รีวิว One Night (2016) 1 คืน (ตอนจบ)


บอกได้เลยว่านักแสดงในเรื่องเล่นดีทุกคนครับ Chatwin ดูเวิร์กกับบทแบบนี้ (บางโมเมนต์ผมนึกถึง Ryan Gosling ขึ้นมาเลย) ส่วน Camp ก็แสดงอารมณ์ได้เก่งครับ ใครประทับใจเธอตอนเล่น Pitch Perfect ก็น่าจะชอบเธอในบทนี้ไม่น้อย เธอถนัดนักล่ะครับสำหรับบทสาวที่ดูแกร่งภายนอก แต่อ่อนภายใน

Allen ก็เล่นได้ดีมากครับ นี่ก็อีกราย ระหว่างดูทำให้ผมนึกถึง Heath Ledger สมัยหนุ่มๆ ขึ้นมาเลย (นึกถึง 10 Things I Hate About You ครับ) ถ้าเขาเลือกบทดีๆ ก็น่าจะมีอนาคตอีกไกล ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้เขาก็มีผลงานซีรี่ส์เรื่อง The Path อยู่ครับ

และที่ลืมไม่ได้สำหรับหลายๆ คนคือ Fuhrman ครับ เรื่องนี้เธอฉายเสน่ห์มากๆ คือเธออาจไม่ใช่คนสวยตามนิยามความสวยแบบฮอลลีวู้ดนะ แต่ผมว่าเธอมีเสน่ห์และดูน่ารัก แม้บทที่เธอเล่นส่วนใหญ่จะออกแนวน่ากลัว อย่าง Orphan, The Hunger Games หรือ Cell แต่กับเรื่องนี้เธอกลายเป็นผู้หญิงน่ารักๆ (กึ่งห้าว) คนหนึ่งได้อย่างน่าปรบมือครับ

ดังนั้นบอกเลยว่าใครที่ชอบเธอ และแอบบ่นว่าหนังเรื่องอื่นๆ เธอไม่ค่อยได้ฉายแสง ผมก็ขอแนะนำหนังเรื่องนี้เลยครับ เธอได้ฉายแสงเปล่งประกายเยอะมาก ผมชอบฉากตอนที่นอนลงบนโต๊ะขณะฟังเพลงน่ะครับ ดูเป็นโมเมนต์ที่น่ารักดี แล้วก็ตอนเอาหัวซบแอนดี้ มันสื่อฟีลลิ่งบางอย่างได้ดีทีเดียว

จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ไม่ได้รับคำชมอะไรมากมาย และเท่าที่อ่านมาก็รู้สึกว่าความรู้สึกที่มีต่อหนังเรื่องนี้แตกออกแบบชัดเจน คือถ้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบไปเลย แต่หากชอบก็จะเป็นอย่างผมนี่แหละครับ จะรู้สึกว่าองค์ประกอบของหนังมันช่างพอดีพอดิบ

เรื่องนี้เป็นงานเขียนบทและกำกับของ Minhal Baig ผู้กำกับหญิงที่ทำหนังสั้นมาพอสมควร และนี่คือการทำหนังยาวเรื่องแรกของเธอ ซึ่งจังหวะการเล่า จังหวะต่างๆ แม้จะไม่สุดยอด แต่ถือว่าไม่เลวเลยครับ เล่าได้ดี จับประเด็นมาเล่นได้ค่อนข้างดี และที่สำคัญคือมีอะไร Twist ในหนังด้วย

มันจึงต้องสปอยล์กันล่ะครับ และสิ่งที่อยู่ในโซนสปอยล์นี้คือสิ่งที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้มากขึ้น
+++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++++++
++++สปอยล์จริงๆ นะครับ+++++
+++++++++++++++++++++++
+++++++++++++++++++++++

