รีวิว Imperium (2016) สายลับขวางนรก


หนังเรื่องนี้มีความเข้มข้นในระดับหนึ่งครับ เพียงแต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่หนังตอบโจทย์จริงๆ ต้องยกให้เนื้อหา ยกให้ข้อมูลน่าสนใจที่หนังนำเสนอ ในขณะที่ตัวหนังก็ถือว่าโอเค เป็นดราม่าทริลเลอร์ที่น่าพอใจ

หนังอิงจากเรื่องจริงของ Michael German เจ้าหน้าที่ FBI ที่ปลอมตัวแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มนีโอนาซีหัวรุนแรง ผู้เทิดทูนในชนผิวขาวเหนืออื่นใด และพวกเขามีแผนที่จะคร่าชีวิตเชื้อชาติอื่นๆ ตามวิถีแนวทางของลัทธิตน

ตัวเอกในฉบับหนังก็คือ เนท ฟอสเตอร์ (Daniel Radcliffe) ครับ เขาได้รับมอบหมายจากจากแองเจล่า แซมพาโร่ (Toni Collette) ให้แทรกซึมเข้าไปสืบถึงแผนร้าย เพื่อที่ทางการจะได้สามารถยับยั้งแผนอันตรายได้ทัน

ตัวหนังถือว่าอยู่ในระดับเรื่อยๆ ครับ มันไม่ได้เข้มข้นจัดๆ แบบ Body of Lies หรือความตึงเครียดของหนังก็ไม่ถึงกับเยอะอะไร ดังนั้นพอบรรยากาศและอารมณ์ของเรื่องมันไม่ถึงกับหนัก ก็เลยทำให้ความกดดันไม่ค่อยเยอะ ซึ่งก็อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกว่ามันไม่ Real เท่าที่ควร


แต่กระนั้นก็ต้องชม Radcliffe ครับ เขารับบทเนทได้ดี ดูแล้วเชื่อว่าเขามีความจริงใจ มีความมุ่งมั่น แม้เขาจะเข้าแทรกซึมเพื่อสืบคดีและเอาเข้าจริงๆ แล้วหน้าที่ของเขาคือเล่นงานพวกนั้น แต่เขาก็ยังมีมิตรภาพมอบให้ในฐานะเพื่อนมนุษย์

โดยส่วนตัวผมว่าน่าสนใจดีครับ เพราะปกติหนังแทรกซึมไปสืบแบบนี้มักทำให้เรารู้สึกว่าคนที่ไปแทรกซึมมีความเกลียดชังอาชญากร แต่กับเรื่องนี้เนทมาในแนว “คนที่พยายามเข้าใจ ว่าอะไรที่ทำให้คนคิดแบบนั้น” เขาจะไม่ด่วนตัดสิน แต่เขาจะวิจัยความคิดและพฤติกรรมของทุกคน พร้อมทั้งมองหลายๆ มุม

หนังมีอะไรให้ขำแบบแสบๆ อยู่เยอะเหมือนกันครับ อย่างตำราคู่ใจที่แองเจล่าให้เนทอ่านก่อนปฏิบัติการคือหนังสือของ Dale Carnegie ซึ่งก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ เพราะการที่เราจะเข้ากับใครให้ได้นั้น มันก็จะมีหลักสากลอยู่ เป็นหลักที่เราใช้ได้เสมอไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นคนแบบไหนก็ตาม

ช่วงต้นๆ กับกลางๆ ของหนังถือว่าน่าสนใจดีครับเพราะมันจะมีประเด็นการวิเคราะห์จิตใจของกลุ่มนีโอนาซีหรือคนรุนแรงแทรกมาเป็นระยะ สำหรับผมซึ่งเป็นคนชอบหนัง “ว่าด้วยข้อมูล” ก็เลยถูกจริตครับ มันเป็นการทำให้เราได้เห็นเรื่องพวกนี้ในหลากประเด็นและหลายมุมมากขึ้น


ดูแล้วทำให้คิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาครับ คือเรื่องของ “เหตุผล” ที่คนเรามักคิดว่าเรามีเหตุผล และคิดไปว่าคนอื่นที่คิดไม่เหมือนเรานั้น “เป็นพวกไม่เข้าใจเหตุผล หรืออาจเป็นคนไม่มีเหตุผล” แต่ในความจริงแล้ว เขาอาจมีเหตุผลในแบบของเขา และเหตุผลที่ว่านี่มันก็อาจมีน้ำหนักสำหรับเขามากๆ ไม่ต่างจากการที่เหตุผลของเรามีน้ำหนักต่อเรามากๆ เช่นกัน

ตอนที่เนทพูดขึ้นในใจไว้ “ไม่มีทางเลยที่ทำให้พวกนีโอนาซียุติในสิ่งที่พวกเขาทำ” เพราะพวกนีโอนาซีเชื่อว่าเขาทำสิ่งที่ถูก และมันมีชุดเหตุผลอันหนักแน่นให้เขาตั้งมั่นกับการกระทำนั้น มันทำให้ตระหนักว่า “เหตุผลมีหลายด้าน” เพราะบางครั้งเหตุผลก็ทำให้คนทำในสิ่งที่ดี แต่บางทีเหตุผลนี่แหละที่ทำให้คนฆ่ากัน เอาเปรียบกัน เกลียดกัน และอยากทำร้ายกัน

นี่คือโลกที่เราอยู่อาศัยครับท่านทั้งหลาย เราคงต้องยอมรับว่าเราไม่อาจเปลี่ยนให้ทุกคนในโลกคิดเหมือนกันได้ ยังไงผู้ก่อการร้าย คนคลั่งลัทธิ นักการเมืองขี้ฉ้อ ฯลฯ ก็จะคงอยู่ในโลก เราจะต้องคอยรับมือและรับผลจากคนเหล่านี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าโลกจะดับสูญสิ้นสลายไป – เราทำได้เพียงปกป้องตน เราทำได้เพียงจำกัดโอกาสในการเกิดโศกนาฏกรรม และเราทำได้เพียงพร้อมรับอะไรก็ตามที่อาจจะเกิด เมื่อคนเหล่านั้นทำสำเร็จ

ในแง่หนังแล้ว ก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ แต่ที่ผมชอบกว่าคือเนื้อหาและประเด็นชวนคิด ซึ่งก็แปลกดีที่แม้หนังจะไม่ได้ทำให้เรารู้สึกหดหู่สิ้นหวัง แต่สาระด้านในที่มันมอบให้ มันทำให้ผมคิดแบบนั้นจริงๆ มันทำให้เรายอมรับความจริงที่ว่า ยังไงเหตุสลดจากคนเหยียดผิว คนก่อการร้าย ฯลฯ จะยังคงอยู่ และจะยังมีคนตายเพราะเหตุเหล่านี้อีกแน่นอน ไม่วันพรุ่งนี้ก็วันต่อไป...

คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น