัยเกาะกะโหลก appeared first on .

]]>

ตอนนี้ทางค่าย Warner ก็กำลังเตรียมสร้างบทและสร้างเรื่องเพื่อสร้างจักรวาลหนังสัตว์ประหลาดของตัวเองขึ้นมา ว่าง่ายๆ คือเตรียมเอาคองตัวนี้ไปเจอกับพี่ก็อตซิลล่านั่นเอง

ตัวหนังนั้นผมถือว่าเวิร์กครับ ดูเพลินทีเดียว คือมันอาจไม่ได้สุดยอดแบบเต็มขั้นนะ ถ้าหากเทียบกันในหนังตระกูล King Kong แล้วผมยังชอบเวอร์ชั่นของ Peter Jackson มากกว่าอยู่ (ชอบในความพิถีพิถัน งานภาพ และอีกหลายๆ อย่าง)

สำหรับ Kong นี่ก็ถือว่าทำออกมาได้สนุกน่าติดตามครับ โดยรวมแล้วผมโอกับเรื่องนี้มากกว่า Godzilla (2014) ส่วนหนึ่งคงเพราะโทนเรื่องมันจัดเต็มในส่วนของการผจญภัยครับ อาจมีการปูพื้นบ้างในตอนต้น แต่พอเหล่าตัวเอกเดินทางเข้าไปในเกาะนั้นแล้ว แอ็กชันและการผจญภัยก็ถูกเสิร์ฟเรื่อยๆ ทำให้มีอะไรให้เพลินได้ตลอด

ในขณะที่ Godzilla เวอร์ชั่นนั้นอาจมีอารมณ์เนือยนิดๆ เมื่อหนังเล่าเรื่องของตัวละครหลัก และว่าตามจริงในแง่อารมณ์ผจญภัยแล้วเรื่องนั้นยังไม่ถือว่ามากเท่าไร ส่วน Kong นี่ตัวละครไปบุกป่าน่ะครับ จะไม่ผจญภัยก็ไม่ได้เพราะตัวอะไรต่อมิอะไรมันล้อมหน้าล้อมหลัง ความสนุกมันเลยมาเยอะกว่า


ระหว่างดูนั้นผมรู้สึกอารมณ์หนังมันชวนให้นึกถึง The Lost World: Jurassic Park หรือ Jurassic Pak III เพราะมันดูจะเน้นที่ “มนุษย์” มากกว่าจะเน้นที่เหล่าสัตว์ยักษ์ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว ตัวละครมนุษย์ก็มาแนวคล้ายๆ กับ Godzilla คือดาราเล่นกันได้ดี แต่มิติหรือความลึกจะยังไม่เยอะ

เลยทำให้ช่วงไหนพอหนังมาโฟกัสที่ตัวละคร มันก็อาจจะให้อารมณ์เรื่อยๆ อยู่บ้าง ซึ่งจะต่างจาก King Kong ของ Peter Jackson ที่สามารถทำให้เหล่าตัวละครและสัตว์ยักษ์ดูกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน บางฉากนี่ยังกับคนและสัตว์กำลัง “เชือดเฉือนฝีมือในเชิงการแสดงต่อกัน” ยังไงยังงั้น แต่ของแบบนี้ก็คงต้องแล้วแต่คนชอบครับ

แต่โดยรวมๆ แล้วผมก็สนุกกับหนังครับ อย่างน้อยดาราก็เล่นกันได้เวิร์ก Tom Hiddleston สลัดคราบโลกิมาเป็น เจมส์ คอนราด ทหารรับจ้างที่นำทีมไปผจญภัยยังเกาะกะโหลกแห่งนี้ เขาอาจไม่ใช่พระเอกล่ำบึ้กแบบ Arnold แต่ก็ดูน่าเชื่อครับว่าเขาคือคนที่ทีมสามารถฝากผีฝากไข้ได้

Samuel L. Jackson ก็เจ๋งเหมือนเดิมครับ บทพี่แกถือว่ามีอะไรให้เล่นเยอะกว่าคนอื่น และเป็นบทที่ทำให้เรื่องราวมันเข้มขึ้นด้วย (แต่ถ้าบางคนจะรำคาญการตัดสินใจบางอย่างของพี่แก อันนี้ก็ไม่แปลกครับ 555)


Brie Larson จริงๆ คือนางเอกครับ ซึ่งเธอก็เล่นได้ดีเท่าที่บทจะอำนวย เพียงแต่พื้นที่สำหรับตัวละครของเธอในหนังอาจไม่มากเท่าไร แต่เธอก็ทำเต็มที่แล้วล่ะครับ เช่นเดียวกับ John C. Reilly และ John Goodman ที่ขึ้นจอทีไรก็ทำให้เราจับตาได้เสมอ

