รีวิว Last Scene Alive: An Aurora Teagarden Mystery (2018)


ดำเนินมาถึงภาคที่ 7 แล้วสำหรับเรื่องราวของ ออโรร่า ทีการ์เดน (Candace Cameron Bure) ผู้ที่ทำงานในห้องสมุด และสนุกกับการตั้งชมรมนักสืบสมัครเล่น โดยเธอจะใช้เวลาว่างๆ มาร่วมคุยไขคดีต่างๆ กับเพื่อนสมาชิก

แต่ที่เธอทำบ่อยกว่าคือการทำตัวเป็นนักสืบครับ เธอคอยตามล่าหาความจริงเกี่ยวกับฆาตกรรมที่มักจะเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเธอ และล่าสุดโรบิน แดเนียล (Robin Dunne) เพื่อนในชมรมก็ตัดสินใจเอาเรื่องของออโรร่าเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายสืบสวน ซึ่งตัวเอกของนิยายก็อ้างอิงคาแรคเตอร์มาจากออโรร่านี่แหละ

ตัวนิยายโด่งดังจนมีคนเอาไปทำเป็นหนังครับ แต่เรื่องมันก็มาเกิดกลางกองถ่ายเมื่อดาราสาวที่รับบทนำถูกพบเป็นศพในรถเทรลเลอร์ของเธอเอง และก็ให้พอดีที่ออโรร่าไปอยู่ในกองถ่ายวันนั้นด้วย… คงเดาได้ไม่ยากน่ะนะครับว่าเธอจะทำอะไรเป็นอย่างแรก

ระหว่างดูนี่ก็ทึ่งเหมือนกันครับ เพราะเผลอแป๊บเดียวหนังทำออกมาถึง 7 ตอนแล้ว ซึ่งลองว่าถึงนาทีนี้การแสดงของ Bure ก็ไม่ต้องห่วงล่ะครับ เธอกลายเป็นออโรร่าแบบเต็มๆ ไปแล้ว มาพร้อมบุคลิกใคร่รู้ (แต่ไม่ถึงกับสอดรู้) พอเจอคดีทีไรควบคุมตัวเองไม่อยู่ ต้องลงมือขอสืบทุกที

จนกลายเป็นเรื่องให้ฮาเมื่อ ลินน์ สมิธ (Miranda Frigon) ตำรวจสาวประจำเมืองต้องออกปากตั้งแต่นาทีแรกที่เกิดคดีว่า “คุณช่วยอยู่ห่างๆ เลยนะ” เพราะออโรร่าแอบสืบคดีบ่อยมาก แล้วก็นำตัวเองไปสู่อันตรายบ่อยมาก จนลินน์เองไม่อยากให้ออโรร่าไปเจออันตรายอีก เลยออกปากตั้งแต่ต้น

ภาคนี้ออโรร่าเลยต้องแอบสืบน่ะครับ เลยมีฉากน่ารักๆ ตามมาเรื่อยๆ อย่างตอนตำรวจแถลงข่าวเกี่ยวกับคดี ออโรร่าก็ไปเสนอหน้าไม่ได้ เธอเลยต้องเกาะกำแพงแอบอยู่หลังห้อง แล้วก็แอบฟัง ปรากฏว่าพอฟังไป เพื่อนๆ ในชมรมของเธอก็โผล่มาทีละคน

แล้วไปๆ มาๆ พวกเขาก็เลยตั้งวงถกเกี่ยวกับคดีมันตรงนั้น ตรงกำแพงมืดๆ นั่นแหละ ซึ่งมันก็เป็นภาพที่ฮาดีน่ะครับ คือพวกเขาต่างก็สนุกกับการหาความจริง จนลืมไปเลยว่าถ้าใครมาเจอเข้าล่ะก็ พวกเขามีหวังโดนตำหนิกระจายแน่

สำหรับเรื่องราวในภาคนี้จริงๆ ก็ดูเหมือนจะซับซ้อนอยู่ แต่แม้หนังจะพยายามวางหมากลวงเรา แต่เราก็พอเดาได้ว่าคนร้ายน่าจะเป็นใคร ซึ่งตอนไคลแม็กซ์ที่ออโรร่าไปเจอกับคนร้ายนั้นก็ถือว่าทำได้ตื่นเต้นดี จนเรียกได้ว่าน่าจะเป็นฉากไคลแม็กซืที่ดูใหญ่ที่สุดในบรรดาคดีที่ผ่านๆ มาแล้วล่ะ

สิ่งหนึ่งที่ผมเสียดายคือ Lexa Doig ที่รับบทแซลลี่ เพื่อนสนิทของออโรร่าไม่ได้มาร่วมแสดงด้วย ผมว่าถ้าเธอมามันคงสนุกล่ะครับ แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยบทของ ไอด้า (Marilu Henner) แม้ของออโรร่ายังมีอยู่ และภาคนี้เธอก็ได้โชว์พาวปกป้องลูกสาวได้อย่างน่าประทับใจด้วย

หนังกำกับโดย Martin Wood ที่เคยทำ 2 ภาคแรกของหนังเรื่องนี้ไว้ มาภาคนี้ก็ถือว่าทำได้โอเคครับ การเดินเรื่องทำได้ดูเพลินดี เพียงแต่คดีอาจจะยังไม่เด็ดพอ ทั้งที่จริงๆ อย่างที่บอกน่ะครับว่าเรื่องมันก็ดูมีอะไร แต่การทิ้งปม ตามปม และวางปมยังไม่ลงตัวเท่าไรนัก

จะว่าไปแล้วหนนี้ออโรร่าเจอกับภัยที่ดูจะใกล้ตัวอยู่ เพราะนอกจากการสืบคดีแล้ว ก็ยังมีคนลึกลับพยายามติดตามเธอด้วย แต่ก็นั่นล่ะครับ การปรุงรสในเรื่องการสืบสวนเหมือนจะยังไม่เด็ดเท่าไร เลยทำให้พล็อตที่ดูจะมีอะไร ยังไม่เด่นเท่าที่ควร

แต่กระนั้นก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ สำหรับแฟนโรร่าครับ ก็อยากรู้เหมือนกันนะว่าเขาจะทำออกมาอีกกี่ตอน และ Hallmark จะจับนิยายนักสืบสาวอันไหนมาทำอีก เพราะอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกก็คือ แม้หนังเหล่านี้จะไม่ได้ถึงกับสุดยอดอะไร แต่ก็ดูเพลินๆ ไม่ผิดหวังดีครับ

คะแนนความชอบ 6.5/10

รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น