รีวิวซีรี่ส์ The Flash Season 3 (2016 – 2017) เดอะ แฟลช วีรบุรุษเหนือแสง ปี 3


สำหรับผมนั้น ผมชอบ 2 ปีแรกของ The Flash มากอยู่ครับ ซึ่งผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่าซีรี่ส์ The Flash สนุกยังไง คำตอบที่ได้ก็ออกจะกำปั้นทุนดินอยู่ในทีครับ เพราะผมชอบเนื่องจากซีรี่ส์มันเป็นอะไรที่ “โคตรจะ Flash” ครับ (555)

โคตรจะ Flash ที่ผมพูดในทีนี้คือซีรี่ส์มันเดินเรื่องไวครับ ปรู๊ดปร๊าดมากมาย แทบทุกตอนมันเดินเรื่องไปข้างหน้า พาเราทะยานไปด้วยใจระทึก มันตื่นเต้น เร้าใจ และเต็มไปด้วยสีสันวูบวาบ ไหนจะมีพล็อตพลิกผันให้เราติดตามและลุ้นอีกต่างหาก

ประโยชน์อย่างยิ่งของการเดินเรื่องปรู๊ดปร๊าดก็คือ แม้บางทีซีรี่ส์จะมีช่องโหว่ หรือมีจุดอ่อนในบทก็ตาม แต่เราก็พร้อมจะมองข้าม หยวนๆ มันไปได้ หรือบางทีเราก็จะไม่ทันมอง เพราะมีของหรือมีปมบนจอที่น่าสนใจกว่าจะดึงความสนใจเราอยู่

และ The Flash ปี 3 นั้น ประมาณครึ่งซีซั่นแรกก็ยังคงสนุกในสไตล์นั้นครับ เรื่องเดินไปข้างหน้าแบบฉับไว มีปมให้ตาม มีการเปิดตัววายร้ายประจำปีอย่างซาวิทาร์ เทพเจ้าแห่งความเร็วที่แสนร้ายกาจ แล้วก็มีปม “Flashpoint” เป็นปมหลักของประจำ


ความวุ่นวายของปีนี้เริ่มจากการทีแบร์รี่ อัลเลน (Grant Gustin) ไปยุ่งกับเส้นเวลาจนเกิดผลร้ายตามมา และที่แย่คือมันส่งผลต่อทุกชีวิตในโลกเลยครับ และนั่นก็ทำให้แบร์รี่ต้องเผชิญกับบทเรียนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา และมันยังกลายเป็นประสบการณ์ที่ตามหลอกหลอนเขาไปอีกนาน

ปีนี้ออกจาก Dark ขึ้นครับ ซึ่งจะต่างจาก 2 ปีก่อนหน้าที่แม้จะมีช่วง Dark แต่โทนมันก็ยังปรู๊ดปร๊าดและเปี่ยมสีสัน (ว่าง่ายๆ คือ Dark แค่แป๊บๆ ไม่ได้เน้นอะไรมากมาย) แต่ทว่าปีนี้บางจังหวะก็เกือบจะเครียดเลยล่ะครับ แล้วความ Dark มันก็ค่อยๆ สะสมเป็นระยะไปตลอดทั้งปี ซึ่งก็สงสารแบร์รี่เหมือนกัน มันเป็นบทเรียนราคาแพงเหลือเกินสำหรับเรื่องราวในปีนี้

ในแง่เนื้อหา ผมรู้สึกโอเคครับ ผมเข้าใจว่าปีนี้เป็นปีที่จะทำให้แบร์รี่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น แต่กว่าจะถึงจุดนั้นเขาก็แทบจะล้มทั้งยืนและสูญเสียอะไรไปมากมาย ซึ่งผมก็เข้าใจแหละว่าทีมงานต้องการให้ปีนี้เป็นปีที่มีผลต่อจิตใจของแบร์รี่… แต่ก็นั่นล่ะครับ ทุกสิ่งมันย่อมมีผลตามมาเสมอ

ปีนี้ ผมว่าครึ่งแรกยังสนุกครับ มันยังรวดเร็วและน่าติดตามอยู่ แล้วก็มีโอกาสได้ไปแจมกับพวก Arrow, Supergirl และ Legends of Tomorrow ด้วย ก็สนุกดีครับ แล้วการมาของตัวละครใหม่อย่าง จูเลียน อัลเบิร์ต (Tom Felton) ก็เพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้หนังได้ดี


ผมได้ยินมาว่าหลายคนรำคาญ เอช.อาร์ (Tom Cavanagh) หรือแฮร์ริสัน เวลส์คนใหม่ แต่ผมกลับชอบแฮะ พี่แกเป็นชูรสที่เจ๋งดี ซึ่งผมไม่เถียงครับว่าเขาอาจดูไม่เป็นโล้เป็นพายในบางจังหวะ แต่เอาเข้าจริงความคิดของเขาสามารถแก้ปัญหาและช่วยพวกแบร์รี่ได้เยอะมาก และบอกตรงๆ ว่าถ้าปีนี้ไม่มีเขาล่ะก็ โทนมันอาจจะดูสนุกน้อยลงกว่านี้ก็ได้ (เพราะปีนี้ แบร์รี่ก็เครียด ซิสโก้ก็เครียด เคตลินก็เครียด จูเลียนตอนต้นๆ ก็ออกแนวเครียด… ดัชนีความสุขมวลรวมในซีรี่ส์ดูต่ำลงมากน่ะครับ ถ้าว่าตรงๆ นะ)

