รีวิว Steve Jobs (2015) สตีฟ จ็อบส์


steve-jobs-movie-poster.-header

ผมเป็นคนชอบ “หนังดราม่ามันส์ๆ” ครับ และหนังเรื่องนี้ก็ตอบโจทย์สำหรับผมได้ดีทีเดียว

หนังดราม่ามันส์ๆ ก็คือหนังชีวิตนี่แหละครับ แต่ถ่ายทอดออกมาแบบเร้าอารมณ์ การเล่าเรื่องสั้นกระชับแต่ได้ใจความ รวมถึงมีการครีเอทฉากต่างๆ ให้มันดูมีอะไรสดๆ (ว่าง่ายๆ คือไม่ได้แช่กล้องหรือเล่าแบบเรื่อยๆ 1 2 3 4)

เมื่อหนังเรื่องใดมีองค์ประกอบเหล่านี้ครบ มันก็จะเป็นหนังดราม่ามันส์ๆ สำหรับผมทันที

Steve Jobs ถือเป็นหนังดราม่ามันส์ๆ ครับ หนังไม่ได้เล่าแบบหนังชีวประวัติ ประเภทย้อนอดีตไปเล่าตั้งแต่เด็ก แล้วก็ค่อยๆ ดำเนินเรื่องไปจนจบ แต่หนังเลือกจะเล่าชีวิตและตัวตนของ สตีฟ จ็อบส์ ผ่านเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์

steve-jobs-movie-poster.-heade3r
เหตุการณ์ที่ 1 เกิดในปี 1984 ตอนจ็อบส์กำลังจะเปิดตัวเครื่อง Macintosh, เหตุการณ์ที่ 2 เกิดในปี 1988 ตอนจะเปิดตัว NeXT Computer (หลังจากเขาโดนให้ออกจาก Apple) และเหตุการณ์ที่ 3 เกิดในปี 1998 ตอนเขาเปิดตัวเครื่อง iMac

ครับ แม้หนังจะเล่าแค่ 3 ช่วงใหญ่ๆ แต่ถือว่าหนังถ่ายทอดตัวตนของจ็อบส์ออกมาได้แบบดีมากๆ แน่นอนว่าความดีความชอบสำคัญก็ต้องยกให้ Michael Fassbender ที่ทำให้เราเชื่อว่าชายคนนี้คือจ็อบส์ บุรุษผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ทะเยอทะยาน สมองแล่นตลอดเวลา และไม่ยอมแพ้ให้ใครหรืออะไรง่ายๆ

แต่ขณะเดียวกันภายในจิตใจของเขาก็มีปมบางอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว (ทั้งเรื่องพ่อแม่และเรื่องลูกเมีย), เรื่องสัมพันธภาพกับคนในที่ทำงาน, เรื่องความคาดหวังที่เขามีและที่คนอื่นๆ มีต่อเขา หรือเรื่องความไม่มั่นใจบางอย่างที่เร้นอยู่ในใจ ใช่ครับ ภายนอกเขาดูมั่นใจ แต่ขณะเดียวกันหนังก็สื่อถึงความไม่มั่นใจได้อย่างพอเหมาะเช่นกัน

ทำให้ไม่แปลกใจที่ Fassbender ได้เข้าชิงออสการ์และลูกโลกทองคำจากบทนี้ เช่นเดียวกับ Kate Winslet ที่รับบท โจแอนนา ฮอฟฟ์แมน ผู้ช่วยคนสนิทของจ็อบส์ที่รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดในชีวิตของจ็อบส์ ทั้งร่วมทุกข์ ร่วมสุขในทุกสิ่งอย่าง จนทำให้เธอรู้ใจจ็อบส์มากที่สุดคนหนึ่ง

steve-jobs-movie-poster.-heade2r
อันนี้ยกนิ้วให้ Winslet เลยครับ เพราะเธอต้องรับมือชายคนนี้ในทุกสถานการณ์ ช่วยจัดการในทุกเรื่องให้ราบรื่น หรือบางเรื่องที่จ็อบส์ปล่อยปละ (ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม) เธอก็ต้องคอยจัดการหรือไม่ก็กระตุ้นเตือนให้จ็อบส์มีสติกลับมาทำสิ่งที่ถูกต้อง เรียกว่าบทของ Winslet ก็มีมิติมากมายไม่น้อยเหมือนกัน

หนังเดินเรื่องอย่างเข้มข้นครับ ช่วงต้นๆ อาจต้องทำใจปรับสักหน่อย เพราะเปิดเรื่องมาหนังก็เข้าประเด็นเลย แล้วจากนาทีเริ่มต้นหนังก็เดินหน้าไม่หยุด กล้องเคลื่อนที่เกือบจะตลอด หรือต่อให้หยุดนิ่งก็จะหยุดนิ่งในตำแหน่งที่ดูครีเอท ดูเร้าความสนใจคนดู ไม่ได้นิ่งแช่แบบหนังชีวิตทั่วๆ ไป

พูดถึงมุมกล้องนี่ก็มันส์มากครับ เพราะจุดหนึ่งที่ทำให้หนังอร่อยมากก็คืออันนี้นี่แหละ ทั้งมุมกล้อง ทั้ง Long Take ทั้งการลำดับเหตุการณ์อดีตกับปัจจุบันไปพร้อมๆ กัน หรือที่ผมชอบมากหน่อยคือตอนท้ายๆ ของเหตุการณ์ช่วงที่ 2 ที่จ็อบส์คุยกับโจแอนนาในโถงทางเดิน แล้วกำแพงข้างหลังจ็อบส์ก็ปรากฏภาพเรื่องราวต่างๆ ที่จ็อบส์เล่าขึ้นมา มันดูเจ๋งจริงๆ ครับ

อันนี้ขอชม Alwin H. Küchler ผู้กำกับภาพและ Elliot Graham คนตัดต่อหนังเลยครับ ทำหน้าที่ได้ดีจริงๆ

จัดเป็นหนังชีวิตที่ดูสนุกครับ เข้มข้น ได้อารมณ์ น่าติดตาม แม้จะฉับไวขนาดไหน แต่พอถึงฉากอารมณ์หนังก็ผ่อนให้ดูช้าลงได้อย่างพอเหมาะ

เป็นอีกหนึ่งหนังที่ผมชอบประจำปีที่ผ่านมาครับ
คะแนนความชอบ 8/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

 

วันที่เข้าฉาย: 21 มกราคม 2016
Pin It

แสดงความคิดเห็น