ต้องบอกว่าผมสนุกกับหนังมากกว่าที่คาดไว้นะ อาจเพราะพอดู Godzilla แล้วความคาดหวังมันก็ลดลง คือจริงๆ ผมว่า Godzilla ก็ทำได้ดีในแบบของมันล่ะครับ เพียงแต่ตอนแรกผมอาจคาดหวังความสดใหม่หรืออะไรบางอย่างที่จะทำให้เราร้อง “ว้าว” แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรใหม่แบบนั้นให้

มันคือหนังสัตว์ประหลาดเดิมๆ ที่มาพร้อมสูตรเดิมๆ น่ะครับ แต่ได้รับการปรุงอย่างดีขึ้น ทุนสูงขึ้น คนทำมีความตั้งใจและเข้าใจธรรมชาติของมันมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้แม้จะไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็ทำออกมาได้ดี ไม่ทำให้คอหนังแนวนี้รู้สึกผิดหวัง (ยกเว้นหวังมากๆ ว่ามันต้องพีคหรือหวังความใหม่ ก็อาจรู้สึกได้ว่ามันยังไม่ใช่ครับ)

ถือเป็นหนังแอ็กชันผจญภัยที่ดูแล้วสนุกดีครับ ฉากผจญภัยหรือแอ็กชันก็ทำออกมาได้ตื่นเต้นชวนลุ้น (แต่อาจยังไม่ถึงขั้นลืมหายใจ) งานภาพและ CG ก็ไว้ใจได้ ดนตรีของ Henry Jackman ก็เข้ากับสไตล์ของหนังอย่างยิ่ง ซึ่ง Jackman นี่หลังๆ งานชุกนะครับ เขาคือคอมโพเซอร์ของหนังอย่าง Kick-Ass, X-Men: First Class, Captain America 2 ภาคล่าสุด และ Kingsman: The Secret Service ซึ่งกับเรื่องนี้เขาก็ทำได้ดีอีกเช่นเคย

สรุปว่าถ้าชอบแนวนี้ก็จัดไปเลยครับ

คะแนนความชอบ 7/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Kong: Skull Island (2017) คอง มหาภัยเกาะกะโหลก appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/kong-skull-island-2017-%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%81.html/feed 0
รีวิวซีรีส์ Agents of S.H.I.E.L.D. ปี 3 (2015 – 2016) http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-agents-s-h-e-l-d-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-3-2015-2016.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-agents-s-h-e-l-d-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-3-2015-2016.html#respond Sun, 19 Mar 2017 03:00:05 +0000 http://www.bktube.net/?p=11744 ส่วนใหญ่ปี 3 ของซีรี่ส์แนวแอ็กชันนี้มักมาทางเดียวกันครับ คือจะพยายามแหวกจาก 2 ปีแรกเท่าที่จะทำได้ ตามด้วยการสรรหาตัวร้ายที่ต้องใหญ่กว่าเดิมมาเป็นบอสใหญ่ให้เหล่าตัวเอกรับมือกัน และ AoS ก็เป็นไปตามนั้นครับ หนนี้เราจะได้เจอพวกเหนือมนุษย์ที่มีพลังมากกว่าเก่า เหตุการณ์ก็เต็มไปด้วยความพลิกผันมากกว่าเดิม ความสนุกนี่ถือว่ามาเรื่อยๆ ครับ แต่ระหว่างดูก็ยอมรับนะว่าในใจผมยังชอบปี 2 มากกว่าอยู่หน่อยๆ อย่างเนื้อเรื่องในปี 2 ที่ถือว่าคลักเคล้ากันได้อย่างพอเหมาะระหว่างแอ็กชันที่มีโมเมนต์ลุ้นๆ ชวนให้จดจำหลายอัน (อย่างฉากสกายลุยแบบยาวๆ ก็ยังจำได้มาถึงตอนนี้) และรสชาติของดราม่าที่หลายซีนก็ทำเอากินใจแบบคาดไม่ถึง (โดยเฉพาะเรื่องพ่อของสกาย) ส่วนปีนี้ก็เหมือนต่อยอดจากปีก่อนครับ หลังจากทิ้งปมไว้ให้เราลุ้นว่า เจ็มม่า (Elizabeth Henstridge) จะเป็นอย่างไรต่อ แล้วก็สานต่อเรื่องของพวกเหนือมนุษย์ ไหนจะศึกกับพวกไฮดร้าที่ไม่ยอมจบลงง่ายๆ แล้วก็ยังมีหอกข้างแคร่ของพวกชิลด์อย่าง แกรนท์ วอร์ด (Brett Dalton) อีก ในแง่ของปมนั้นถือว่าน่าพอใจครับ เพราะมาเต็มทีเดียว การเดินเรื่องจริงๆ ก็ไม่ต่างจากปี 2 ครับ ยังคงสนุกและน่าติดตาม เพียงแต่ปี 2 มันมีความสดในหลายๆ อย่าง ส่วนปี 3 นี่หลายๆ องค์ประกอบก็มาทางเดียวกับปี 2...

