รีวิว Irrational Man (2015) อิเรชันนัล แมน


ตามปกติลุง Woody Allen จะทำหนังออกมาให้เราได้ชมกันปีละครั้งครับ ส่วนเรื่องนี้ทำออกมาตั้งแต่ปี 2015 แต่เพิ่งมีการออกแผ่นมาให้ได้ยลกัน (ไปๆ มาๆ ได้ดูหลัง Café Society ที่ฉายปี 2016 อีกนะนั่น)

เรื่องนี้ก็มาในแนวตลกร้ายๆ ตามสไตล์ของลุงเขาครับ ตัวเอกคือ เอ๊บ ลูคัส (Joaquin Phoenix) ครูสอนวิชาปรัชญาที่เพิ่งย้ายมา และเขาก็ได้รู้จักกับ จิลล์ พอลลาร์ด (Emma Stone) นักศึกษาที่เกิดมาชอบความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเขาเข้า

หนังก็เป็นเรื่องวุ่นๆ มีทั้งตลก ทั้งโรแมนติก และยังมีประเด็นที่คาดไม่ถึงด้วยครับ เพราะตอนแรกผมก็นึกว่ามันจะหนังรักข้ามรุ่น รักแบบหมื่นเหม่ศีลธรรมตามแบบฉบับที่ลุงเขาชอบทำ แต่ไปๆ มาๆ มันมีอะไรมากกว่านั้น

สำหรับตัวหนังก็ถือว่าเรื่อยๆ ครับ ดูได้เพลินๆ หากชอบผลงานของลุง Woody เขาน่ะนะครับ เพราะมันจะเต็มไปด้วยบทสนทนาชวนคิด แล้วก็ดาราฝีมือดีที่มารวมตัวกัน ถ่ายทอดเรื่องราวไปตามที่ลุงแกเขียนบทเอาไว้ (เพราะลุงเขาควบตำแหน่งเขียนบทด้วยครับ)


แต่ถ้าให้ว่ากันจริงๆ หนังอาจจะยังไม่กลมกล่อมนักครับ อย่างที่บอกว่ามันคือตลกร้าย ตลกแสบ และยั่วย้อกับต่อมศีลธรรมของผู้ชม โดยเฉพาะเรื่องเชิงชู้สาว (ที่มีทุกเรื่องในหนังของลุงเขา) ไหนจะยั่วล้อเกี่ยวกับความคิดด้วย

เพราะในเรื่องจะมีเหตุการณ์หนึ่งที่จะมีผลต่อเรื่องมากๆ ครับ และเหตุการณ์ที่ว่านี้ก็เหมือนจะมีขึ้นเพื่อให้เราคิดว่า “เราจะเลือกทำอย่างไร – เราจะเลือกอยู่ฝ่ายไหน?” ก็เหมือนเป็นการทดสอบทัศนคติ ทดสอบมุมมองของเราไปในตัว

สงสัยผมคงจะต้องสปอยล์ล่ะครับ แต่ก่อนสปอยล์ก็ขอสรุปคร่าวๆ ก่อนว่า หนังทำออกมาแบบดูได้เรื่อยๆ ตามสไตล์หนังตลกร้ายของ Woody Allen เพียงแต่เสน่ห์ของหนังอาจไม่เด่นชัด ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่ลุงเขาจะสามารถดึงเสน่ห์ของฉาก ของสถานการณ์ หรือของอารมณ์มาได้มากกว่านี้

แต่ตัวละครจะเล่นกันได้ดีครับ Phoenix ก็เหมาะดีกับบทประสาทเสียหน่อยๆ แล้วก็ช่างคิดมากจนบางครั้งก็กลายเป็นนำปัญหามาใส่ตัว ส่วน Stone ก็น่ารักแบบสุดๆ ครับ เรื่องนี้ฉายเสน่ห์มหาศาลได้อย่างเคย เอาเป็นว่าเรื่องนี้ดาราดี มีปมน่าสนใจ แต่การเล่าเรื่อง การขยี้ประเด็น และการคลายปมอาจไม่เด็ดแบบเต็มที่เท่านั้นเอง

===================
===================
+++ สปอยล์ล่ะนะครับ +++
===================
===================

เรื่องนี้เล่นกับต่อมศีลธรรมแบบเต็มๆ ครับ เรื่องชู้สาวหรือครูคบนักเรียนก็เรื่องหนึ่ง ส่วนอีกเรื่องก็เป็นหัวข้อที่ว่า “คุณมีสิทธิ์ที่จะฆ่าใครสักคนหรือไม่?” ซึ่งฆ่านี่ก็ฆ่าเพื่อลดคนไม่ดีลง เพื่อช่วยคนดีให้มีโอกาส อะไรประมาณนี้

เรื่องนี้แล้วแต่มุมมองจริงๆ ครับ โอเค เรารู้อยู่แล้วว่าการฆ่าคนผิดกฎหมาย แต่คนบางคนก็ร้ายกาจจนหากปล่อยไว้ก็อาจทำร้ายคนอื่น หรือไม่ก็ทำสิ่งเลวร้ายตามมาอีกมากมาย เลยทำให้บางคนมองว่า หากฆ่าเขาแล้วแผ่นดินสูงขึ้น ก็ควรทำ

แต่การฆ่าคนมันก็เป็นเรื่องผิดครับ หากเราฆ่าคนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็มีโทษทัณฑ์รอคอยเราอยู่ ปัญหาคือเราจะยอมรับโทษไหม หรือเราจะพยายามหาเหตุผลมารองรับเพื่อให้เราพ้นผิดไป? แล้วการทำเช่นนั้นมันจะเท่ากับเราพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับความผิดที่เราทำหรือไม่? แล้วเราจะต่างอะไรกับคนไม่ดี (ที่ไม่ยอมรับว่าตนผิด) ที่เราฆ่า?

นั่นคือประเด็นที่หนังเอามาเล่าให้มันย้อนแย้งกันครับ ก็เป็นอะไรที่ชวนคิดดี เพราะผมเชื่อว่าตอนดูต้องมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับเอ๊บ และคนที่เห็นด้วยกับจิลล์นั่นแหละ

อะไรคือถูก อะไรคือผิด… ใครเล่าจะตอบชัด  (แต่อย่างน้อยหนังก็จบแบบกรรมสนองกรรมอยู่เหมือนกัน ผมก็กะแล้วล่ะครับว่าต้องจบแบบนี้ จะไปจบอีกแบบก็คงผิดวิสัยลุง Woody เขา)

คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น