จุด Twist คือ หนังมันแอบไซไฟด้วยครับ! อันนี้ชอบนะ หลายคนอาจบอกว่าเคยเห็นคุ้นๆ มาแล้วจาก My Sassy Girl แต่ผมว่ามันก็ยังเป็นมุกที่เข้าท่าอยู่ดี หากเอามาใช้ให้เหมาะ ประเด็นคือ ตลอดทั้งเรื่องเราจะรู้สึกได้ว่า 2 คู่ตัวเอกมีอะไรบางอย่างคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะท่าทาง เพลงที่ชอบ หรือสถานที่ที่พวกเขาไป บางทีมันก็ดูใกล้เคียงกัน

โมเมนต์ที่ชวนเอะใจที่สุด นอกจากชอบเพลงเดียวกันแล้ว ก็คือตอนที่บีตกน้ำในสระจนเปียกทั้งตัวทั้งชัด แล้วปรากฏว่าฉากต่อมาอลิซาเบธเองก็เดินลงน้ำที่อ่างอาบน้ำในห้องทั้งที่ยังใส่ชุดเหมือนกัน… หลายอย่างมันเชื่อมกันอยู่น่ะครับ (ผมชอบซีนที่คู่หนุ่มสาวเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคู่ผู้ใหญ่อยู่กันคนละห้อง… มันสื่ออะไรได้ดีเหมือนกัน)

ไปๆ มาๆ ตอนจบหนังเปิดประเด็นให้คนดูไปคิดต่อครับ เพราะมันเหมือนกับว่าตัวเอกคู่ผู้ใหญ่ น่าจะเป็นตัวเอกคู่วัยรุ่นที่ย้อนเวลามาจากอนาคต มาดูภาพวันเก่าๆ ของพวกเขาเมื่อตอนแรกรักกัน ซึ่งผมว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ และมันทำให้การที่ดรูว์แนะนำแอนดี้ และอลิซาเบธแนะนำบีดูมีความหมายมากขึ้น

มันมองได้หลายอย่างครับ จะมองว่า 2 คนนี้ย้อนมาจากอนาคตเพื่อมาดูตัวเองก็ได้ หรือถ้าจะมองให้ซับซ้อนกว่านั้นก็คือ 2 คนนี้มาจากอนาคตด้วยและเป็นโลกคู่ขนานด้วย (เพราะตอนท้าย บี พูดถึงรูหนอนและสื่อทั้งในเชิงการข้ามเวลา และในเชิงโลกคู่ขนาน – ประมาณว่าถ้าทะลุรูหนอนไป เราอาจจะยังเป็นเรา แต่ขณะเดียวกันก็อาจดูไม่เหมือนเราก็ได้ – จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไม 2 คู่ถึงมีหน้าตาต่างกัน ทั้งที่เป็นคนเดียวกัน)

หรือจะถ้ามองในเชิงไม่ไซไฟมาก ก็อาจจะมองว่าคู่ผู้ใหญ่เดินทางมายังที่เก่าๆ เพื่อรำลึกความหลัง ส่วนคู่วัยรุ่นเป็นเหมือนภาพย้อนภาพนึกที่พวกเขานึกถึง คิดถึง และอยากย้อนไปอีกครั้ง (เหมือนที่อลิซาเบธพูดว่า “บางทีเราอาจย้อนอดีตได้ แต่แก้อะไรไม่ได้ ทำได้แค่ดูมัน”)

แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็ทำให้ผมรู้สึกชอบ รู้สึกโดน รู้สึก Touch ทางอารมณ์ นอกจากนี้ภาพก็ยังสวยด้วยครับ โลเกชั่นที่เลือกถือว่าสวยทีเดียว

สรุปคือผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ แต่นี่จะเป็นหนังดีสำหรับคุณหรือไม่ ก็คงต้องหาคำตอบด้วยตนเอง แต่ถ้าถามผม ผมชอบและมองว่านี่เป็นหนังที่ทำได้ดีเรื่องหนึ่งทีเดียว และผมเชื่อว่าใครชอบหนังตระกูล Before ทั้งหลาย ก็น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยครับ
คะแนนความชอบ 7/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น