รีวิว Before Midnight (2013) บทสรุปแห่งเวลาก่อนเที่ยงคืน


BE001

ยามยังไม่ประสีประสาในคำว่า “ชีวิตคู่” เรามักคิดเสมอครับว่าความรักจะมีแต่สิ่งสวยงาม และหากเรามีใครสักคนเคียงข้างแล้ว มันจะเป็นเหมือนเส้นชัย ที่จะทำให้ทุกนาทีนับแต่นั้น มีแต่ความสุข

อีกทั้งความเหงาทั้งหลายจะมลายหายไป เพราะเรามีใครสักคนไว้เติมเต็มชีวิตไปจนตลอด

แต่พอเราผ่านชีวิตรักหรือชีวิตคู่มาได้ระยะหนึ่ง เราจะเข้าใจมัน หรือมองมันในมุมที่ต่างออกไป ไม่มากก็น้อย ^_^

Before Midnight คือบทที่ 3 ของไตรภาคแห่งความรัก โดยมี Richard Linklater เป็นผู้กำกับ และมี Ethan Hawke กับ Julie Delpy แสดงนำทั้ง 3 ภาคครับ ซึ่งแต่ละภาคเหตุการณ์จะห่างกัน 9 ปีพอดีพอดิบ

BE002
ภาคแรก Before Sunrise เราจะได้เห็นภาพความรักแรกแย้มที่แสนสวยงามและน่าจดจำ ภาพในหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความน่ารักครับ พอมาถึงภาค 2 Before Sunset เราก็จะได้เห็นหนุ่มสาวคู่เดิมคุยเรื่องชีวิตและความรัก ด้วยมุมมองที่โตขึ้น เพราะพวกเขาผ่านประสบการณ์ชีวิตอันหลากหลายมากกว่าครั้งก่อน

มาภาคนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งครับ ตอนนี้พวกเขาได้เป็นคู่สามีภรรยาสมใจ มีลูกกันแล้วด้วย และเราก็จะได้เห็นพวกเขาพูดคุยกันแบบภาคก่อนๆ แต่เนื้อหาบทสนทนาก็จะเปลี่ยนไป มันจะไม่ใช่เรื่องอุดมคติหรือเรื่องชวนฝันอีกแล้ว แต่มันคือเรื่องของชีวิตจริง หรือพูดง่ายๆ คือเป็นเรื่องแบบที่คู่สามีภรรยาทั่วๆ ไปต้องผ่านพบกันมาแล้วแทบทั้งสิ้น

นั่นคือบทสนทนาจะมีเรื่องหนักๆ ของชีวิต, มีความเหนื่อยหน่ายแฝงอยู่ในบางหัวข้อ, มีการตัดพ้อแทรกอยู่ในบางขณะ และที่ขาดไม่ได้คือมีการทะเลาะเบาะแว้งสไตล์ลิ้นกับฟันตามประสาผัวเมีย

ดังนั้นถ้าใครเอาหมุดไมล์ภาคแรกเป็นที่ตั้งและคาดหวังว่าจะได้ดูอะไรหวานๆ น่ารักๆ ชวนอิ่มใจในภาคนี้ล่ะก็ อาจต้องปรับใจกันสักหน่อยครับ เพราะมันไม่ใช่เรื่องรักหนุ่มสาวชวนฝันอีกแล้ว แต่มันคือเรื่องของชายหญิงที่ล่วงเข้าสู่วัยกลางคน ที่ผ่านร้อนหนาวเศร้าสุขมาเยอะ ว่าง่ายๆ คือหนังออกแนวดราม่าว่าด้วยเรื่องความรัก มากกว่าจะเป็นโรแมนติกผสมน้ำผึ้งแบบ 2 ภาคก่อน

แต่ถ้าถามผมนะ ผมชอบแฮะ ^_^

BE003
ส่วนหนึ่งคงเพราะดูแล้วโดนน่ะครับ ในฐานะคนมีครอบครัวแล้ว มีลูกแล้ว เคยผ่านช่วงวัยหวานมาแล้ว และผ่านประสบการณ์ชีวิตคู่มาหลายปีแล้ว มันเลยเข้าใจสารพัดสิ่งที่เห็นในหนัง

จริงครับที่หากพูดถึงความ “สนุก” ของหนังแล้ว ภาคนี้มันอาจไม่ได้ “สนุก” ในแบบบันเทิง แต่มันออกแนวสะท้อนชีวิตรักมากกว่า และหนังก็สามารถถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างน่าติดตาม มีหลายประเด็นชวนคิด และผมเชื่อว่าหลายๆ เรื่องหลายเหตุการณ์ที่เกิดในหนัง อาจทำให้หลายคนหัวเราะทั้งน้ำตาก็ได้ (5555)

ภาคนี้ใช้เวลาถ่ายทำ 15 วันครับ โดย Linklater, Delpy และ Hawke ร่วมกันเขียนบทครับ เลยทำให้ภาคนี้มีหลากหลายในมุมมองผสมกัน เพราะแต่ละคนก็มีประสบการณ์ชีวิตคู่ไปคนละแบบ (Linklater แต่งงานแล้ว และยังรักมั่นอยู่กับภรรยา, Delpy ยังไม่แต่งงาน ส่วน Hawke หย่ากับ Uma Thurman ปี 2004 และแต่งงานใหม่กับ Ryan Shawhughes-Hawke ในปี 2008 โดยเขามีลูกกับ Thurman 2 คน และกับภรรยาปัจจุบัน 2 คน)

Screen-Shot-2013-05-30-at-2.06.19-AM
ยอมรับว่าดูหนังแล้วบางฉากเหมือนเห็นภาพตัวเองน่ะครับ มันต้องมีบ้างแหละวันที่เราเหนื่อยจากชีวิตคู่ วันที่เราไม่เข้าใจกัน หรือวันที่เราคิดถึงอดีตที่แสนหวาน

ดังนั้นของดีอย่างหนึ่งในหนังเรื่องนี้ (สำหรับผม) คือการได้ถือโอกาสมองชีวิตคู่ให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะมองมุมเดิมๆ อย่างพิจารณา (เพราะบางเรื่องยามเกิดกับเราจริงๆ น่ะ เราก็ไม่มีเวลาไปมองไปพิจารณามันหรอกครับ) หรือบางเรื่องก็มีมุมใหม่ให้เรามอง ให้เรานำไปปรับใช้ได้

ผมชอบฉากจบครับ ผมว่ามันคือคำตอบนะ เป็นทางออกอย่างหนึ่งที่ช่วยชีวิตคู่ได้ในหลายๆ วาระ (นึกถึงเพลง Back at One ของ Brian McKnight ขึ้นมาเลย ผมว่ามันใช่นะ)

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ ดูเอาหวานคงไม่ได้น่ะครับ แต่ดูเอาสาระว่าด้วยความรัก ชีวิตคู่ และครอบครัวน่ะ ถือว่าได้แบบเต็มๆ ครับ
คะแนนความชอบ 8.5/10
รีวิวโดย หมื่นทิพ

วันที่เข้าฉาย:
Pin It

แสดงความคิดเห็น