รีวิว Sausage Party (2016) ปาร์ตี้ไส้กรอก


ได้ยินกิตติศัพท์ความแสบของการ์ตูนเรต R เรื่องนี้มานาน มาวันนี้สบโอกาสก็เลยจัดซะ พอดูแล้วก็เข้าใจเลยครับว่าทำไมเรตมันต้อง R ก็แต่ละมุกเล่นติดเรตใต้สะดือหรือไม่ก็ออกแนวโหดซะเต็มที่เสียขนาดนั้น

คนต้นคิดไอเดียการ์ตูนเรื่องนี้ก็คือ Seth Rogen (The Green Hornet, Neighbors) พระเอกท้วมจอมทะเล้นที่เกิดอยากทำการ์ตูนที่ออกแนวด้านมืด ที่เป็นคนละขั้วกับการ์ตูนใสๆ ของ Walt Disney ซึ่งพี่ท่านก็ปิ๊งไอเดียมาตั้งแต่ปี 2007 ครับ

จากนั้นเขาก็มายำไอเดียร่วมกับเพื่อนๆ อย่าง Evan Goldberg (คนกำกับ This is The End และ The Interview) กับ Jonah Hill (21 Jump Street) ก่อนจะได้ Kyle Hunter และ Ariel Shaffir (มือเขียนบท The Night Before) มาช่วยกันเกลาอีกที

แล้วก็ได้มาเป็นพล็อตสุดเพี้ยนว่าด้วยโลกในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เหล่า “วัตถุดิบในการทำอาหาร” ล้วนเชื่อกันว่าโลกภายนอกนั้นคือดินแดนสวรรค์ และลูกค้าที่มาช้อปก็คือผู้ที่จะมาพาพวกเขาไปสู่ดินแดนอันแสนสุข โดยหารู้ไม่ว่าความจริงมันตรงกันข้ามครับ เพราะพวกนี้จะต้องโดนเอาไปต้มผัดแกงทอดต่างหาก

ทีนี้ก็มีตัวเอกเป็นไส้กรอกหนุ่มกับขนมปังสาวที่ค้นพบความจริงและพยายามเอาตัวรอด ซึ่งเนื้อหานอกเหนือจากนี้ไปดูเองจะมันส์สุดครับ เพราะจริงๆ ผมว่าเนื้อเรื่องมันไม่อะไรหรอก แต่ลูกเล่น มุกต่างๆ ที่หนังเอามาใช้ต่างหากที่เป็นของสนุก

หนังมันฮาจนถึงขั้นถ่อยในหลายๆ วาระครับ มุกใต้สะดือเยอะมาก การที่ติดเรต R ก็ไม่แปลกล่ะครับ มันมาทั้งมุกสองแง่สามง่าม เลยไปจนถึงมุกที่ชัดเจนจะๆ ตากันไป จนบอกได้เลยว่าใครชอบหนังสัปดนน่าจะฮากระจายกับหนังเรื่องนี้

แล้วหนังยังกลายเป็นหนังโหดอีกต่างหาก พวกฉากที่อาหารชนิดต่างๆ โดนเอาไปปรุงนี่ก็กลายเป็นความสยองขึ้นมา เชื่อว่าหลายคนดูเรื่องนี้แล้วคงมองอาหารเวลาที่เราปรุงไม่เหมือนเดิมล่ะครับ มันเหมือนเป็น Toy Story ที่มีตัวเอกเป็นอาหารที่เรากินน่ะครับ

คนทำก็ช่างคิดดีจริงๆ ต้องยอมรับในความกล้าและความบ้าเลยครับ มันฮาแสบสันต์ แล้วยังจิกกัดมนุษย์อีกเพียบ ไม่ว่าจะผ่านทางพฤติกรรมที่อาหารมองมาที่พวกเรา หรือพฤติกรรมที่สิ่งของบางอย่างไปทำตามแบบของมนุษย์ (อย่างการดูดกลืนสิ่งอื่นเพื่อต่อชีวิตตน เป็นต้น)

หนังทำรายได้ทั่วโลกไปประมาณ $140 ล้าน ดูเหมือนไม่เยอะมาก แต่ทุนน่ะแค่ $19 ล้านเท่านั้นครับ กำไรกระหน่ำชัดเจน ไหนจะตอนออกแผ่นอีก กลายเป็นการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จและทำกำไรมากกว่าหนังฟอร์มยักษ์ในปีเดียวกันจากค่ายเดียวกันอย่าง Ghostbusters ซะอีก

ดูหนังเรื่องนี้มันก็ขำดีล่ะครับ บ้าบอ ตลก บางตอนก็เหมือนดู Happy Tree Friends (แต่จะไม่หนักเท่า) ถือเป็นการ์ตูนที่ดูเอาฮาคลายเครียดได้ แต่ขณะเดียวกันท่านก็ต้องไม่ลืมตรวจเช็คให้ดีนะครับว่ารับสไตล์นี้ได้ไหม หากไม่ชอบอะไรห่ามๆ หื่นๆ ก็อาจไม่ถูกใจหนังเรื่องนี้ก็ได้

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนเข้าโรงมีใครพาลูกเด็กเล็กแดงไปดูหรือเปล่า หรือตอนออกแผ่นมีใครคิดว่าเป็นหนังการ์ตูนเลยเอามาเปิดให้เด็กดู เอาเป็นว่าหากทำแบบนั้นก็อย่าลืมสอนลูกหลานเพิ่มเติมด้วยครับ เพราะหนังมันก็แรงอยู่เหมือนกัน (แค่นี้สังคมก็แรงพออยู่แล้วครับ)

ประเด็นหนึ่งที่ผมชอบก็คือเรื่องเกี่ยวกับดินแดนสวรรค์, การที่สิ่งของเชื่อว่ามนุษย์เป็นพระเจ้าก็เรียกว่าเป็นชุดความเชื่อหนึ่งที่มองได้ 2 แง่ล่ะครับ แง่หนึ่งก็มองว่านั่นเป็นความเชื่อที่ผิดไปจากความจริง แต่อีกมุมก็อาจจะมองได้ว่า อย่างน้อยความเชื่อที่ว่าก็ทำให้สิ่งของต่างๆ มีความสุข ทำใจให้สบายได้ก่อนจะต้องออกไปตายกัน มันก็อาจจะดีกว่าให้รู้ความจริงแล้วจิตตก รู้แล้วไม่มีวาระแห่งความสุขใดๆ เลยแม้แต่นาทีเดียว

มันก็สะท้อนเรื่องให้คิดต่อได้อีกเหมือนกัน

คะแนนความชอบ 6/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

 

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น