The post รีวิวซีรีส์ Agents of S.H.I.E.L.D. ปี 3 (2015 – 2016) appeared first on .

]]>

ส่วนใหญ่ปี 3 ของซีรี่ส์แนวแอ็กชันนี้มักมาทางเดียวกันครับ คือจะพยายามแหวกจาก 2 ปีแรกเท่าที่จะทำได้ ตามด้วยการสรรหาตัวร้ายที่ต้องใหญ่กว่าเดิมมาเป็นบอสใหญ่ให้เหล่าตัวเอกรับมือกัน

และ AoS ก็เป็นไปตามนั้นครับ หนนี้เราจะได้เจอพวกเหนือมนุษย์ที่มีพลังมากกว่าเก่า เหตุการณ์ก็เต็มไปด้วยความพลิกผันมากกว่าเดิม ความสนุกนี่ถือว่ามาเรื่อยๆ ครับ แต่ระหว่างดูก็ยอมรับนะว่าในใจผมยังชอบปี 2 มากกว่าอยู่หน่อยๆ

อย่างเนื้อเรื่องในปี 2 ที่ถือว่าคลักเคล้ากันได้อย่างพอเหมาะระหว่างแอ็กชันที่มีโมเมนต์ลุ้นๆ ชวนให้จดจำหลายอัน (อย่างฉากสกายลุยแบบยาวๆ ก็ยังจำได้มาถึงตอนนี้) และรสชาติของดราม่าที่หลายซีนก็ทำเอากินใจแบบคาดไม่ถึง (โดยเฉพาะเรื่องพ่อของสกาย)

ส่วนปีนี้ก็เหมือนต่อยอดจากปีก่อนครับ หลังจากทิ้งปมไว้ให้เราลุ้นว่า เจ็มม่า (Elizabeth Henstridge) จะเป็นอย่างไรต่อ แล้วก็สานต่อเรื่องของพวกเหนือมนุษย์ ไหนจะศึกกับพวกไฮดร้าที่ไม่ยอมจบลงง่ายๆ แล้วก็ยังมีหอกข้างแคร่ของพวกชิลด์อย่าง แกรนท์ วอร์ด (Brett Dalton) อีก ในแง่ของปมนั้นถือว่าน่าพอใจครับ เพราะมาเต็มทีเดียว


การเดินเรื่องจริงๆ ก็ไม่ต่างจากปี 2 ครับ ยังคงสนุกและน่าติดตาม เพียงแต่ปี 2 มันมีความสดในหลายๆ อย่าง ส่วนปี 3 นี่หลายๆ องค์ประกอบก็มาทางเดียวกับปี 2 เลยทำให้ความสดอาจไม่เยอะ และในแง่ของแอ็กชันที่จริงๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย แต่อาจยังไม่ถึงขั้นเยอะเท่าปี 2 ที่ผมว่ามาเต็มกว่า

ส่วนปมเชิงดราม่าก็มีแทรกมาเป็นพักๆ ครับ แต่ถ้าพูดถึงความเข้มแล้วเมื่อปี 2 ปมจะเข้มกว่า และตอนดูๆ ไปนี่รู้สึกว่าบทของ ฟิล โคลสัน (Clark Gregg) ดูจะเด่นน้อยลง แม้หลายปมจะเกี่ยวกับเขาก็ตาม แต่ไปๆ มาๆ คนอื่นๆ ในทีมดูจะเด่นกว่ากันเยอะครับ

ปีนี้ดีใจที่ได้เห็นเรื่องราวความคืบหน้าของคู่เจ็มม่าและ ลีโอ (Iain De Caestecker) คู่นี้ก็ทำเอาเราลุ้นและตามมาตั้งแต่ปีแรกน่ะครับว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็มีปมและเรื่องน่ารักๆ ของคู่นี้เป็นชูรสให้กับเรื่องราวได้ดีพอสมควร

