รีวิว The Monster (2016) อะไรซ่อน


จากตัวอย่างทำให้เรารู้สึกวานี่จะเป็นหนังสัตว์ประหลาดสยองขวัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็ถูกครับ แต่ถูกครึ่งเดียวเพราะอีกครึ่งหนึ่งของหนังยังเป็นแนวดราม่าว่าด้วยชีวิตที่บอบช้ำของแม่ลูกคู่หนึ่งด้วย

แคธี่ (Zoe Kazan) คือแม่ที่ติดเหล้าและมีชีวิตอันเหลวแหลก อีกทั้งยังเจ้าอารมณ์อีกต่างหาก แต่กระนั้นเธอก็พยายามจะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้… ทว่าชีวิตก็ไม่ได้เป็นดั่งใจคิดเลย

ลิซซี่ (Ella Ballentine) คือลูกสาวของแคธี่ ที่ได้รับความบอบช้ำจากการกระทำของแม่ ซึ่งก็มีทั้งวันที่ดีและวันที่เลวร้ายจนถึงขีดสุด บางครั้งเธอยังเกือบจะตัดสินใจทำเรื่องน่ากลัวลงไป แต่จนแล้วจนรอด เธอก็ยังอยู่กับแม่

แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างการเดินทางไปบนถนนสายเปลี่ยว พวกเธอต้องเผชิญกับการจู่โจมของสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึง นั่นทำให้แม่ลูกคู่นี้ต้องหาทางรอดออกไปให้ได้จากถนนร้างไร้ผู้คนแห่งนี้


หนังมี 2 ส่วนอย่างที่บอกครับ ส่วนแรกคือดราม่าว่าด้วยเรื่องของแม่ลูก โดยจะมีการตัดสลับแฟลชแบ็คให้เราเห็นความสัมพันธ์เมื่อวันเก่าก่อนของพวกเธอ ที่บอกได้เลยว่าครอบครัวเล็กๆ ของพวกเธอ (ที่มีเพียงแม่และลูกนี้) มีปัญหามากมายจริงๆ

และอีกส่วนก็คือเรื่องสยองครับ ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งเรื่องเห็นจะได้ ซึ่งเนื้อหาส่วนสยองก็คือแนวสัตว์ประหลาดนี่แหละครับ พวกเธอก็ต้องแอบในรถ ต้องหาทางรอดให้นานที่สุดเผื่อจะมีคนผ่านมาช่วย แต่ความหวังก็ริบหรี่ลงทุกขณะ

ดูแล้วก็ตระหนักได้ครับว่าผู้กำกับ Bryan Bertino ที่ลงมือเขียนบทเรื่องนี้ด้วยนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับความกลัว ความรับผิดชอบ และการช่วยเหลือตนเอง ซึ่งทั้งเนื้อเรื่องโซนดราม่าและโซนสัตว์ประหลาดต่างก็สะท้อนเรื่องราวเหล่านี้เหมือนกันนั่นและครับ

สัตว์ประหลาดอาจเปรียบได้กับปัญหาชีวิตที่เข้ามาจู่โจมแม่ลูก ซึ่งหากพวกเธอไม่ช่วยกันก็คงตายแต่แรกๆ แต่ขณะเดียวกันแคธี่ซึ่งเป็นแม่นั้นก็ทำหน้าที่ปกป้องลูกได้ไม่เต็มที่ เพราะเธอเลือกที่จะใช้ชีวิตไปกับเหล้ายามากกว่าจะพยายามให้มากขึ้นในฐานะแม่


เหมือนจะสะท้อนว่าแคธี่นั้นก็เป็นแม่ที่ไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน่ะครับ เลยทำให้บางทีลูกนี่แหละที่ต้องหาทางพึ่งตนเอง ทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองมีวันที่ดี และดูแม่ไว้เป็น “เยี่ยงอย่าง” ว่าหากเธอใช้ชีวิตในทางนั้นแล้ว เธอก็อาจมีชีวิตไม่ต่างจากแม่

ผมชอบสาระอันนี้นะครับ มันสะกิดใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ดี บางทีเราก็อาจจะลืมครับว่าเรามีผลต่อชีวิตลูกขนาดไหน บางทีเราปล่อยให้อารมณ์, ความต้องการ, ความหงุดหงิดมาครอบงำ และทำให้ลูกต้องเจอเรื่องแย่ๆ เพราะเรา ซึ่งในฐานะพ่อผมก็เข้าใจครับ บางครั้งเราก็ไม่ได้ลืมนะ แต่เหตุการณ์ต่างๆ และห้วงอารมณ์ต่างๆ มันทำให้เราหลุดการควบคุม

แต่ของแบบนี้เราก็ต้องพยายามครับ จริงๆ หากเราพยายามทำตัวให้ดีขึ้น มันได้ดี 2 ต่อเลยนะ ต่อแรกคือดีต่อตัวเราเอง เราก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเรามีความรับผิดชอบมากขึ้น และต่อที่ 2 คือดีต่อคนรอบข้าง ไม่ว่าจะคนรักหรือลูก หรือญาติมิตรต่างๆ พวกเขาก็จะได้รับอานิสงส์ดีๆ เหล่านี้เช่นกัน

การพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ได้ประโยชน์มากกว่า 1 ครับ

ครับ นั่นคือสาระของหนัง ส่วนตัวหนังนั้น บอกตรงๆ ก็คือดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเด่นเป็นพิเศษ โอเคการแสดงดีครับ แต่การเดินเรื่องมันก็เรื่อยๆ ไม่ได้เร่งเร้าอะไรมาก และบางจังหวะก็แอบ “รำคาญ” กับบางจุด อย่างตอนกลางเรื่องน่ะครับ มันมีวาระที่หนีได้ ผมก็เข้าใจนะว่าคนที่โผล่มาเขาอาจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่ลูกคู่นี้ก็ไม่พยายามที่จะบอกเลย สุดท้ายก็อดหนีกันพอดี

โดยรวมก็คือเรื่อยๆ ครับ
คะแนนความชอบ 6/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

 

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น