รีวิว Stasis (2017) สเตซิส


ยอมรับว่าผมรู้สึกช้ำใจเสมอยามที่ได้ดูหนังที่มีพล็อตเข้าท่า และน่าจะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมได้หากทำให้ดีสักหน่อยล่ะก็ แต่ไปๆ มาๆ ผลลัพธ์กลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน

อย่างเรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ พล็อตมาแนวไซไฟย้อนเวลา เรื่องประมาณว่าโลกในอนาคตเกิดมหาสงครามถึงขั้นมหันตภัยส่งผลให้ประชากรจำนวนมากตายไป และโลกก็ตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมถึงขีดสุด

แต่แล้วคนในอนาคตก็พยายามส่งคนกลับไปในอดีต ประมาณว่าส่งจิตย้อนไปเข้าร่างคนในอดีตเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ไม่ให้มันเกิดขึ้นน่ะครับ (ถึงจุดนี้ก็นึกถึง 12 monkeys ขึ้นมาเรื่องหนึ่งล่ะ)

ทว่าในขณะที่พวกเขาปฏิบัติการก็มีคนอีกกลุ่มส่งนักล่าข้ามเวลามาเพื่อจัดการกับพวกเขา ว่าง่ายๆ คือทำยังไงก็ได้ให้อดีตไม่เปลี่ยนนั่นเอง เลยทำให้ตัวเอกต้องหาทางสู้กับพวกนักล่า และหาทางทำให้อดีตเปลี่ยนให้ได้


มันคือการผสมเอาเรื่องของหนังหลายเรื่องที่ผมเคยดูในอดีต ไม่ว่าจะเรื่อง Trancers (ว่าด้วยการส่งจิตคนย้อนมาอดีต เพื่อปราบอาชญากร) เรื่อง 12 Monkeys และ The Terminator (มีนักล่ามาขัดขวางภารกิจของตัวเอก)

มันคือการเอาของเก่ามาเล่าใหม่ครับ ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่เลวนะ พล็อตมันทำให้เกิดความน่าติดตามและความลุ้นได้อยู่แล้ว แต่ผลที่ได้มันกลับไม่มีอะไรน่าติดตามนัก การแสดงก็เรื่อยๆ เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เข้มข้นอะไร

ไม่ต้องคาดหวังแอ็กชันครับ หนังไม่ได้เน้นอะไรแบบนั้น หรือในแง่ความเป็นไซไฟแล้ว จริงๆ หนังก็ไซไฟใช้ได้นะครับ มีเรื่องการย้อนอดีต การเปลี่ยนอดีต ไหนจะเรื่องผลที่ตามมายามเจ้าของร่างโดนคนจากอนาคตมายืมร่างอีก

ประเด็นพวกนี้ถ้าจะเล่นมันก็เล่นได้ครับ แล้วก็เอามาผสมกับแอ็กชันหรือลุ้นระทึกสักหน่อย ผมว่าทำให้น่าดูได้เลย แต่ทุกอย่างมันธรรมดาจริงๆ จนรู้สึกเสียดายไม่น้อย เพราะพล็อตจริงๆ ไม่ขี้ริ้ว แต่การนำเสนอมันไม่มีอะไรน่าจดจำ


อีกอย่างที่ผมชอบคือหนังแทรกประเด็นดราม่าลงไปด้วยครับ เป็นเรื่องดราม่าในครอบครัว เรื่องแม่ๆ ลูกๆ ซึ่งถ้าขยี้ดีๆ มันก็คงทำให้เกิดความซึ้งได้ ไปๆ มาๆ มันจะเป็นนวัตกรรมใหม่ได้เลยนะ เอาหนังไซไฟมาผสมกับหนังสอนชีวิตวัยรุ่น/Coming of Age น่ะ

แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับว่าเสียดายจริงๆ ทุกสิ่งนิ่งเนิ่บ และจะว่าไปแล้วเนื้อเรื่องมันจริงจังนะ แต่บางซีนบางฉากมันดูกลายเป็นเรื่องเล่นๆ ซะงั้น อย่างเวลานักล่าไล่เก็บคนจากอนาคตน่ะครับ มันดูกลายเป็นอะไรที่เบาๆ ซะงั้น

ก็พอเข้าใจน่ะว่าหนังพยายามจะทำให้ตัวละครนักล่าเป็นเหมือนตัวละครร้ายๆ หยิ่งๆ และเห็นว่าคนอื่นๆ (ที่ถูกล่า) เป็นตัวกระจอก เป็นลูกไก่ในกำมือ ก็เลยล่าไปเล่นไป อารมณ์เหมือนลูซิเฟอร์เล่นกับเหยื่อที่เป็นมนุษย์อะไรแบบนั้นน่ะครับ แต่เพราะนักแสดงยังกะน้ำหนักไม่พอ มันเลยดูไม่สมจริงขึ้นมาเลย

สรุปว่าเสียดายครับ พล็อตแบบนี้ถ้ามีคนเอาไปทำเป็นหนังใหญ่มันก็ยังได้นะ ขอให้มันสนุก ตื่นเต้น เร้าใจสักหน่อยก็ มันคงเป็นหนังที่ช่วย Retro อารมณ์หนังยุค 80 ได้เลยล่ะ หากทำดีๆ ล่ะก็… แต่สำหรับเรื่องนี้ ผ่านมาแล้วผ่านไปครับ

คะแนนความชอบ 4/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น