สกาย (Chloe Bennet) ก็ยังเด่นเหมือนเดิมครับ แต่ เมย์ (Ming-Na Wen) ดูจะมีบทน้อยลงเหมือนกัน พอมานั่งคิดๆ แล้วก็รู้สึกว่าหนังจะเทพื้นที่ให้กับพวกเหนือมนุษย์ค่อนข้างมากครับ เลยไม่แปลกหากคนธรรมดาหลายคนจะถูกลดปริมาณบนจอลง อย่างลินคอล์น (Luke Mitchell) นี่ผมว่ายังเห็นหน้าบ่อยกว่าเมย์อีกน่ะครับ


ผมยังคงชอบการผูกเรื่องในซีรี่ส์เข้ากับ Universe ของหนังใหญ่ หลายตัวละครจากหนังใหญ่มาโผล่ในเรื่อง และเป็นการโผล่ที่มีความหมายทีเดียว บางคนนี่ก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีบทบาทแบบที่เราเห็นในซีรี่ส์ปีนี้ (เชื่อว่าคนที่ดูแล้วน่าจะรู้ว่าผมพูดถึงใคร)

อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือพอเรื่องเดินไปถึงตอนจบของปี หลายอย่างก็ได้รับการสรุปลงด้วยครับ เหมือนเป็นการประกาศเลยว่าปีต่อใหม่จะมีอะไรใหม่ๆ เริ่มต้นขึ้น ทิศทางบางอย่างก็คงถูกปรับเปลี่ยน ซึ่งปีหน้าเราก็จะได้เห็นฮีโร่ที่หลายๆ คนชอบมาโผล่ในจอนี้ด้วย

เอาเป็นว่าปีนี้ยังคงดูสนุกเพลินอยู่ครับ แต่เดี๋ยวผมคงจะพูดแบบสปอยล์สักหน่อย ใครไม่อยากรู้อย่าอ่านต่อนะครับ

++++++++++++++++++
++สปอยล์นะครับ++++++
++++++++++++++++++


ผมชอบบทสรุปของแลนซ์ (Nick Blood) และบ็อบบี้ (Adrianne Palicki) ครับ ฉากอำลาของพวกเขาทำได้กินใจดี เป็นหนึ่งในซีนแห่งความทรงจำอีกซีนของปีนี้ แต่ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่าทำไมถึงตัดพวกเขาออก แต่พอดูไปก็พอเข้าใจครับว่าเรื่องหลังจากนี้มันจะเน้นพวกเหนือมนุษย์มากขึ้น เลยทำให้บทของคนธรรมดาถูกลดทอนลงไป

อันที่จริงนี่บ็อบบี้เก่งกว่าพวกเหนือมนุษย์บางคนอีกนะ แต่หากจะให้ตัวละครนี้อยู่ต่อมันก็คงลดทอนความเด่นของพวกเหนือมนุษย์ลงน่ะครับ ดังนั้นการให้พวกเขาเดินออกไปก็เป็นอะไรที่เหมาะกับทิศทางของเรื่องแล้ว

และอีกสิ่งที่ชอบคือตอนจบครับ บอสปีนี้ไม่ได้มีการต่อยตีแบบจัดเต็ม แต่เป็นการปิดบัญชีบอสแบบนิ่มๆ ซึ่งผมว่าก็เหมาะนะ เพราะมันทำให้เราเห็นว่าบอสตนนี้ไม่ใช่พวกบ้าคลั่งครองโลก แต่เป็นคนที่มีอุดมการณ์และจุดยืนจริงๆ เพียงแต่เป็นอุดมการณ์ที่ไม่ดีต่อโลกมนุษย์เท่านั้นแหละ ก็เลยต้องโดนกำจัดไป

 

