รีวิว Tale of Tales (2015) ตำนานนิทานทมิฬ


ลองว่าเป็นหนังแนวหลายเรื่องสั้น in 1 นี่ผมก็ต้องหาโอกาสดูเสมอครับ เพราะมันเข้าทาง ไม่ว่าจะแนวสยองหรือแนวดราม่า-ตลก-โรแมนติกก็ตาม เพราะหนังตอนสั้นแบบนี้ มันก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน (แบบที่หนังยาวๆ บางทีก็ทำไม่ได้)

แต่เรื่องนี้การนำเสนออาจจะแตกต่างไปบ้าง เพราะไม่ได้นำเสนอเรียงตอน แต่เล่า 3 ตอนไปพร้อมๆ กัน ตัดสลับไปกันไป ซึ่งคนดูก็ต้องตั้งสติกันเล็กน้อย เพราะไม่งั้นอาจงงได้ว่าตกลงตอนนี้หนังกำลังเล่าเรื่องของตอนไหนอยู่กันแน่

เรื่องแรกคือ The Queen เมื่อราชา (John C. Reilly) และราชินี (Salma Hayek) ทรงต้องการจะมีพระโอรส แต่ก็ยังไม่สำเร็จเสียที จนมีผู้แนะนำว่าต้องให้องค์ราชินีกินหัวใจของมังกรแบบสดๆ เท่านั้น ถึงจะทำให้มีพระโอรสได้

เรื่องที่ 2 คือ The Flea เมื่อราชาของอาณาจักรฮิลล์ไฮส์ (Toby Jones) ทรงเลี้ยงเห็บไว้จนตัวใหญ่โต เรียกว่าทรงรักและเข้าใจมันมากกว่าพระธิดาแท้ๆ ขององค์เองเสียอีก และความวุ่นวายก็เริ่มต้องเมื่อพระธิดาต้องการมีพระสวามี

เรื่องที่ 3 คือ The Two Old Women ว่าด้วยเรื่องของราชาแห่งอาณาจักรสตรองคลิฟฟ์ (Vincent Cassel) ที่ตกหลุมรัก “เสียงของผู้หญิง” คนหนึ่ง ซึ่งพระองค์ก็เชื่อว่าหญิงนางนั้นต้องสาวสวยแน่นอน แต่ที่ไหนได้ เจ้าของเสียงกลับแก่เฒ่าเหี่ยวยานอย่างแรง

จริงๆ 3 ตำนานในเรื่อง ซึ่งดัดแปลงจากบทกวีอิตาเลียนของ Giambattista Basile มันคือตำนานที่หม่นมืด สยองขวัญ และไม่ได้ชูใจให้สดชื่นแต่อย่างใด (ยกเว้นดูแล้วถอดสาระของแต่ละตอนไปใช้ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสพบเจอเรื่องดีๆ ในชีวิต)

แต่เรื่องราวหม่นปนคาวเลือดที่ว่าได้รับการนำเสนอผ่านฉากสวยๆ ฉากหลังมักเป็นโทนที่ดูขาวและสว่าง มันก็เป็นการตัดกันทางอารมณ์ที่น่าสนใจดีครับ ภาพเรื่องราวเลวร้าย ภาพโหดๆ คนอัปลักษณ์ หรือเลือดแดงฉาน ถูกนำเสนอโดยมีเบื้องหลังเป็นฉากที่เป็นประหนึ่งดั่งผ้าขาว

มองในแง่หนึ่ง ก็เหมือนสะท้อนด้านอัปลักษณ์ของมนุษย์ได้ดีเหมือนกันนะครับ มันเหมือนว่ากิเลสตัณหาและความไม่รู้ของมนุษย์นี่เองที่เพิ่มความสกปรกโสมมให้กับโลก ยิ่งฉากหลังในแต่ละเรื่องดูสะอาดแค่ไหน ก็ยิ่งขับเน้นความสกปรกหรือสิ่งน่าอดสูที่ตัวละครในแต่ละตอนทำ ให้เห็นเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

อาจเพราะหนังดัดแปลงเรื่องราวมาจากบทกวี การนำเสนอเลยได้อารมณ์เหมือนกวีที่ได้รับการขับกล่อม ซึ่งมันจะไม่ได้เร่งเร้า ไม่ได้เหมือนหนังทั่วๆ ไปที่จะมีการปรุงความเข้มข้นหรือรสตื่นเต้นลงไป

ดังนั้นผมก็เชื่อว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งเพลินไปกับหนัง มองว่าจังหวะของเรื่องและฉากต่างๆ มันเข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่อีกกลุ่มก็จะมองว่าหนังออกแนวเรื่อยๆ ไม่มีอะไรให้ชวนติดตาม ไม่มีความเร้าใจตื่นเต้น ซึ่งก็ต้องบอกไว้ก่อนครับว่าใครชอบอะไรเร้าๆ ก็ต้องเตรียมใจไว้เยอะหน่อยก่อนรับชม

หนังสะท้อนให้เราพิจารณาการกระทำและการตัดสินใจที่ “โง่เขลา” หรือ “ขาดการไตร่ตรอง” ของตัวละครต่างๆ ที่บางคนก็ตัดสินใจด้วยอารมณ์ ด้วยความหลง บางการกระทำก็ขาดความพอดีจนทำให้ผลที่ตามมาส่งผลร้ายต่อชีวิตรวมถึงคนรอบข้าง

สำหรับผมแล้ว ก็รู้สึกเรื่อยๆ กับหนังครับ ว่าตามจริงคือไม่ถึงกับชอบอะไรมาก แต่ก็ชอบสไตล์การนำเสนอที่แม้จะไม่ใช่แนวของเรา แต่ก็ชื่นชมในการกล้านำเสนอ ที่จะว่าไปก็สร้างสรรค์ใช้ได้ ทำให้หนังเรื่องนี้มีรสชาติต่างจากหนังสไตล์เทพนิยายหลายๆ เรื่อง เพียงแต่ว่ามันยังไม่สุดหรือไม่เด่นแบบเต็มๆ เท่านั้นเองครับ

คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น