รีวิว Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales (2017) สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ


ถือเป็นการกลับมาที่น่าพอใจของตำนาน Pirates ครับ คือดูได้เพลินๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเด็ดขาดแบบเต็มๆ กระนั้นขอเพียงไม่คาดหวังก่อนเข้าไปดู ผมว่าก็น่าจะสนุกไปกับหนังได้พอสมควรเลยครับ

ยอมรับว่าแอบงงเล็กน้อยพอย้อนนึกไปถึงตอนก่อนหนังฉาย เห็นบอกกันว่าตอนฉายรอบทดลอง คนดูพากันชอบและบอกว่าสนุกไม่แพ้ภาคแรก ซึ่งความเห็นส่วนตัวผมแล้ว หนังถือว่าน่าพอใจกว่าภาค 4 แต่ยังอร่อยไม่เท่า 3 ภาคแรกครับ

การผจญภัยครั้งนี้ว่าด้วยการตามหาตรีศูลของมหาเทพโพไซดอนที่กล่าวกันว่าจะมีฤทธิ์ถอนทุกคำสาปในทะเลได้ ซึ่งเฮนรี่ (Brenton Thwaites) ลูกชายของวิลล์ เทอร์เนอร์ (Orlando Bloom) ก็ต้องการนำมันมาใช้ในการปลดปล่อยพ่อให้พ้นจากพันธะบนเรือฟลายอิ้ง ดัชช์แมน

จริงๆ ถ้าว่ากันถึงเนื้อหาแล้วก็จัดว่าไม่เลวครับ หลักๆ คือการตามหาของวิเศษ แล้วก็มีพล็อตของตัวร้ายอย่างกัปตันซัลลาซาร์ (Javier Bardem) ที่หมายจะทวงแค้นกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ (Johnny Depp) ซึ่งพล็อตตั้งต้นมันโอเคครับ จัดว่าไม่เยอะเยอะและไม่รุงรังเกินไป

ไหนจะตัวละครเก่าๆ อย่างกัปตันบาร์บอสซ่า (Geoffrey Rush) กับไอ้คุณกิ๊บส์ (Kevin McNally) ก็กลับมาแจมด้วย และตัวละครใหม่อย่าง คาริน่า (Kaya Scodelario) ก็เด่นเอาเรื่อง อันนี้โดยส่วนตัวแล้วผมว่าเธอเด่นสุดในบรรดาตัวละครทั้งหมดของภาคนี้น่ะครับ Scodelario ก็มีเสน่ห์แบบสุดๆ อีกด้วย (ดูเด่นกว่าตอนเล่น The Maze Runner เยอะ)

งาน CG ก็จัดเต็มกันไป ไหนจะฉากทำลายล้างอีกสารพัด ก็ทุนสร้างตั้ง $230 ล้าน ยังไงมันก็ต้องถึงฟอร์มล่ะครับ ซึ่งหากว่ากันในเบื้องต้น หนังพาผมกลับสู่ผืนน้ำและท้องทะเลได้สำเร็จนะ มันปลุกวิญญาณการผจญภัยสไตล์ Pirates ในตัวเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ผมชอบช่วงต้นๆ ครับ หนังเปิดมาก็ปูเรื่องให้เราเข้าใจ ก่อนจะยิงเข้าฉากแอ็กชันถล่มเมืองผสมฮาที่ทำออกมาได้สนุกและยิ่งใหญ่ไม่ใช่น้อย โดยระหว่างนั้นก็แนะนำตัวละครหลักไปพลางๆ ด้วย ผมจำอารมณ์ตนเองขณะดูตอนต้นๆ ได้เลยครับว่า รู้สึกว่าหนังมาถูกทางแล้ว

แต่พอเข้ากลางๆ เรื่อง หนังเหมือนเริ่มอ่อนแรงครับ เรื่องราวไม่ค่อยเดินไปไหน หรือต่อให้เรื่องก้าวไปข้างหน้าก็ตาม ทว่ามันกลับดูไม่ลื่น ไม่มีพลังแบบภาคก่อนๆ อย่างภาค 2 – 3 นี่แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้สุดยอด แต่มันมีลูกเล่นดีๆ แทรกไว้ตลอด

ลูกเล่นที่ว่าก็เช่นความรั่วของตัวละคร โดยเฉพาะกัปตันแจ็คที่ต้องมีอะไรเพี้ยนๆ มาเข้าตาเราได้เสมอ หรือกิมมิคแปลกๆ, สถานที่แปลกๆ, สัตว์หรือสิ่งต้องมนต์แปลกๆ หรืออย่างน้อยขณะเดินเรื่องไป มันก็จะมีปมบางอย่างกระตุ้นให้เราอยากติดตามต่อว่าเรื่องจะไปทางไหน

ทว่ากับภาคนี้ ตอนกลางๆ มันดูเรื่อยๆ น่ะครับ กัปตันแจ็คก็เรื่อยๆ ความแสบไม่เท่าสมัยก่อน, บาร์บอสซ่าก็เรื่อยๆ กระทั่งตัวร้ายอย่างกัปตันซัลลาซาร์ก็ไม่ได้ร้ายกาจดังคาด แม้ Bardem จะเล่นได้ดีก็เถอะ แต่ฤทธิ์พี่แกดูน้อยไปหน่อย ตอนแรกก็นึกว่าจะไล่เข่น ไล่ล่า ไล่สร้างหายนะได้น้องๆ กับเดวี่ โจนส์ แต่ผลที่ได้กลับออกมากลางๆ น่ะครับ

อีกอย่างคือถ้าใครหวังว่าวิลล์ เทอร์เนอร์จะมีบทบาทเยอะ บอกไว้ก่อนเลยว่า “ไม่” ครับ พี่แกมาเป็น Cameo จริงๆ สำหรับภาคนี้

ความสนุกค่อยไหลมาอีกทีก็ตอนท้ายน่ะครับ ฉากตอนไปหาตรีศูลทำได้อลังการดี ดังนั้นโดยสรุปแล้วตอนต้นกับตอนปลายทำได้โอเคนะ แต่ตอนกลางๆ มันออกจะเรื่อยๆ น่ะครับ ความน่าติดตามดร็อปลงมาพอสมควร เรื่องไม่ค่อยไปไหน ซึ่งจริงๆ แล้วภาคก่อนๆ ตอนกลางๆ เรื่องมันก็ไม่ได้ไปไหนเหมือนกันแหละครับ แต่มันมีลูกเล่นไงครับ ไม่ว่าจะมุกตลก, ฉากแอ็กชัน, ฉากโชว์โหดของตัวร้าย ทว่ากับภาคนี้ เสียดายก็แค่ตอนกลางๆ นี่แหละที่มันนิงไปหน่อย

แต่ถ้าถามว่าคุ้มค่าแก่การดูไหม ก็ตอบได้ว่าถ้าคุณชอบ Pirates ผมว่าก็น่าดูอยู่ดีแหละครับ มันคือความบันเทิงแบบที่คุณหาไม่ได้จากหนังชุดอื่นๆ อันนี้ผมว่าเป็นเสน่ห์สำคัญของ Pirates นะ โลกของโจรสลัด ท้องทะเล คำสาป อาถรรพ์ ก็เหมือนโลกของ Harry Potter น่ะครับ มันหาเสพจากหนังชุดอื่นๆ ไม่ได้จริงๆ
คะแนนความชอบ 7/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย: 25 พฤษภาคม 2017
Pin It

แสดงความคิดเห็น