คะแนนความชอบ 8/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิวซีรีส์ Agents of S.H.I.E.L.D. ปี 3 (2015 – 2016) appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c-agents-s-h-e-l-d-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-3-2015-2016.html/feed 0
รีวิว Fallen (2016) เทวทัณฑ์ http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-fallen-2016-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c.html http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-fallen-2016-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c.html#respond Sat, 18 Mar 2017 03:00:50 +0000 http://www.bktube.net/?p=11986 Addison Timlin เป็นดาราที่ผมแอบเอาใจช่วยเรื่อยมาครับ เธอเล่นเป็นนางเอกในเรื่อง Odd Thomas ได้แบบน่ารักและน่าจดจำมากๆ แต่หนังก็ไม่ดัง (อันที่จริงแล้ว ในอเมริกาไม่ได้เข้าโรงในวงกว้างด้วยซ้ำ) กับเรื่องนี้ก็ดัดแปลงจากนิยายดังอีกเรื่องครับ เธอรับบทลูซินดา ไพรซ์ (Timlin) สาวน้อยที่โดนหาว่าทำให้เพื่อนคนหนึ่งตาย เธอเลยถูกส่งไปอบรมในโรงเรียนแห่งใหม่อันเป็นจุดเริ่มของการค้นพบความลับเกี่ยวกับตัวเธอเองและโลกแห่งเทวทูต หนังก็มาในสไตล์ Twilight, The Mortal Instruments, Beautiful Creatures แล้วก็ Vampire Academy น่ะครับ ตัวเอกคือสาวน้อยที่ชะตากรรมต้องไปข้องเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ได้เจอพระเอกหล่อๆ ได้พบกับการผจญภัย แล้วก็จบแบบทิ้งท้ายแบบ “โปรดติดตามตอนต่อไป” ว่าแบบตรงๆ คือใครชอบแนวนี้ก็ลองดูได้เลยครับ หนังก็ถือว่าทำออกมาได้เพลินๆ เพียงแต่ช่วงแรกมันออกจะเอื่อยไปหน่อย เดินเรื่องชมนกชมไม้มากไปนิด พอมาถึงตอนกลางๆ ก็โอเคขึ้น มีปมมีอะไรให้เราติดตามบ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่ปมเหล่านั้นยังไม่ได้รับการขยี้ให้น่าสนใจแบบเต็มๆ จริงๆ เรื่องนี้ก็เหมือนหนังแนวนี้อีกหลายๆ เรื่องครับ โจทย์ใหญ่เลยคือต้องดึงผู้ชมเข้าสู่โลกของเรื่องราวให้ได้ เหมือน Harry Potter ดึงเราสู่โลกเวทย์มนต์หรือ Twilight ที่แนะนำเราให้รู้จักกับโลกแวมไพร์ ลองว่าทำได้ล่ะก็ อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น ความสนุกก็จะไหลมามากขึ้น...

The post รีวิว Fallen (2016) เทวทัณฑ์ appeared first on .

]]>

Addison Timlin เป็นดาราที่ผมแอบเอาใจช่วยเรื่อยมาครับ เธอเล่นเป็นนางเอกในเรื่อง Odd Thomas ได้แบบน่ารักและน่าจดจำมากๆ แต่หนังก็ไม่ดัง (อันที่จริงแล้ว ในอเมริกาไม่ได้เข้าโรงในวงกว้างด้วยซ้ำ)

กับเรื่องนี้ก็ดัดแปลงจากนิยายดังอีกเรื่องครับ เธอรับบทลูซินดา ไพรซ์ (Timlin) สาวน้อยที่โดนหาว่าทำให้เพื่อนคนหนึ่งตาย เธอเลยถูกส่งไปอบรมในโรงเรียนแห่งใหม่อันเป็นจุดเริ่มของการค้นพบความลับเกี่ยวกับตัวเธอเองและโลกแห่งเทวทูต

หนังก็มาในสไตล์ Twilight, The Mortal Instruments, Beautiful Creatures แล้วก็ Vampire Academy น่ะครับ ตัวเอกคือสาวน้อยที่ชะตากรรมต้องไปข้องเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ ได้เจอพระเอกหล่อๆ ได้พบกับการผจญภัย แล้วก็จบแบบทิ้งท้ายแบบ “โปรดติดตามตอนต่อไป”

ว่าแบบตรงๆ คือใครชอบแนวนี้ก็ลองดูได้เลยครับ หนังก็ถือว่าทำออกมาได้เพลินๆ เพียงแต่ช่วงแรกมันออกจะเอื่อยไปหน่อย เดินเรื่องชมนกชมไม้มากไปนิด พอมาถึงตอนกลางๆ ก็โอเคขึ้น มีปมมีอะไรให้เราติดตามบ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่ปมเหล่านั้นยังไม่ได้รับการขยี้ให้น่าสนใจแบบเต็มๆ


จริงๆ เรื่องนี้ก็เหมือนหนังแนวนี้อีกหลายๆ เรื่องครับ โจทย์ใหญ่เลยคือต้องดึงผู้ชมเข้าสู่โลกของเรื่องราวให้ได้ เหมือน Harry Potter ดึงเราสู่โลกเวทย์มนต์หรือ Twilight ที่แนะนำเราให้รู้จักกับโลกแวมไพร์ ลองว่าทำได้ล่ะก็ อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น ความสนุกก็จะไหลมามากขึ้น