ครับ ครึ่งแรกสนุกดี การสู้กับซาวิทาร์ก็ถือว่าโอเค ปมเกี่ยวกับซาวิทาร์ดูน่าติดตามดี แล้วก็มีวายร้ายตัวอื่นโผล่มาเป็นพักๆ แต่ทีนี้พอถึงช่วงหลังเหมือนทีมงานพยายามยืดเรื่องน่ะครับ เรื่องดูจะวนอยู่กับที่ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า The Flash ดูไม่ค่อย Flash เหมือนปีก่อนๆ ที่มันจะดูว่อง ดูมันส์ ดูลื่น ส่วนหนึ่งเพราะแม้ปีก่อนๆ ช่วงท้ายๆ ของปีจะเน้นที่เรื่องของบอมใหญ่ก็ตาม แต่ทุกตอนมันก็ยัง “มีอะไร” อยู่ ไม่ว่าจะตัวร้ายประจำตอนที่เจ๋งๆ หรือการแก้เกมระหว่างแฟลชกับบอสใหญ่

ในขณะที่ปีนี้ ก็พอเข้าใจน่ะครับว่าทีมงานพยายามทำให้ซาวิทาร์คือโคตรบอสที่แฟลชไม่มีทางรับมือได้เลย แต่นั่นทำให้การขับเคี่ยวลดลง แฟลชกับพวกดูเหมือนจะแค่รอๆๆ เรื่องมันเลยไม่คืบไปไหน

และสารภาพครับว่าบางจังหวะก็หงุดหงิดนะ เวลาที่บทกำหนดให้บางตัวละครตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งผมก็เข้าใจน่ะว่ามันมีผลต่อเรื่องราว มันคือพล็อตที่วางไว้เพื่อให้เกิดเรื่องต่อๆ ไป แต่มันมีวาระที่ชวนหงุดหงิดเกี่ยวกับตัวละครมากไปหน่อย แล้วก็อย่างที่บอกครับว่าปีนี้ตัวละครพากัน Moody ด้วยหลายสาเหตุ มันเลยชวนให้หดหู่อยู่เหมือนกัน (ยอมรับจากใจ ผมแอบรำคาญพี่น้องตระกูลเวสต์ในหลายวาระ.. จนผมตั้งฉายาให้พวกเขาว่าเป็น The Flash’s Kryptonite – คริปโตไนท์ของเดอะ แฟลช)


เลยทำให้ปีนี้ของ The Flash สำหรับผมออกจะสนุกในตอนต้นและตอนกลางครับ แต่ตอนปลายมันยืดไปนิด การขมวดปมยังไม่ลงล็อคเท่าไร ไม่เหมือนปี 2 ที่ปมพลิกไปมาอย่างมันส์จนเราแทบไม่มีหัวไว้คาดเดาหรือจับผิดอะไร แต่ปีนี้พอจังหวะมันช้า มันก็อดจับผิดหลายๆ อย่างไม่ได้

อย่างตอนแฟลชสู้กับอาบาคาดาบราน่ะครับ ตอนมันขับยานหนีช่วงท้าย ผมงงนะว่า “แฟลชที่วิ่งข้ามเมืองได้ในชั่วพริบตา แต่วิ่งตามยานไม่ทันเนี่ยนะ?” คือถ้ายานมันความเร็วแสงก็ว่าไปอย่างครับ แต่นี่เห็นๆ ว่ายานมันวิ่งไม่ได้เร็วเลย น่าจะเร็วกว่ารถแค่นิดเดียวมั้ง แต่ทั้งแฟลชและคิดแฟลชทำเหมือนวิ่งไม่ทัน…

เอาเป็นว่าประเด็นเข้าท่าครับ แต่การขมวดปมไคลแม็กซ์ยังแลนดิ้งได้ไม่สวยเท่า 2 ปีแรก แต่กระนั้นตอนจบก็ถือว่าเหมาะสมครับ ในที่สุดแบร์รี่ก็ได้ยืดอกรับผิดชอบเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างองอาจ… ผมว่าพี่ท่านดูเท่ห์สุดๆ เลยล่ะ

แต่ยังไงก็พร้อมดูปีต่อไปครับ เชื่อว่าบทเรียนปีนี้ (ทั้งที่แบร์รี่ได้รับ และที่ทีมงานได้รับ) น่าจะทำให้ปีต่อไปมีอะไรมันส์ๆ มากขึ้น (อย่างบอสใหญ่นี่ก็น่าจะบิ๊กขึ้นเยอะล่ะครับ พอจะรู้เป็นเลาๆ แล้วล่ะ ว่าใครจะมา)
คะแนนความชอบ 7/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น