รีวิว The Birthday Wish (2017)


ความสุขอย่างหนึ่งของการดูหนัง Hallmark สำหรับผมก็คือ เราจะได้พบเจอกับนางเอกที่เคยเตะตาเราจากหนังเรื่องอื่นๆ ครับ ประมาณว่าจริงๆ แล้วเธอจะดูเด่น ดูมีเสน่ห์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เล่นนำเป็นตัวหลักในหนังใหญ่ๆ แล้ว Hallmark นี่แหละที่มักจะตาถึงไปดึงพวกเธอมาแสดงนำ

อย่างเรื่องนี้ก็ได้ Jessy Schram มานำแสดงครับ เธอคนนี้ผมจำได้ตั้งแต่ปรากฏตัวใน CSI:Miami และเคยรับบทเล็กๆ ใน Unstoppable (เล่นเป็นภรรยาของ Chris Pine น่ะครับ) อีกทั้งยังเคยเป็นนางเอกให้ Hallmark มาแล้วใน Harvest Moon ด้วย

กับเรื่องนี้พล็อตก็น่าสนใจดีครับ เรื่องของ เกวน เทอร์เนอร์ (Schram) ผู้กำกับโฆษณาที่อายุจะครบ 30 ในปีนี้ และเธอก็เฝ้าหวังว่าอเล็กซ์ แฟนหนุ่มของเธอ (Marcus Rosner) จะขอเธอแต่งงานเสียที แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่เธอหวังเลย

แล้วในวันเกิดนั้นเองที่เริ่มเกิดเรื่องประหลาดกับเธอครับ เธอเริ่มเห็นภาพนิมิตประมาณว่าเธอแต่งงาน มีลูก และมีครอบครัวที่แสนสุขสันต์ แต่ทว่าคนที่เป็นสามีเธอในนิมิตนั้นกลับไม่ใช่อเล็กซ์ แต่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ชื่อว่า เดฟ แม็คกี (Luke Macfarlane)

แน่นอนว่าเธอก็งงเต็กล่ะครับ ก็เธอคบกับแฟนอยู่ แล้วอีท่าไหนล่ะถึงจะไปตกร่องปล่องชิ้นกับเดฟ… แต่เราๆ ก็เดาได้ล่ะครับว่าสุดท้ายเธอต้องรักกับเดฟแหงๆ เพราะแค่ดูในเบื้องต้นก็สัมผัสได้ว่าเดฟดูอบอุ่นและห่วงเธออย่างจริงใจ และเรื่องราวต่อจากนั้นก็คือการเล่าว่าหัวใจของเกวนและเดฟเริ่มมาสะกิดกันได้อย่างไร

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการแสดงน่ารักสุดๆ ของ Schram ครับ เธอน่ารักแบบเกินร้อยเลย ทั้งแววตาท่าทางเต็มไปด้วยความสดใส และภาษาท่าทางของเธอยังเป็นธรรมชาติด้วยครับ ผมชอบฉากที่แฟนหนุ่มเธอเอากล่องแหวนมาวางบนโต๊ะอาหาร จนเธอนึกว่าเขาต้องขอแต่งงานแน่ๆ

แต่ที่ไหนได้มันเป็นแหวนอย่างอื่นน่ะครับ ไม่ใช่แหวนแต่งงาน เธอก็ต้องรับมาตามมารยาทพร้อมทำหน้าแบบไปไม่เป็น แต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้เป็นปกติที่สุด แล้วก็สวมแหวนแบบงงๆ (ประมาณว่าตอนแรกจะสวมนิ้วนางข้างซ้ายเต็มที่ แต่พอมันไม่ใช่ก็เลยมึนนิดๆ ว่าฉันควรจะใส่นิ้วไหนดีเนี่ย) เป็นฉากที่น่ารักผสมฮาได้แบบธรรมชาติดีครับ

ตัวหนังทำออกมาได้เพลินดีครับ เพราะการแสดงลื่นๆ ของ Schram และ Macfarlane ก็ทำให้เราเชื่อว่าเขาจริงใจต่อเธอแค่ไหน ในขณะที่อเล็กซ์ก็ไม่ใช่จะไม่ดีครับ เพียงแต่ท่าทางของเขายังไม่จริงจังจนเราเองก็รู้สึกนะว่าเขาคงยังไม่พร้อมจะแต่งงานกับใครหรอก คือเหมาะจะทำงานให้รุ่งไปเรื่อยๆ ก่อนดีกว่า

หนังมาพร้อมประเด็นสำคัญที่น่าคิดครับ นั่นคือการมองหาคนที่เหมาะกับเรา ซึ่งต้องยอมรับครับว่าเหตุผลในการมีแฟนของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนมีแบบไม่รู้ตัว ประมาณว่าเจอคนที่ถูกใจและเข้ากับเราได้ ก็เลยเป็นแฟนกัน แต่บางคนก็มีเพราะรู้สึกว่าอยากมี, มีเพราะคนอื่นๆ เขามีแล้ว เลยอยากมีบ้าง หรือมีเพราะความคาดหวังของตนเอง, สังคม, พ่อแม่ หรืออาจจะเพราะสื่อ, ทีวี, เพลง, หนัง ฯลฯ

แต่เพราะความรักไม่ใช่เรื่องสูตรสำเร็จครับ เราไม่รู้หรอกว่าการมีแฟนของเรานั้น จะนำเราไปสู่รักที่ยั่งยืนหรือไม่ บางทีเราก็อาจได้ความรักที่อยู่กันได้ยาวๆ แต่บางทีเพราะเราเปลี่ยน-เขาเปลี่ยน มันก็อาจทำให้บทลงเอยแห่งรักเป็นไปในทางอื่นก็ได้

และเมื่อจุดเปลี่ยนแห่งรักมาถึง เราก็ทำได้เพียงรับมือให้ดี บางครั้งจุดเปลี่ยนอาจหมายถึงการปรับตัวเข้าหากันหนใหม่ หรืออาจหมายถึงการอำลาเพื่อแยกย้ายไปมีชีวิตใหม่ของตน… เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน และความรักเองก็เป็นเช่นกัน

จริงที่หนังเรื่องนี้เป็นแนวโรแมนติกที่ไม่ได้ลึกซึ้งแบบสุดๆ แต่ก็ทำให้ผมคิดถึงอะไรเหล่านี้ได้น่ะครับ และมันยังชี้ชวนให้เราตรวจสอบสายใยสัมพันธ์ที่เรามีต่อคนรักเสมอ หากมันถึงจุดที่ตระหนักว่าไม่ใช่ การจูงกันเพื่อแยกไปเริ่มต้นใหม่คนละทิศก็อาจเป็นทางออกที่ดี หรือหากไม่ถึงขั้นว่าต้องลาจาก ก็เพียงพยายามเรียนรู้ “ปัจจุบันขณะของคนที่เรารัก” ใหม่อีกครั้ง หากยังเชื่อมต่อกันติด ก็ลองกันใหม่ แต่หากยังไงก็ไม่ใช่ เราก็สามารถจบความสัมพันธ์ลง โดยไม่ปล่อยให้เราหรือตนเองต้องรู้สึกผิดจากเรื่องที่เกิดขึ้น

ทั้งหมดทั้งปวงติดอยู่แค่คิดเดียว… ตอนเขียนตอนพูดน่ะ มันง่ายกว่าเสมอ…

สรุปว่าหนังทำออกมาน่ารักดีครับ อบอุ่นในหลายวาระ ดูเพลินกำลังดีสำหรับหนังแนวนี้ครับ
คะแนนความชอบ 6.5/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น