แต่กับเรื่องนี้หนังยังทำได้ไม่ถึงครับ คือมันก็มีการแนะนำตำนานเทวดา ตำนานเทวทูต หรือสงครามที่ยังไม่จบให้เรารู้ แต่มันไม่ทำให้เรารู้สึกอินหรือรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ (ทั้งที่จริงๆ เรื่องมันไม่ใช่เล็กๆ เลย) รวมถึงปมต่างๆ ที่ถูกนำเสนอก็ออกแนวเรื่อยๆ ไม่มีชั้นเชิงที่ทำให้เราสนุกไปกับมันเท่าที่ควร

จริงๆ หนังมีปมน่าสนใจที่น่าเล่นอีกเยอะครับ อย่างเรื่องเทวทูตทั้งหลาย เรื่องสงคราม เรื่องตัวลูซินดาที่หนังสามารถค่อยๆ เปิดปมทีละน้อยก็ได้ ไหนๆ ตอนต้นมันก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ถ้าหนังเพิ่มปมที่น่าสนใจใส่ลงไปตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วก็ค่อยๆ ใส่องค์ประกอบต่างๆ ที่ดึงเราสู่โลกแห่งเทวทูต มันคงโอเคกว่านี้น่ะครับ

และที่ออกจะอึ้งคือตอนจบครับ จบไวมาก จู่ๆ จบเลยเหมือนซีรี่ส์ที่จบแบบ Cliffhanger รอให้เราดูตอนต่อไป ซึ่งหากใครดูแล้วอินหรือเคยอ่านนิยายจนพอรู้อะไรๆ บ้างแล้ว การดูตอนจบแบบนี้ก็อาจรู้สึกแบบหนึ่ง แต่กับคนที่ยังไม่อิน หรือยังไม่เข้าถึงโลกในหนังแล้ว มันเป็นการจบที่ชวนเหวอน่ะครับ ประมาณว่าจะไม่แลนดิ้งทิ้งช่วงให้เราทำความเข้าใจอะไรเลยหรือนี่ (555)


จริงๆ ดาราโอเคครับ Timlin น่ารักเหมือนเคย เธอดูมีเสน่ห์แบบน่าทะนุถนอม เพียงแต่ความเด่นในคาแรคเตอร์อาจยังไม่เยอะ ส่วน Jeremy Irvine ในบทแดเนียลกับ Harrison Gilbertson ในบทแคม ก็เล่นได้ไม่เลวเช่นกัน เพียงแต่ก็เหมือนตัวหนังน่ะครับ พวกเขายังดูไม่เด่นแบบเต็มที่

ดารารุ่นใหญ่อย่าง Joely Richardson มารับบทมิสซิสโซเฟีย ซึ่งเธอก็เล่นได้ดีตามมาตรฐานล่ะครับ และอีกคนที่ผมจำได้มากหน่อยก็คือ Lola Kirke ในบท เพนน์ เพื่อนของนางเอก รายนี้ด้วยคาแรคเตอร์ด้วยอะไรๆ แล้วผมว่าเธอน่าจดจำสุด ไม่มากไม่น้อยเกินไป กำลังดีครับ

ผมเสียดายนะ จริงๆ ผมเสียดายเสมอยามดูหนังที่ดัดแปลงจากนิยายที่มีหลายเล่มแล้วทำออกมาได้เพียงระดับกลางๆ ทั้งที่จริงๆ เนื้อในของแต่ละเรื่องมันมีประเด็น มันมีมิติและเรื่องราวในโลกของมันให้บอกเล่าอีกเยอะแยะ แต่หนังส่วนใหญ่จะไม่สามารถสกัดเอาของดีมาเล่าบนจอได้แบบเต็มที่

ถ้าหนังมีตอนต่อมาก็พร้อมดูครับ เพราะอย่างที่บอกว่าจริงๆ หลายประเด็นมันน่าสนนะ เรื่องเทวทูต เรื่องความลับต่างๆ ไหนจะเรื่องฝักฝ่ายข้างพรรคอีก แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า Scott Hicks ดูไม่เหมาะกับบทตำแหน่งกำกับเรื่องนี้สักเท่าไร เพราะจริงๆ แกทำหนังดราม่าได้ดีครับ แต่นี่คือหนังแฟนตาซีที่ต้องใช้วิสัยทัศน์ในเชิงจินตนาการมากๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาเรื่อยๆ เป็นแฟนตาซีที่ดูมีอะไร แต่ก็ยังไม่เต็มที่เท่าที่ควรกับ “อะไร” ที่ว่านั่น

