รีวิว Wish Upon (2017) พร ขอ ตาย


เมื่อพิจารณาแบบรวมๆ แล้วก็รู้สึกครับว่า Wish Upon คือหนังสยองที่ยำเอาจุดเด่นจากหนังสยองรุ่นก่อนๆ มาใช้งาน ไม่ว่าจะ The Omen, Wishmaster และ Final Destination เป็นต้น

ดังนั้นถ้าจะว่าไปแล้ว หนังก็ดูเพลินๆ ได้ครับ แต่ความเด่นความสนุกมันจะไม่มากเท่าหมู่หนังที่ผมบอกไป หลายอย่างก็เดาได้ไม่ยาก โดยเฉพาะมุกแบบ “ตายแบบไม่คาดฝัน” หรือ “ตายแบบหักมุม – นึกว่าคนนี้จะตายแต่กลายเป็นคนนี้แทน – หรือ นึกว่าจะตายด้วยมุกนี้ แต่กลายเป็นตายด้วยทุกอื่นแทน”

ตัวเอกคือ แคลร์ (Joey King) สาวน้อยที่ไปเจอกล่องเพลงสลักอักษรจีนเข้า และมันก็คือกล่องวิเศษที่สามารถบันดาลพรให้เธอได้ตามใจปรารถนา แต่ทว่าไม่มีอะไรฟรีครับ ทุกๆ ครั้งที่เธอขอพร ก็จะมีเรื่องสยองเกิดขึ้นตามมา

จริงๆ หนังดัดแปลงแบบหลวมๆ มาจาก The Monkey’s Paw เรื่องสั้นระดับตำนานของ W. W. Jacobs ซึ่งก็ว่าด้วยพล็อตแบบขอพรแล้วเกิดเรื่องแบบนี้ล่ะครับ อันที่จริงแล้วมุกเก่าก็ไม่ว่าครับ ขอให้เล่าออกมาสนุกก็พอแล้ว

และผลลัพธ์ก็ตามที่บอกครับ ดูได้เรื่อยๆ มีความสยองมาเรื่อยๆ อารมณ์เหมือน Final Destination แต่ความลุ้นมันจะน้อยกว่า รวมถึงความช็อกที่เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก อย่างฉากการตายที่นึกว่าจะเป็นจุดขาย ก็ไม่ได้ออกมาน่ากลัวอะไรขนาดนั้น

อันที่จริงผมลดความคาดหวังล่วงหน้าตั้งแต่รู้ว่าคนกำกับคือ John R. Leonetti แล้วครับ พี่ท่านทำหนังแต่ละเรื่องก็ออกจะเรื่อยๆ ซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะ Mortal Kombat: Annihilation, The Butterfly Effect 2, Annabelle และ Wolves at the Door

ทุกเร่องที่กล่าวไปนั้น จริงๆ มีความน่าสนใจ หรือไม่ก็มีพื้นของภาคก่อนๆ ปูเอาไว้อยู่ครับ แต่พี่ท่านไม่สามรถต่อยอดของดีๆ ที่มีอยู่ในนั้นได้ ผลเลยมักจะออกมาแบบเรื่อยๆ คือไม่ถึงกับแย่ย่ำ (ยกเว้นถ้าใครมาตรฐานสูงก็อาจจะรู้สึกว่ามันแย่น่ะนะครับ)

กับเรื่องนี้ ผมว่านักแสดงน่ะโอเคครับ อย่าง King จริงๆ ก็เล่นหนังได้ดี แล้วก็ยังมี Ryan Phillippe, Ki Hong Lee (The Maze Runner) และ Shannon Purser (Stranger Things) มาแจมด้วย แต่ละคนก็โอเคกับบทที่ได้รับน่ะครับ เพียงแต่อาจไม่มีใครเด่นแบบเต็มๆ เท่านั้นเอง

ระหว่างดูก็พิจารณาหนังไปน่ะนะครับ พยายามหาคำตอบว่ามันขาดอะไรไป ก็พอจะได้แนวว่าระหว่างทางมันยังสนุกได้อีกน่ะครับ คือเรารู้ว่ามันเป็นเรื่องของวัยรุ่นเจอของวิเศษแล้วให้พร จากนั้นความสยองก็ตามมา ทีนี้ประเด็นความสยองหนังก็ทำออกมาให้เราเห็นบนจอพอประมาณ มันเลยพอจะเรื่อยๆ อยู่

แต่ที่ขาดหายไปคือเรื่องแง่อื่นๆ อย่างเรื่องเพื่อนนางเอกที่จริงๆ น่าจะมีบทบาทมากกว่า หรือความลึกลับ การไขปริศนาของกล่องนรกนี่ที่ไปๆ มาๆ ก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันแบบมากมายนัก (ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้เผื่อมีภาคต่อหรือเปล่า… แต่เอาแค่ภาคแรกรายได้ก็คาบลูกคาบดอกแล้วน่ะครับ)

จริงๆ ถ้าหนังลองเปลี่ยนทิศ แบบว่าเข้าเรื่องให้นางเอกสู้กับอาถรรพ์ของกล่องให้ไวขึ้น + เพิ่มกติกาของกล่องให้มันเหมาะแก่การเพิ่มความลุ้น หรือทำให้มันต้องแข่งกับเวลามากขึ้น ผลที่ได้ก็อาจจะตื่นเต้นกว่านี้ครับ แต่นี่เหมือนว่ากว่านางเอกจะไหวตัวก็เกินครึ่งเรื่องไปแล้ว – และจริงๆ หากตอนนางเอกสู้กับกล่อง หากมีอะไรที่มันพลิกผันหรือเฉือนคมกับกล่องบ้านี่ให้มากกว่านี้ มันก็คงจะมีอะไรสดๆ ใหม่ๆ มากขึ้นน่ะครับ

เอาเป็นว่าดูได้แบบไม่คิดมากครับ แต่หากชอบแนวนี้จริงๆ เอา Final Destination มาดูซ้ำจะเวิร์กกว่าเยอะครับ จังหวะมันดูไว บรรยากาศมันดูใช่ และกติกาของ “ความตาย” ในเรื่อง แม้จะเป็นกติกาง่ายๆ แต่กลับสามารถสร้างความตื่นเต้นได้อย่างชะงัดนัก
คะแนนความชอบ 5/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย: 13 กรกฎาคม 2017
Pin It

แสดงความคิดเห็น