รีวิว Black Site Delta (2017) แบล็ค ไซต์ เดลต้า


ไม่รู้ทำไมตอนดูโปสเตอร์นี้ ผมก็นึกถึง Suicide Squad ขึ้นมา ตอนแรกนึกว่าคิดไปเอง แต่พอดูและรู้เนื้อเรื่องเท่านั้นแหละ ก็ตระหนักเลยว่าผมไม่ได้คิดไปเอง และมันไม่ได้บังเอิญแม้แต่น้อย

เรื่องของผู้ก่อการร้ายที่ไปบุกยึดฐานแห่งหนึ่งของกลาโหม ซึ่งจุดประสงค์ของพวกมันก็คือหมายจะครอบครองโดรนรบ อันเป็นโปรเจคท์ลับที่รัฐบาลทำเอาไว้ครับ ซึ่งไม่บอกก็รู้ว่าพวกเขาต้องเอาไปทำเรื่องไม่ดีแน่นอน

และที่ฐานแห่งนั้นก็ยังเป็นที่คุมขังเหล่าอาชญากรตัวสำคัญอีกด้วย ทีนี้พอพวกผู้ก่อการร้ายยึดนักโทษที่ถูกขังอยู่ นำโดย เจค (Cam Gigandet) ก็เลยนำทีมเพื่อนร่วมคุกในการต่อสู้รับมือกับพวกผู้ก่อการร้าย

ประมาณว่าเจคจริงๆ เป็นคนดีน่ะครับ เป็นมือพระกาฬที่ต้องโทษ (แบบเดียวกับที่ Nicolas Cage ต้องโทษใน Con Air น่ะ เป็นการทำผิดแบบไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร) เขาเลยมีจิตสำนึกและเป็นห่วงสวัสดิภาพของประเทศ เลยพยายามหาทางสู้กับพวกมัน


ใช่ครับ มันคือการเอา Con Air มาผสมกับ Suicide Squad ซึ่งก็เป็นสูตรที่ไม่เลวนะ เพียงแต่สูตรทั้งหลายแม้จะดีแค่ไหน แต่หากเอามาปรุงไม่ถึงที่ ผสมรสได้ไม่ถึงขีด มันก็จะไม่สามารถเปล่งประกายเงาวับออกมาได้

และหนังเรื่องนี้ก็อีหรอบเดียวกันครับ หลายอย่างมันดูธรรมดาๆ ดูเรื่อยๆ อย่างแรกที่ต้องทำใจคือทุนไม่สูงเท่าไรครับ ดังนั้นฉากบู๊หรือการไล่ล่ามันก็จะดูจำกัดในที่แคบ ไม่ได้มีอะไรอลังหรือตื่นเต้นมากมาย

ตัวละครที่เป็นนักโทษก็ดูเหมือนว่าบทจะพยายามสร้างคาแรคเตอร์ให้ อย่างพระเอกก็เป็นคนดีที่ติดคุก แล้วก็มีตัวละครบ้าๆ โรคจิตๆ, ตัวละครที่ชอบใช้กำลังอย่างเดียว แต่ไม่ชอบใช้หัว หรือไม่ก็ตัวละครเนิร์ดๆ ที่เปิดตัวด้วยการอ่านหนังสือ อะไรแบบนี้เป็นต้น

แต่โทนหนังมันดูเกรดบีน่ะครับ ฉากบางฉากดูไม่สมจริงซะงั้น (แต่บางฉากก็ดูดีพอตัว อย่างฉากห้องคอนโทรลใหญ่ๆ เป็นต้น) แอ็กชันก็ประปราย ไม่ได้มีอะไรชวนให้จดจำ แต่ก็พยายามทำใจเพราะหนังทุนไม่หนา มันก็เลยออกจะธรรมดาอยู่ในท


Gigandet พระเอกของเรื่อง ก็เป็นดาราอีกคนที่เคยทำท่าว่าจะไปได้ไกล ไม่ว่าจะตอนเล่น Never Back Down, Twilight หรือ Burlesque แต่ไปๆ มาๆ ก็สาละวันเตี้ยลงครับ ชวนให้นึกถึง Casper Van Dien ยังไงก็ไม่รู้ (แต่ถ้าพูดถึงการแสดง ผมว่า Gigandet ก็เล่นได้โอเคนะ)

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่จริงๆ เรื่องมันต้องจริงจัง มันต้องประมาณ The Rock อะไรแบบนั้นน่ะครับ แต่หลายๆ ช่วงมันกลับดูเล่นๆ ไม่ได้ดูคอขาดบาดตายอะไร ทั้งที่เหตุจริงๆ มันอันตรายต่อโลก ไม่แพ้หนังอย่าง Mission: Impossible เลยด้วย

จริงๆ ก่อนดูก็ทำใจปรับความคาดหวัง (เป็น “ไม่หวัง”) ไปแล้วล่ะครับ แต่พอได้ดูก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบนั้น เพราะจริงๆ พล็อตมันมีอนาคตนะ ถ้าได้ทุนดีๆ และได้บทที่ดีขึ้น มันคงน่าสนใจ แบบเดียวกับ Olympus Has Fallen น่ะครับ

แต่ผมก็เชื่อนะว่าสักวันก็ต้องมีคนทำหนังเอาพล็อตแบบนี้ไปทำเป็นหนังใหญ่ และต้องมีสักคนที่สามารถทำมันออกมาได้แบบสนุกสนานและน่าจดจำ… เพียงแต่เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ในระดับนั้นครับ

คะแนนความชอบ 4/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น