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

The post รีวิว Fallen (2016) เทวทัณฑ์ appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-fallen-2016-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c.html/feed 0
เมกะทรอนกลับมาแล้วในตัวอย่างล่าสุดจาก Transformers : The Last Knight http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1.html http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1.html#respond Fri, 17 Mar 2017 16:57:27 +0000 http://www.bktube.net/?p=12051 เตรียมต้อนรับการกลับสู่สมรภูมิอีกครั้งของ เมกะทรอน ในตัวอย่างล่าสุดจาก Transformers : The Last Knight ก่อนฉายจริง 22 มิถุนายนนี้ ใกล้ถึงเวลาระเบิดความมันส์กันอีกครั้งแล้วกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Transformers ซึ่งเดินทางไกลมาถึงภาค 5 ในชื่อว่า The Last Knight กันแล้ว หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างมาให้ดูกันหลายเวอร์ชั่นดูเหมือนว่าตัวอย่างล่าสุดจะมีทีเด็ดโดยการโฟกัสไปที่ อิซาเบลล์ รับบทโดย อิซาเบล่า โมเนอร์ (Isabela Moner) ที่ใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าหุ่นยนต์หลังจากโลกล่มสลายไปแล้ว นอกจากนี้หุ่นยนต์ที่แฟนหนังคุ้นเคยอย่าง เมกะทรอน ก็ปรากฏตัวในหนังภาคนี้ด้วย Transformers : The Last Knight จะเป็นการเดินเรื่องของเหล่ามนุษย์และหุ่นยนต์ที่ตกอยู่ในภาวะสงคราม ขณะที่ออพติมัสไพร์มก็ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ ซึ่ง เคด เยเกอร์ม บัมเบิ้ลบี, ท่านลอร์ดชาวอังกฤษ และศาตราจารย์แห่งออฟซฟอร์ด ต้องรับหน้าที่ในการปกป้องโลก ความมันส์ในครั้งนี้ได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง ไมเคิล เบย์ (Michael Bay) มานั่งแท่น พร้อมกับทีมนักแสดงอย่างมาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg),...

The post เมกะทรอนกลับมาแล้วในตัวอย่างล่าสุดจาก Transformers : The Last Knight appeared first on .

]]>
เตรียมต้อนรับการกลับสู่สมรภูมิอีกครั้งของ เมกะทรอน ในตัวอย่างล่าสุดจาก Transformers : The Last Knight ก่อนฉายจริง 22 มิถุนายนนี้

ใกล้ถึงเวลาระเบิดความมันส์กันอีกครั้งแล้วกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Transformers ซึ่งเดินทางไกลมาถึงภาค 5 ในชื่อว่า The Last Knight กันแล้ว หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างมาให้ดูกันหลายเวอร์ชั่นดูเหมือนว่าตัวอย่างล่าสุดจะมีทีเด็ดโดยการโฟกัสไปที่ อิซาเบลล์ รับบทโดย อิซาเบล่า โมเนอร์ (Isabela Moner) ที่ใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าหุ่นยนต์หลังจากโลกล่มสลายไปแล้ว นอกจากนี้หุ่นยนต์ที่แฟนหนังคุ้นเคยอย่าง เมกะทรอน ก็ปรากฏตัวในหนังภาคนี้ด้วย

Transformers : The Last Knight จะเป็นการเดินเรื่องของเหล่ามนุษย์และหุ่นยนต์ที่ตกอยู่ในภาวะสงคราม ขณะที่ออพติมัสไพร์มก็ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้ ซึ่ง เคด เยเกอร์ม บัมเบิ้ลบี, ท่านลอร์ดชาวอังกฤษ และศาตราจารย์แห่งออฟซฟอร์ด ต้องรับหน้าที่ในการปกป้องโลก

ความมันส์ในครั้งนี้ได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง ไมเคิล เบย์ (Michael Bay) มานั่งแท่น พร้อมกับทีมนักแสดงอย่างมาร์ค วอห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg), จอช ดูฮาเมล (Josh Duhamel), ไทรีส กิ๊บสัน (Tyrese Gibson), ลอร่า แฮดด็อค (Laura Haddock) และอีกมากมายที่จะมาร่วมกันระเบิดความมันส์ใน Transformer : The Last Knight พร้อมฉายในเมืองไทย 22 มิถุนายน 2017 แน่นอน

