รีวิว Eat, Drink & Be Buried: A Gourmet Detective Mystery (2017)


ตอนที่ 4 ของนักสืบนักปรุง เฮนรี่ รอสส์ (Dylan Neal) ครับ หนนี้เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเขารับงานจัดเมนูอาหารให้กับงานเลี้ยงฤดูร้อนของครอบครัวเวสตัน ที่จัดว่ามั่งมีระดับเศรษฐีทีเดียวครับ โดยเขาก็ชวนแม็กกี้ (Brooke Burns) ตำรวจสาวคู่ใจของเขาไปร่วมงานด้วย

และทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย จนกระทั่งมีคนตายครับ ประมาณว่ามีการแสดงคนดวลปืนกัน แต่ดันมีกระสุนจริงใส่ลงไปในปืน ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุให้เฮนรี่กับแม็กกี้ต้องไขคดีกันตามระเบียบ

ดูแล้วมันคิดถึง Castle จริงๆ ครับ อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้สูตรเดียวกันเลย พระเอกเป็นคนเนี๊ยบๆ พล่ามเก่ง และบางทีก็ขี้กลัวหน่อยๆ ส่วนนางเอกคือตำรวจสาวที่ดูจะมีสติมากกว่าพระเอก (555) เป๊ะเลยครับ

แต่ก็นั่นแหละครับ สูตรเป๊ะแต่รสชาติไม่เท่ากับ Castle ที่สนุกจัดจ้านและฮามากมาย สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าเรื่อยๆ ครับ จนตอนนี้ก็ปาไปภาค 4 แล้ว ก็ยังถือว่าดูได้เรื่อยๆ และอันทีี่จริงผมมองว่าภาคนี้ออกจะสนุกกว่าตอนก่อนๆ ด้วย


ภาคนี้การสืบดูจะเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นครับ ซึ่งผมถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีนะ เพราะภาคก่อนๆ การสืบยังไม่เท่าไร แต่ภาคนี้มีการสืบ การวิเคราะห์ การตามปมแบบชัดเจนมากขึ้น โดยมีเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครแทรกเป็นยาดำ

หนังนักสืบของ Hallmark หลายๆ เรื่องมักมาทางเดียวกัน คือให้ตัวเอกมีอาชีพอะไรก็ได้ (ที่ไม่ใช่นับสืบ) แล้วก็ผันตัวมาเป็นนักสืบจำเป็น โดยมีตำรวจมาประกบคู่ (แล้วก็ต้องสลับเพศกับตัวเอก มาเพื่อเป็นคู่รักกัน)

แต่ที่ผมเสียดายคือ ตัวเอกที่ว่าที่มีอาชีพต่างๆ นั่น เขาไม่ค่อยได้เอาความรู้ของอาชีพนั้นๆ มาใช้ในการสืบน่ะครับ อย่างเรื่องนี้ตอนแรกก็นึกว่าเฮนรี่ซึ่งเป็นนักปรุง จะใช้ความรู้ในการปรุงมาช่วยในการสืบ (แบบที่ Castle ใช้ความเป็นนักเขียนมาเติมเต็มการสืบสวน) ซึ่งมันคงจะเจ๋งดี

แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่ใช่แบบนั้นครับ ตัวเอกเป็นนักปรุงก็จริง แต่พอถึงเวลาสืบก็แค่สืบร่วมกับตำรวจเท่านั้นเอง ยอมรับว่าระหว่างดูนี่ผมคิดตลอดล่ะครับว่าถ้าหนังให้เอาความสามารถในการปรุงอาหารมาช่วยสืบ มันคงเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ


ดูแล้วผมนึกถึงกุยตังน่ะครับ ซีรี่ส์ญี่ปุ่นที่นักสืบชอบกินอาหารแบบสุดๆ แล้วเขาก็ใช้ความรู้เรื่องอาหารนี่แหละมาช่วยในการสืบ อย่างการกะเวลาคดีฆาตกรรมด้วยการดูอุณหภูมิซูชิ หรือรู้จักอาหารที่สามารถทำร้ายคนที่มีอาการแพ้ได้แบบถึงตายอะไรแบบนั้นเป็นต้น

แต่หากไม่คิดมาก มันก็ดูสนุกดีครับ ผมออกจะเพลินมากกว่าภาคก่อนๆ นะ หรือไม่ผมก็คงคุ้นชินกับตัวละครแล้วน่ะครับ เลยทำให้รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนแบบนานๆ ครั้ง เจอทีก็เดาได้แล้วว่าจะมีอะไรมานำเสนอบ้าง

การดูหนังเรื่องนี้ก็ทำให้ตระหนักเลยครับว่า สูตรสำเร็จน่ะ โดยพื้นฐานก็จะทำให้หนังออกมาโอเคได้ แม้จะไม่เด็ดจัดๆ แต่อย่างน้อยก็จะดูได้แบบเพลินๆ… แต่ก็นั่นแหละครับ หากเหยาะความเป็นตัวของตัวเองลงไปอีกหน่อยก็คงดี

เรื่องนี้ Burns ดูสวยสะพรั่งขึ้นครับ (น่าจะเหมือนแบ็คเกตต์ที่ดูสวยขึ้นทุกปีใน Castle) ส่วน Neal ก็โอเคครับ เพียงแต่ยังไม่มีจุดเด่นเต็มๆ แบบที่บอกไป ทั้งที่จริงๆ พี่แกดูสมาร์ทนะ แต่พอคาแรคเตอร์ไม่มีจุดเด่นพอ มันเลยไปได้ไม่สุดน่ะครับ
คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น