รีวิว The Drowning (2016) จมอดีตแค้น


อีกหนึ่งหนังที่มีประเด็นน่าสนใจครับ องค์ประกอบหลายอย่างก็เข้าท่า เพียงแต่การเดินเรื่องยังไม่ชวนติดตามแบบเต็มที่ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าหนังแนวระทึกขวัญทำนองนี้หลายๆ เรื่องจะเป็นกันอีหรอบนี้ซะส่วนใหญ่

เปิดมาหนังก็แนะนำให้เรารู้จักกับนักจิตวิทยาเด็ก ทอม ซีมัวร์ (Josh Charles) และภรรยาของเขา ลอเรน (Julia Stiles) กำลังเดินเล่นกันอยู่ดี จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งกำลังจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทอมเลยรีบตรงเข้าไปช่วย

แล้วในเวลาต่อมาทอมก็ได้รู้ว่า ชายคนนั้นคือ แดนนี่ (Avan Jogia) ที่ตอนเด็กๆ เขาเคยต้องโทษข้อหาฆาตกรรมและโดนจองจำอยู่นานปี และที่สำคัญคือ ทอมนี่แหละที่มีส่วนทำให้แดนนี่ต้องโทษที่ว่า

แล้วจากนั้นแดนนี่ก็เริ่มเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตทอมครับ ทอมเองก็ไม่รู้ว่าแดนนี่จะมาดีหรือมาร้าย หรือแดนนี่กำลังวางแผนจะอะไรอยู่ แน่นอนว่าทอมก็ระแวงอยู่ตลอดครับ ยิ่งรู้ว่าแดนนี่มาข้องแวะกับภรรยาของเขาด้วยแล้ว อะไรๆ ก็ยิ่งตึงเครียด


สุดท้ายแล้วแดนนี่จะยังแค้นทอมอยู่ไหม และเรื่องราวจะนำไปสู่บทสรุปแบบไหน คำตอบก็มีอยู่ในหนังน่ะนะครับ ซึ่งในเบื้องต้นผมว่าพล็อตตั้งต้นมันเข้าท่าดีครับ แต่ความน่าสนใจยังไม่มากเท่าไร เลยทำให้หนังเรื่องนี้ไปไม่ถึงดวงดาว

หนังมีจุดดีอย่างการแสดงดีๆ ของ Charles ครับ ซึ่งเขาคนนี้เล่นหนังมาหลายเรื่อง หนึ่งในบทบาทที่น่าจะมีคนจำได้คือ น็อกซ์ นักเรียนหนุ่มซ่าส์ๆ แต่น่ารักแห่ง Dead Poets Society ซึ่งกับเรื่องนี้เขาก็เล่นเป็นทอมได้โอเคอยู่ครับ แสดงอารมณ์สับสนได้ไม่เลว

ส่วน Stiles ที่ระยะหลังๆ เริ่มไม่ค่อยได้เล่นหนังจอใหญ่ ก็มารับบทแนวสมทบครับ บทบาทเธอไม่ได้เยอะอะไร แต่ถ้าดูตรงการแสดงแล้วเธอก็ยังเล่นได้ดีเหมือนเดิม แต่ก็พอเข้าใจน่ะครับว่าคาแรคเตอร์ในแบบของเธอนั้น อาจไม่มีพื้นที่บนจอใหญ่ (หนังโรง) สักเท่าไร

Jogia ก็เรื่อยๆ กับบทครับ เขาก็ทำให้เราสับสนได้ดีว่าตกลงพี่แกจะมาแนวไหน (แม้จะรู้สึกตะหงิดไปในทางร้ายมากหน่อยก็เถอะ) แล้วก็มีดาราหน้าคุ้นอย่าง John C. McGinley มาร่วมสมทบด้วย แต่บทก็ไม่ได้มากอะไรอีกเหมือนกัน


จริงๆ หนังทำได้ไม่เลวนะครับ กับการที่ทำให้เรารู้สึกไม่แน่ใจว่าตกลงแดนนี่จะมาไม้ไหน ครั้นพอดูจนจบแล้วก็จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งบอกตรงๆ เลยว่าเนื้อหามันไม่ได้เข้มข้นมากมายอะไร หรือการวางพล็อตก็ไม่ค่อยจะหลอกคนดูสักเท่าไร อารมณ์หักมุมหรือจุดพลิกผันมันก็เลยไม่ใคร่จะสร้างความลุ้นให้สักเท่าไรนัก

จุดอ่อนของหนังก็คงเป็นบทที่ตอนแรกตั้งต้นมาน่าสนใจ แต่มันไม่มีการขยี้ และไม่มีการผูกเรื่องให้มันเข้มข้นขึ้น ซึ่งถ้ามองในมุมว่าหนังเรื่องนี้เล่าแบบธรรมดา ไม่เน้นหวือหวาก็พอจะเข้าใจน่ะครับ แต่พอมันธรรมดา อะไรๆ ก็เลยพลอยธรรมดาไปด้วย

ยอมรับว่าระหว่างดูหนังเรื่องนี้ก็นึกถึง Arlington Road ที่จริงๆ พล็อตก็ไม่ได้พิสดารอะไรมากมาย แต่การเล่าเรื่อง การหลอกคนดู และการบีบหัวใจคนดูมันมาเรื่อยๆ ในขณะที่เรื่องนี้จริงๆ ก็คล้ายๆ เรื่องนั้นครับ แต่ลีลาการบีบมันไม่เด็ดเท่า

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นห้ามพลาดอะไรครับ จริงๆ ผมออกแนวดูแก้เหงาด้วย ครั้นพอดูจบก็เหงาเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรกระตุ้นเร้าให้หัวใจมันสูบฉีด เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมไปหาความระทึกเอาเรื่องหน้าแล้วกันครับ
คะแนนความชอบ 5/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น