รีวิว The Neon Demon (2016) สวย อันตราย


สิ่งที่ดึงดูดให้ผมสนใจหนังเรื่องนี้ นอกจากจะมี Elle Fanning นำแสดงประกบกับ Jena Malone แล้ว ก็หนีไม่พ้นการนำเสนอภาพที่เล่นกับแสงสีและจัดมุมกล้องวางตำแหน่งฉากกันแบบสุดฤทธิ์ ซึ่งผลที่ได้คือภาพสวยๆ และผมเองก็ชอบหนังภาพสวยๆ แปลกๆ ประมาณนี้อยู่แล้วด้วย

แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ผมนึกถึง Under the Skin ที่มาพร้อมงานภาพแปลกตาเหมือนกัน ซึ่งมันก็ทำให้ผมเผื่อใจไว้ก่อนแล้วว่าหนังมันคงจะเดินเรื่องไม่เหมือนหนังธรรมดา ต้องมีอะไรให้ตีความกันตามระเบียบ

ถ้าพูดถึงการตีความงานภาพก็ถือว่าสนุกดีครับ ภาพสวยๆ จัดวางแบบมีนัยให้เราค้นหา ซึ่งเอาเข้าจริงมันไม่ได้ตีความยากเย็นขนาดนั้น เพราะสิ่งที่ภาพสื่อก็คือสารที่หนังมีอยู่แล้ว มันคือเรื่องราวชีวิตของคนเดินดินที่ยังมีกิเลสตัณหาเป็นตัวขับเคลื่อนนั่นเอง

Elle Fanning รับบทนางแบบสาวที่ไต่ระดับจากนางแบบธรรมดาจนในเวลาต่อมาก็ได้รับความสนใจ ใครต่อใครต่างต้องการตัว แต่ขณะเดียวกันพอเธอเด่นขึ้นมา ก็กลายเป็นภัยแก่ตัว เพราะมันนำมาสู่ความอิจฉาริษยา และทำให้เธอต้องเผชิญกับ “ปีศาจ” หลากรูปแบบที่ตรงมาหาเธอ

สำหรับผมแล้ว ของอร่อยของหนังก็คือภาพนี่แหละครับ การจัดวางสิ่งต่างๆ ฉาก เหมือนเรากำลังดูภาพอาร์ทๆ ต่อเนื่องกันไป โดยภาพเหล่านั้นก็บอกเล่าเหตุการณ์และสะท้อนสาระชวนให้ขบคิด ร่วมกับเรื่องราวที่จริงๆ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ เพียงแต่ลีลาการเดินเรื่องกับภาพมันอาจทำให้เรารู้สึกว่าหนังมันดูยาก

ลึกๆ แล้วผมว่าหนังไม่ได้ดูยากครับ เนื้อเรื่องก็เดินไปเรื่อยๆ ถ้าดูแบบตั้งใจก็สามารถรู้เนื้อเรื่องได้ไม่ยาก เพียงแต่ภาพในแต่ละฉากมันดูอลังประหนึ่งงานศิลป์ ซึ่งถ้าใครชอบอะไรแบบนี้ก็ดีไป แต่หากใครไม่สันทัด ภาพที่ว่าสวยๆ ทั้งหลายก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคไปแบบไม่ตั้งใจ

เพราะบางคนอาจรู้สึกว่าภาพมันดูยาก เลยมองว่าหนังดูยาก มองว่าตัวเองดูไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็เลยเข้าไม่ถึงหนัง ทั้งที่จริงๆ เนื้อเรื่องมันก็สะท้อนชีวิตคน มันคือเรื่องรักโลภโกรธหลง, การแก่งแย่งแข่งขัน, การทำลายคนอื่นเพื่อยกระดับตนเอง, การยอมเฉือนบางส่วนของตนทิ้ง เพื่อไปสู่สิ่งที่ (ตัวเองคิดว่าหรือสังคมบอกว่า) ดีกว่า

มันก็ทำให้ผมคิดน่ะนะครับ ว่าจริงๆ ภาพศิลป์ที่ได้รับการยกย่องมากมาย จริงๆ หลายภาพมันไม่ได้ดูยากเย็นอะไร ถ้าเราดูแล้วตีความตามที่คิดมันก็ได้แล้ว (เพราะจริงๆ มันไม่ได้มีถูก-ผิดอะไรขนาดนั้น)

แต่บางทีคนที่สันทัดเรื่องศิลป์ก็ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่ามันสูงส่งจนเกินศักดิ์ ส่วนคนที่ไม่ชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้วบางคนก็อาจจะยิ่งไม่ชอบและกลายเป็นห่างเหินไป ซึ่งจริงๆ ผมว่ามันน่าจะมีจุดตรงกลางนะ ให้คนที่เข้าใจศิลป์กับคนทั่วไปที่เดินดินสามารถมาเจอกัน และแลกเปลี่ยนกันได้

ถ้าถามว่าชอบไหม ก็บอกได้ว่าผมเพลินกับภาพครับ ส่วนเนื้อเรื่องก็เรื่อยๆ เหมือนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องราวมันมีทิศทางมากกว่า อย่างที่บอกครับว่าหนังเน้นให้ภาพเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งก็ถือเป็นวิธีการเล่าเรื่องแบบหนึ่งที่มอบความแปลกให้หนังได้

เพราะจริงๆ มันคือสงครามนางแบบน่ะครับ ถ้านำเสนอแบบทั่วไปก็คงไม่ต่างจากซีรี่ส์น้ำเน่า Soap Opera เลยมีการปรุงรสเติมลีลาให้น่าสนใจโดยใช้ภาพมาเป็นตัวเอก ซึ่งก็ถือว่าเป็นงานที่น่าสนใจ และเชื่อว่าหลายคนคงชอบกัน (แต่ถ้าใครไม่ชอบก็คงงงหรือไม่ก็ดูไม่จบ)

ส่วนผมนั้นก็เรื่อยๆ ครับ ดูจบคือจบ ไม่ได้อยากดูซ้ำ เพราะผมว่าลึกๆ แล้วผมไม่ได้ชอบหนังแนวนางแบบหรือหนังที่มีตัวละครมาแก่งแย่งกันแบบนี้ (หากทะเลาะตอนต้นแล้วช่วยกันตอนหลังแบบหนังญี่ปุ่นที่กระตุ้นอารมณ์ Feel Good ก็ว่าไปอย่าง)

บางทีสิ่งที่เราไม่ชอบ… ต่อให้แปลงร่าง สวมชุดใหม่ หรือปลอมตัวขนาดไหนก็ตาม แต่หากเราไม่ชอบจริงๆ แล้ว ยังไงก็คงอย่างนั้นครับ

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น