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post เมกะทรอนกลับมาแล้วในตัวอย่างล่าสุดจาก Transformers : The Last Knight appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b1.html/feed 0
ตัวร้าย Venom จาก Spider Man เตรียมเข้าฉายภาคแยก ต.ค. 2018 http://www.bktube.net/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-venom-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-spider-man-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2.html http://www.bktube.net/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-venom-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-spider-man-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2.html#respond Fri, 17 Mar 2017 04:54:59 +0000 http://www.bktube.net/?p=12047 สุดยอดวายร้าย Venom จากหนังซุปเปอร์ฮีโร่ Spider Man ได้คิวฉายหนังภาคแยกของตัวเองในวันที่ 5 ตุลาคม 2018 ประเดิมในสหรัฐอเมริกา นับว่าเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ทางค่าย Sony Picture ได้ประกาศสร้างหนังภาคแยกของวายร้ายอย่าง Venom ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เคยปล่อยให้มีข่าวใดหลุดเล็ดลอดออกมาจนทำให้แฟนหนังแทบจะถอดใจกันไปหมด คิดว่าจะไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้เสียแล้ว แต่ล่าสุดก็มีข่าวดีมาแล้วว่า Sony Picture เองได้วางกำหนดเข้าฉายให้กับ Venom ไว้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2018 และยืนยันด้วยว่าเนื้อเรื่องของหนังจะไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ Spider Man : Homecoming รวมถึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลหนัง Marvel Cinematic Universe อีกด้วย การประกาศคิวฉายของหนังภาคแยก Venom ในครั้งนี้ส่งผลให้ The Girl in the Spider’s Web ของค่ายเดียวกันต้องเลื่อนฉายออกไปจากเดิมวันที่ 5 ตุลาคม 2018 เป็นวันที่ 19 ตุลาคมในปีเดียวกัน ขณะที่ทางฝั่ง...

The post ตัวร้าย Venom จาก Spider Man เตรียมเข้าฉายภาคแยก ต.ค. 2018 appeared first on .

]]>
สุดยอดวายร้าย Venom จากหนังซุปเปอร์ฮีโร่ Spider Man ได้คิวฉายหนังภาคแยกของตัวเองในวันที่ 5 ตุลาคม 2018 ประเดิมในสหรัฐอเมริกา

นับว่าเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ทางค่าย Sony Picture ได้ประกาศสร้างหนังภาคแยกของวายร้ายอย่าง Venom ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่เคยปล่อยให้มีข่าวใดหลุดเล็ดลอดออกมาจนทำให้แฟนหนังแทบจะถอดใจกันไปหมด คิดว่าจะไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้เสียแล้ว แต่ล่าสุดก็มีข่าวดีมาแล้วว่า Sony Picture เองได้วางกำหนดเข้าฉายให้กับ Venom ไว้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2018 และยืนยันด้วยว่าเนื้อเรื่องของหนังจะไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ Spider Man : Homecoming รวมถึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลหนัง Marvel Cinematic Universe อีกด้วย

การประกาศคิวฉายของหนังภาคแยก Venom ในครั้งนี้ส่งผลให้ The Girl in the Spider’s Web ของค่ายเดียวกันต้องเลื่อนฉายออกไปจากเดิมวันที่ 5 ตุลาคม 2018 เป็นวันที่ 19 ตุลาคมในปีเดียวกัน ขณะที่ทางฝั่ง Warner Bros. เองก็มีการเลื่อนฉาย Aquaman ที่มีกำหนดการวันเดียวกันออกไปเป็นวันที่ 21 ธันวาคมปีเดียวกัน ทำให้รอดจากการเผชิญหน้ากันของหนังแนวนี้ไปอย่างหวุดหวิด

สำหรับทีมงาน Venom ได้ตัวนักเขียนบทมือดีอย่าง สก็อตต์ โรเซนเบิร์ก (Scott Rosenberg) จากเรื่อง Con Air มาจับคู่กับ เจฟฟ์ พิงค์เนอร์ (Jeff Pinkner) จากเรื่อง The Amazing Spider-Man 2 ขณะที่ อาวี อาราด (Avi Arad) และแมทธิว โทลมาช (Matt Tolmach) จากหนังเรื่อง Spider-Man ฉบับ Sony จPictures นั้นจะมาทำหน้าที่โปรดิวเซอร์

Venom เป็นคาแรคเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1988 ซึ่งมันเป็นปรสิตต่างดาวที่อาศัยร่างมนุษย์เพื่อการอยู่รอด หากใครก็ตามที่ถูกครอบงำจะกลายเป็นคนที่มีพลังเหนือธรรมชาติ และที่ผ่านมา Venom เองก็ได้ปรากฏตัวให้เห็นไปแล้วในหนัง Spider Man 3 รับบทโดย โทเฟอร์ เกรซ (Topher Grace)

ที่มา : kapook.com

เรียบเรียงโดย : BKTUBE

The post ตัวร้าย Venom จาก Spider Man เตรียมเข้าฉายภาคแยก ต.ค. 2018 appeared first on .

]]>
http://www.bktube.net/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-venom-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-spider-man-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2.html/feed 0